สัมภาษณ์พิเศษ : ‘ณหทัย ทิวไผ่งาม’ นโยบายการศึกษาที่จับต้องได้ 

สัมภาษณ์พิเศษ : ‘ณหทัย ทิวไผ่งาม’ กับนโยบายการศึกษาที่จับต้องได้

สัมภาษณ์พิเศษ : ‘ณหทัย ทิวไผ่งาม’
นโยบายการศึกษาที่จับต้องได้ 

‘ณหทัย ทิวไผ่งาม’ รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ

สัมภาษณ์พิเศษ : ‘ณหทัย ทิวไผ่งาม’ นโยบายการศึกษาที่จับต้องได้ – นับแต่การรัฐประหารปี 2549 ชื่อของ ณหทัย ทิวไผ่งาม ห่างหายไปจากวงการการเมือง

แต่ไม่ได้วางมือจากการการศึกษา หากใช้เวลาช่วง 12 ปี ที่ผ่านมา พัฒนาด้านการศึกษาต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

วันนี้กลับเข้ามาทำงานการเมืองอีกครั้งใน ฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมๆ กับความมุ่งมั่นด้านการศึกษาที่ ไม่เคยเปลี่ยน เพิ่มเติมอีกคือความเท่าเทียมของความเป็นมนุษย์ของคนทุกเพศ

  • เหตุผลที่ตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคประชาชาติ

ส่วนตัวเชื่อมั่นในศักยภาพของมนุษย์ซึ่ง แต่ละคนมีไม่เหมือนกัน และคนที่เป็นครูต้องส่งเสริมให้มนุษย์เติบโตในทางที่เขาถนัด ส่งเสริมศักยภาพให้ถึงขีดสุดในการจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อคนอื่นๆ

ตรงนี้คิดมานานแล้วกระทั่งเห็นนโยบายของ พรรคประชาชาติ จะทำอย่างไรให้คนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ไม่ทะเลาะขัดแย้งกัน ซึ่งพรรคประชาชาติตอบโจทย์ ท่ามกลางการแบ่งพวกแบ่งฝ่าย ตั้งแต่ครั้งที่มีเสื้อเหลืองเสื้อแดง จนมาถึงเผด็จการ

สังคมต้องการพรรคแบบนี้ คือทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ซึ่งผู้ใหญ่ทุกคนเป็นตัวอย่างที่ดีของเด็กได้แต่ทำไมไม่ทำ จึงคิดว่าเราน่าจะเริ่มจากพรรคนี้ แม้ว่าจะเป็นพรรคเล็กๆ แต่ทุกคนมีความมุ่งมั่นเหมือนกันในเรื่องเสริมความต่างให้เป็นจุดบวกของประเทศ

เราเบื่อความขัดแย้งแล้ว เราต้องรีบเดินไปข้างหน้า เพราะประเทศต่างๆ รอบข้างเขานำเราไปหมดแล้ว ถ้าเป็นการแข่งกีฬาอยู่ตอนนี้ เราซ้อมมาตั้ง 10 กว่าปีแล้ว ยังไม่ได้เหรียญทองเลย

  • การเมืองในระบบเลือกตั้งชะงักไปหลายปี กลับมาทำงานการเมืองกังวลอะไรหรือไม่

เรื่องอื่นไม่มีความกังวลเลย แค่กังวลเพียงอย่างเดียวว่าความยุติธรรมจะไม่กลับมา เพราะที่จริงตอนนี้ทุกพรรค ทุกคน ตื่นตัว ดีมากในทางการเมือง แต่ขณะนี้เหมือนเป็นการสู้กันระหว่างฝั่งประชาธิปไตยกับฝั่งเผด็จการ

เราควรทำให้เด็กดูถึงการเคารพในสิทธิซึ่ง กันและกัน และต้องเรียนเรื่องระบอบประชาธิปไตย แต่พอประเทศชาติเป็นแบบนี้ จะเป็นอย่างไร เลยคิดว่าถ้ามีโอกาสก็อยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่ จะบอกว่าเราสนับสนุนประชาธิปไตย

ประกอบกับโครงการที่ได้ไปซุ่มทำวิจัยมาเพื่อให้เกิดโครงการจริงๆ จึงอยากมาผลักดันในเวทีใหญ่

  • เป็นรองหัวหน้าพรรคดูแลด้านการศึกษาและสตรี?

