โลกาวินาศอนาคตเก่า :คอลัมน์ ใบตองแห้ง

โลกาวินาศอนาคตเก่า

ใบตองแห้ง

สื่อขุดคำพูดธนาธร ช่วงตั้งพรรคอนาคตใหม่ ว่าอยากให้เลิกใช้คำเรียก พี่ น้อง ลุง ป้า น้า อา ในพรรค เพื่อสร้างวัฒนธรรมใหม่ ยกเลิกวัฒนธรรมอำนาจนิยมกีดกันโอกาส กีดกันความคิดสร้างสรรค์ เพราะเรียกคนอื่นเป็นพี่ป้าน้าอาเมื่อไหร่ มันเป็นการเข้าไปอยู่ในโครงสร้างอำนาจนั้น

แล้วก็มีการตัดตอน โควทถ้อยคำส่งต่อกันไป ทางเฟซทางไลน์ โดยไม่บอกว่าเขาพูดเรื่องในพรรค กลายเป็นธนาธรต้องการให้สังคมไทยเลิกเรียกพี่ป้าน้าอา บางคนก็เอาไปด่าว่าไม่รู้จักกตัญญู อยู่ต่อหน้าแม่เรียกคุณหรือเปล่า

นี่เป็นกรณีที่น่าขัน น่าสมเพช รวมทั้งน่าตระหนก เพราะมันสะท้อนความเบาปัญญา ความเสื่อมทราม อคติ เอาอารมณ์เกลียดชังเข้าว่า ของคนจำนวนหนึ่งในสังคมไทย ซึ่งเสียงดัง เพราะอ้างตนเป็นคนดีย์ โหนความดีย์ เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ แต่อ่านหนังสือไม่ถึง 8 บรรทัด

สังคมอย่างนี้จะไปรอดได้อย่างไร ค่านิยม ความเชื่อ วัฒนธรรม ประเพณี ที่คนเหล่านี้ปกป้องสุดชีวิตจะไปรอดได้อย่างไร ในเมื่อพวกเขาเองก็เข้าไม่ถึงสารัตถะของคุณค่าเหล่านั้น

คนเหล่านี้ไม่รู้จักมองมุมกลับ ว่าคำพูดธนาธรที่ขุดมาโจมตีตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง มีผลตรงกันข้ามกับคนรุ่นใหม่ คือยิ่งโดนใจ ยิ่งได้คะแนนนิยม เพราะมันกับตรงความรู้สึก เช่นวัฒนธรรมในที่ทำงาน ไม่มีใครหรอกต้องการให้คนอื่นยกตนเป็นพี่เป็นลุงเป็นท่านมาปิดกั้น รุ่นน้องรุ่นหลานไม่ควรแสดงความคิดเห็น

อันที่จริง วัฒนธรรมอำนาจนิยมโดยอ้างอาวุโสในสังคมไทย คนรุ่นเก่าก็เจอมาทั้งนั้น สมัยตัวเองเป็นคนรุ่นใหม่ ร้องเพลง My Way กันลั่น แต่ทำเป็นไม่เข้าใจและใช้โจมตีคนรุ่นหลัง

ทุกเรื่องที่ธนาธรพูด ซึ่งถูกขุดมาอ้างว่า “ลิ้นพันคอ” “อดีตตามไล่ล่า” ไม่ใช่สิ่งปกปิด เป็นคำพูดที่ทำให้ได้รับความนิยม เพราะตรงกับทัศนะคนรุ่นใหม่ ที่ก้าวพ้นไปจากกรอบกระพี้ เช่น ความคิดเปิดกว้างทางศาสนา รัฐไม่ควรอุปถัมภ์ศาสนา ปล่อยให้เป็นเรื่องศรัทธา แล้วแต่ใครจะนับถืออะไร ทัศนะต่อการศึกษา ที่ต้องมุ่งให้เด็กคิดเป็น กล้าคิดต่าง ไม่ใช่เชื่อฟังเพราะกลัวอำนาจครู ยึดติดพิธีกรรมล้าหลัง จำกัดอิสระเรื่องเสื้อผ้าหน้าผม ฯลฯ

#savethanathorn #savepiyabutr จึงไม่ใช่เรื่องตัวบุคคล แต่คนรุ่นใหม่ต้องปกป้องทัศนะของตน ไม่เช่นนั้นจะไม่มีที่ยืนในสังคมอคติ

