รับมือมหันตภัยฝุ่นจิ๋ว

รับมือมหันตภัยฝุ่นจิ๋ว

รับมือมหันตภัยฝุ่นจิ๋ว

คอลัมน์ บทบรรณาธิการ

รับมือมหันตภัยฝุ่นจิ๋ว – กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศ พื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลล่าสุดว่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลางถึงเริ่ม มีผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว

พบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 44-89 ไมโครกรัม ต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) เกินเกณฑ์มาตรฐาน 45 สถานี จากทั้งหมด 48 สถานี

จากสถานการณ์ดังกล่าว เป็นที่น่ายินดีว่านายกรัฐมนตรี มีปฏิกิริยาอย่างรวดเร็วตั้งแต่เช้าตรู่ ใช้โซเชี่ยล แนะนำให้ประชาชนรับมือด้วยการสวมหน้ากากอนามัยป้องกันตนเอง

ขณะเดียวกัน ก็สั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการป้องกันและแก้ไขอย่างเร่งด่วน ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้อง

ในส่วนของกรุงเทพมหานครนั้น ปลัดกรุงเทพมหานครระบุว่าได้ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยดำเนินการตามมาตรการควบคุมฝุ่นละอองอย่างเต็มที่ ทั้งฉีดล้างถนน พ่นละอองน้ำจากอาคารสูง เพื่อลดฝุ่นละอองในอากาศ

ขณะเดียวกันกรุงเทพมหานครได้สั่งการให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขตจัดทำแผนเพื่อลดฝุ่นละอองในแต่ละพื้นที่ ทั้งการกำชับผู้รับเหมาก่อสร้างให้เคร่งครัดในการควบคุมฝุ่นละออง การรณรงค์ให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะ

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ตอนล่างจำนวนหลายจังหวัดก็เพิ่งเผชิญภาวะมลพิษจากฝุ่นละอองขนาดเล็กจากประเทศเพื่อนบ้าน แม้จะยังไม่ถึงขั้นวิกฤตมีผู้ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง

แต่ก็ต้องถือว่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 เป็นปัญหาที่กระทบต่อสุขภาพประชาชนอย่างแน่นอน

เมื่อช่วงปีที่แล้ว ประชาชนในภาคเหนือและภาคอีสาน และภาคกลางบางจังหวัดก็ต่างประสบปัญหานี้ เช่นกัน แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลตลอดจนหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ค่อยตระหนักเรื่องการป้องกัน

จริงอยู่ แม้ว่าในเรื่องของการแก้ไขคลี่คลายวิกฤตนั้น หลายฝ่ายรวมถึงภาคเอกชนจะได้บูรณาการร่วมกันอย่างแข็งขันและน่าชมเชย แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว ถ้าหากมีผลกระทบในวงกว้างมากกว่านี้จะสามารถรับมือได้หรือไม่

ในการประชุมรัฐสภาในวาระรัฐบาลแถลงนโยบาย ก่อนที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินนั้น ได้มีสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากซีกฝ่ายค้านได้เตือนและซักถามรัฐบาลว่าเตรียมแผนการรับมือปัญหาฝุ่นพิษอันตรายไว้อย่างไรบ้างหรือไม่

การแก้ปัญหาดังกล่าวนี้ในระยะยาว จึงไม่ใช่แค่การวางแผนเฉพาะหน้าเท่านั้น หากแต่ต้องระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางมาตรการอย่างมืออาชีพและเป็นวาระแห่งชาติ

บทความก่อนหน้านี้ไฟชอร์ตดับ สาวประเภทสอง ซ่อมเครื่องซักผ้าเอง 7 แมวเปอร์เซียนั่งเฝ้าไม่ห่าง
บทความถัดไปย้อนดู 6 ตุลา 19 มองคนคิดต่างเป็นศัตรู