เรื่องการศึกษา เรื่องระบบในโรงเรียนต้องให้นักเรียนเคารพในความต่าง ไม่ใช่เห็นความต่างเป็นเรื่องตลกหรือแปลกแยก เพราะจะนำมาซึ่งความขัดแย้ง พวกเราเน้นเรื่องความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

แต่ลึกไปกว่านั้นคือการที่มนุษย์ต้องมีความ อดทนในความเห็นที่แตกต่างของคนอื่นๆ เพราะความขัดแย้งต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งโลก คือเราทนไม่ได้ที่เห็นคนคิดไม่เหมือนเรา ทนไม่ได้กับคนที่ต่างจากเรา ซึ่งเราต้องเรียนรู้ความแตกต่าง ซึ่งเป็นธรรมดาของโลกมนุษย์

เราสามารถสอนเด็กได้โดยที่ผู้ใหญ่ในทางการ เมืองวันนี้ต้อง ไม่ทะเลาะกัน แสดงให้เห็นเป็นแบบอย่าง อยากให้ผู้ใหญ่ที่มีโอกาสอยู่ในสื่อเยอะๆ ต้องระมัดระวังตัวเองในการที่จะแสดงตนให้เคารพในสิทธิของผู้อื่น

  • พรรคประชาชาติตอบโจทย์ภารกิจที่มุ่งหมายอย่างไรบ้าง?

เป็นพรรคที่เวลาอ่านนโยบายแล้วจะรู้สึก ได้ใจ คือการเขียนนโยบายของพรรคนี้ทำให้เราฮึกเหิม ถ้าต้องทำวิทยานิพนธ์สักเล่มเกี่ยวกับประเทศไทย คงเขียนออกมาในแนวทางใกล้เคียงกับนโยบายของพรรคนี้

แต่ใส่ความรู้สึกเข้าไปด้วยเพื่อให้รู้สึก ว่า หยุดทะเลาะกันแล้ว กลับมาสมานฉันท์ เคารพในความต่าง ใจความสำคัญจริงๆ ของพรรคประชาชาติคือประโยคนี้เลย

ก่อนจะไปดูเรื่องเศรษฐกิจ เทคโนโลยี หรืออะไรต่างๆ เราควรทำคนให้ดีกัน เคารพซึ่งกันและกันก่อน และให้ประเทศเดินไปตามประชาธิปไตย แบบที่ควรจะเป็น

ใครแพ้ก็กลับไปฝึกฝนว่าตัวเองแพ้เพราะอะไร แล้วแข่งขันใหม่ในเวทีประชาธิปไตย นี่คือสิ่งที่อยากผลักดันและเป็นแรงหนึ่งที่อยากจะบอกกับสังคม พรรคประชาชาติได้ใจเราตรงนี้

  • ตัวอย่างงานด้านการศึกษาที่เป็นรูปธรรม?

ด้านการศึกษาที่จะเข้ามาทำ ปัจจุบันเรามีการศึกษาภาคบังคับอยู่แล้ว แต่จะทำอย่างไรที่ให้การเรียนฟรีเป็นการเรียนฟรีจริงๆ ทำอย่างไรให้กองทุนที่มีอยู่แล้วเกิดประสิทธิภาพ อะไรที่ไม่ยุติธรรม เช่น กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) ต้องทำให้ครอบคลุมและยุติธรรม เช่น ระบบดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นกับคนที่ยังไม่ได้ทำงาน หรือทำงานแล้วแต่ไม่สามารถผ่อนได้ตามความสามารถ วิธีการที่จะนำมาจ่ายคืนยุติธรรมแล้วหรือยัง

เรื่องดอกเบี้ยคิดว่าไม่สมควรสำหรับคนขาด โอกาส ไม่มีเงินแต่มีความประสงค์ดีที่จะพัฒนาตัวเอง เราควรพิจารณาเรื่องดอกเบี้ยว่าที่จริงแล้วควรจะมีหรือไม่

และพรรคมีแนวทางจะส่งเสริมให้ยกเลิกเบี้ย ปรับของกยศ. คนที่ถูกฟ้องร้องทั้งหมดพรรคมีนโยบายจะช่วยในการถอนฟ้อง และปรับโครงสร้างหนี้ จะลดเหลือ 50 เปอร์เซ็นต์ของเงินต้น อีกทั้งกองทุนสำหรับผู้มีรายได้น้อยต้องดูกันว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือ ไม่

ขณะเดียวกัน เพื่อให้เกิดการใช้หนี้ได้อย่างมีเหตุมีผลและช่วยเหลือประชาชนได้ด้วย คือการสร้างงานสร้างอาชีพ