พรรคอนาคตใหม่กวาดคะแนนนิยม แทบทุกหน่วยเลือกตั้งในมหาวิทยาลัย ชนะ popular vote ในกรุง ในเมืองใหญ่ ถามว่าคนเลือกไม่เคยเห็นผังโจมตีธนาธร ไม่เคยอ่านคำให้สัมภาษณ์? เห็นแต่ภาพลักษณ์ภายนอก แล้ว “ฟ้ารักพ่อ” ก็กรี๊ดอย่างสมองกลวงกันหมดหรือไร

ใครกันแน่สมองกลวง เชื่อข่าวทางไลน์ ธนาธรมีพลัง อิลลูมินาติสะกดจิตคนรุ่นใหม่ เห็นทูตไปสังเกตการณ์ ที่ สน.ปทุมวันก็ว่าฝรั่งถนนข้าวสาร บางคนกระทั่งไฟไหม้ป่าทางเหนือก็เชื่อว่าเสื้อแดงเผา เชื่อว่าคนรุ่นหลังเสพติดมือถือจนเลิกดูละครหลังข่าว แล้วจะไม่ได้ซึมซับวัฒนธรรมความเป็นไทย ใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อไปวันๆ

เอาเข้าจริง สันดานของคนเหล่านี้คือหลงตัวเอง ดูถูกคนอื่น มีแต่พวกตัวเท่านั้นถูกและดี มีแต่ประเทศนี้เหนือใครในโลก ทั้งที่ล้าหลังไปทุกวัน กระทั่งสื่อพม่ายังเย้ยหยัน เคยดูถูกคนแอฟริกัน แต่ปัจจุบันคนแอฟริกันเขาต่อต้านรัฐประหารกันแล้ว จัดเลือกตั้งก็เป็นตัวตลกโลก อินเดียผู้มีสิทธิ 900 ล้านนับคะแนนวันเดียว นี่เลือกตั้งผ่านไปเกือบเดือน กรรมการยังไม่รู้วิธีคำนวณคะแนน

อาการกระเหี้ยนกระหือรือเรียกหาอำนาจมากำจัดธนาธร ปิยบุตร ถึงที่สุดก็เป็นความพยายามหลอกตัวเอง ข้อแรก หลอกตัวเองด้วยการหาเป้าหมายระบายความโกรธเกลียด หลังพบว่าผลการเลือกตั้งทำให้ประยุทธ์สืบทอดอำนาจได้ยาก ข้อสอง หลอกตัวเองว่าถ้ากำจัดธนาธร ปิยบุตร พรรคอนาคตใหม่จะล่มสลาย พลังคนรุ่นใหม่จะหายไป โลกเก่าจะสุขสงบไม่กระทบกระเทือน แล้วจะได้ตายตาหลับ

ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้ ยังไงก็ตายตาลืมโพลง เพราะกระทั่งลูกหลานตัวเองยังไม่สามารถบังคับให้คิดเหมือนกัน สังคมไทยเปลี่ยนไปแล้ว แม้ยังถูกกดใต้อำนาจปืนและกฎหมาย คนรุ่นใหม่ยิ่งเติบโตยิ่งไม่ยอมรับโครงสร้างอำนาจ วิธีคิด วัฒนธรรม ที่กีดกันโอกาส ปิดกั้นเสรีภาพ บังคับเป็นเบี้ยล่าง ทั้งที่จะให้พวกเขาแบกรับสังคมสูงวัย

13 ปีวิกฤต “ปีศาจทักษิณ” ยังไม่ตาย ยังสร้างปีศาจตัวใหม่ ผลักพลังคนรุ่นใหม่ 5 ปีรัฐประหารอัดประชานิยมซื้อใจ อัดอำนาจรัฐเป็นใหญ่ทุกพื้นที่ ยังมีคะแนนต้าน 16.5 ล้าน

โลกของอนาคตเก่าต่างหาก ที่กำลังนับถอยหลัง เห็นแต่ทางตัน จนต้องระบายความคลั่ง 

(หน้า 6)

บทความก่อนหน้านี้เสี่ยเบนซ์ ร่วมงานศพรองตี๋และภรรยาวันที่ 2 เหยื่อสังเวย “เมาแล้วขับ”
บทความถัดไปตะวันตกดินช็อกสลด! ปิกอัพยางแตก ซัดต้นไม้เสาไฟ ดับคาที่ 6 ศพ