นอกจากนี้ การเรียนฟรีควรครอบคลุมตั้งแต่เตรียมอนุบาลกระทั่งจบปริญญาตรี ส่วนใครอยากเรียนสายอาชีพก็ต้องได้ฟรี ต้องเป็นสวัสดิการ พื้นฐาน ไม่เช่นนั้นก็ไม่ได้ช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม เพราะไม่ได้ติดอาวุธทางปัญญาให้กับคนในการไปประกอบอาชีพ

หรือแม้แต่ไปบริโภคข้อมูลข่าวสารก็ไม่ สามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งไหนถูกหรือผิด สุดท้ายต้องกลับไปที่ระบบงบประมาณว่าจัดสรรได้ยุติธรรม และถูกต้องหรือไม่

ซึ่งหนึ่งในหลักการใหญ่ๆ ของพรรคคืออะไรที่ไม่ยุติธรรมหรือซับซ้อน เราต้องปรับให้กระชับเพื่อให้เกิดกระบวนการที่นำไปใช้ได้เร็วที่สุด

เรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ วันนี้ต้องเข้าไปดูให้ครบวงจร เช่น อินเตอร์เน็ตมีประสิทธิภาพมากพอหรือไม่ ทุกอย่างใช้งานได้จริงหรือไม่ ถ้าใช้ไม่ได้จริง ก็ต้องไปกระตุ้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยติดตาม เพราะเราติดตาม ประเมินผลแต่ไม่นำกลับไปปรับปรุง

ในส่วนของครูนั้น ครูที่ดีต้องอยู่กับสำนึกส่วนตัว และต้องเรียนรู้ตลอดเวลา ต้องมีความรักในเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน คือสอนแล้วอยากให้เด็กดีขึ้น ไม่ใช่สอนเพื่อรับเงินเดือนอย่างเดียว และต้องมีวินัยในการดำเนินชีวิตของตัวเองด้วย ตรงนี้ต้องมีระบบที่มาช่วย เช่น ระบบศึกษานิเทศก์ที่ต้องช่วยเป็นโค้ชที่ดี จะช่วยครูได้จริงๆ

การศึกษาจะถูกโยงไปยังเรื่องของเยาวชน คือการสร้างผู้นำเด็ก ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องทางวิชาการเพียงอย่างเดียว แต่ผู้นำเด็กมีได้หลายด้าน ระบบการศึกษาครูต้องรู้ว่าทำอย่างไรจึงจะดึงศักยภาพของเด็กออกมาได้

และยังส่งเสริมการสร้างผู้นำเยาวชน เราสนับสนุนให้มีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เยาวชนคิดประดิษฐ์อะไรขึ้นมาเพื่อสร้างอาชีพได้ตั้งแต่ยังเยาว์วัย

ระบบการสอนทั้งหมดเป็นทิศทางของพรรคที่ กระจายโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ ส่งเสริมศักยภาพของเด็กทุกคน แต่ต้องไม่สร้างรายจ่ายให้ครอบครัวมากยิ่งขึ้นอีก

การแก้ปัญหาทางการศึกษาถ้าจะให้ได้ผลต้อง เริ่มจากโรงเรียน ซึ่งพรรคมีนโยบายทุกเรื่อง ทั้งการกระจายโอกาสลงไปในท้องถิ่น กระทรวงศึกษาธิการมีแกนหลักอยู่แล้วที่ต้องบังคับเรียน แต่อื่นๆ ที่จะเหมาะกับการพัฒนาท้องถิ่นก็ต้องปล่อยให้โรงเรียนได้ออกแบบเองบ้าง

  • ภารกิจด้านสตรีที่จะผลักดัน?

โครงการเรื่องสิทธิเสมอภาค พรรคมีแนวคิดตั้งคณะกรรมการจัดหางานให้แก่สตรี เพราะวันนี้เราไม่อาจรู้ได้เลยว่าวันนี้ผู้หญิงเข้าไปมีส่วนในการเป็นผู้นำ ในการตัดสินใจในหน่วยงานหรือองค์กรทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นมากน้อยแค่ ไหน

กรรมการระดับชาติเพื่อช่วยส่งเสริมดูแลผู้ หญิงให้ได้ความยุติธรรมในการทำงาน หรือสิทธิเวลาตั้งครรภ์มีสิทธิได้เลี้ยงลูก ต่อไปคงต้องมีการทำประชามติเพื่อความเห็นพ้องต้องกันระหว่างสถานประกอบการ กับ ผู้เกี่ยวข้องด้วย

เรื่องผู้หญิงเราได้เห็นทิศทางการพัฒนาของ โลกในยุคปัจจุบัน ประเทศไทยก็ค่อยๆ ปรับแล้ว และที่จริงวันนี้ไม่ได้มีแค่เพศหญิงแต่ยังมีเพศอื่นๆ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเพศอะไรแต่ความเป็นมนุษย์ก็เท่ากัน

ดังนั้น ไม่อยากพูดถึงแค่เรื่องของสตรีเพราะจะไม่ครอบคลุมเพศอื่นๆ ที่เขามีความสามารถและเป็นพลังให้กับประเทศได้ เราสนับสนุนความเป็นมนุษย์ แต่จะทำอย่างไรให้คนหลากหลายเพศในปัจจุบันอยู่ร่วมกันและเคารพซึ่งกันและกัน

  • ประชาชาติถูกมองเป็นพรรคของจังหวัดชายแดนใต้ จะเป็นอุปสรรคต่อการทำงานหรือไม่?

ตอบว่าไม่เลย เพราะหากมองให้ดีมีพรรคไหนบ้างที่ให้ความสำคัญต่อการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดน ใต้ และประชาชน ทุกคนปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้คนไทยทุกคนกลัว 3 จังหวัดใต้ พรรคเราเป็นพรรคเดียวที่ยื่นมือเข้ามาแก้ปัญหาในทุกระดับทุกพื้นที่จริงๆ

ที่จริงเรื่องดังกล่าวเป็นวาระแห่งชาติ พรรคเรากล้าจะเสนอนโยบายว่าจะทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อขจัดความหวาดกลัวของทั้งคนในประเทศ และชาวต่างชาติ ต้องมองในเชิงบวก เพราะ 3 จังหวัดมีของดีอยู่มาก ยังมีความอุดมสมบูรณ์ จะสร้างอาชีพได้อีกมากถ้าเราขจัดความหวาดกลัวแล้วสร้างความสงบให้เกิดขึ้น

ที่จริงโมเดลไม่ได้ต่างกันในเรื่องการขจัด การความขัดแย้ง ถ้าเราทำความสงบสุขได้สำเร็จในจังหวัดชายแดนใต้ ไม่ว่าความไม่สงบสุขจะเกิดขึ้นตรงจุดใดของประเทศก็สามารถไปปรับใช้ได้

และพรรคไม่ได้จำกัดแค่สามจังหวัดชายแดนใต้ วันแถลงข่าวก็มีชนเผ่าต่างๆ มา คนที่อาจถูกลืมในสังคมหรือนโยบายของพรรคอื่นๆ

  • การเตรียมตัวของพรรคสำหรับการเลือกตั้งใต้กฎกติกาใหม่?

เราพร้อมอยู่แล้ว หัวหน้าพรรคเคยเป็นทั้งผู้บริหารฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะฉะนั้นความเชี่ยวชาญเรื่องกฎหมาย และกฎ กติกาต่างๆ ทั้งการเลือกตั้ง เรา ไม่กลัวเรื่องกฎระเบียบถ้าเป็นไปด้วยความยุติธรรมพวกเราพร้อมปฏิบัติตามอยู่ แล้ว แต่ที่กลัวคือกลัวว่าจะไม่เกิดความยุติธรรม และคงไม่ใช่แค่พรรคประชาชาติที่กลัว แต่คงเป็นทุกพรรค

เราให้โอกาสเผด็จการมาแล้ว วันนี้คงถึงเวลาแล้วที่จะเอาความยุติธรรมกลับคืนมาสู่ประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งเขารออยู่

ไม่อยากให้ประชาชนเบื่อหน่ายนักการเมืองมาก ไปกว่านี้ ต้องขอความร่วมมือของทุกฝ่าย เมื่อเขามาเป็นนักการเมืองก็ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี ต้องล้างภาพความยี้ของคนไทยให้เขานับถือเราบ้างว่าเรารักษาคำพูด

บอกจะเอาประชาธิปไตยกลับคืนมาก็ต้องทำตามสัญญา

 

……อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ที่….

บทความก่อนหน้านี้อุโมงค์เชื่อมจีน-ลาว สร้างเสร็จแล้ว ตัดผ่านภูเขา 3 ลูกที่สิบสองปันนา
บทความถัดไปสาวปรี๊ดแตก! สงสารเจ้าสาวเพื่อนรักต้องเจอแบบนี้ โวยออแกไนซ์จัดงานแต่งเฮงซวย