เอ็มคิวดีซีเปิดมัลเบอร์รี่โกลฟบ้าน-คอนโดฯตอบโจทย์ครอบครัวหลายเจนฯ ประเดิม 3 โครงการ

นายวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (เอ็มคิวดีซี) ผู้พัฒนาและจัดการอสังหาริมทรัพย์ ประกอบไปด้วย บ้าน คอนโดมิเนียม และโครงการมิกซ์ยูส เปิดเผยว่า ล่าสุดบริษัทได้เปิดแบรนด์ “มัลเบอร์รี่ โกรฟ” ที่อยู่อาศัยใหม่ระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ ที่มีทั้งแนวราบและแนวสูง หรือ มัลติ-แพลตฟอร์ม เพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยของสมาชิกครอบครัวหลายช่วงวัย (มัลติเจนเนอเรชั่น) และส่งเสริมให้เกิดการใช้เวลาร่วมกันของสมาชิกทุกช่วงวัย เพื่อคุณภาพชีวิตและความสุขอย่างยั่งยืน

โดยจะเริ่มเปิดการขายในปลายไตรมาส 3 นี้ รวม 3 โครงการ มูลค่ารวม 19,900 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการมัลเบอร์รี่ โกรฟ สุขุมวิท ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิทใกล้โรงพยาบาลสุขุมวิท ระยะทาง 250 เมตร จากรถไฟฟ้าบีทีเอส เอกมัย ออกแบบให้เป็นคอนโดมิเนียม 37 ชั้น ประกอบด้วยห้องชุดรวม 286 ยูนิต มูลค่าโครงการ 5,000-6,000 ล้านบาท โดยพื้นที่ใช้สอยของห้องชุดไม่ต่ำกว่า 50 ตร.ม. ราคาขายเริ่มที่ 2-3 แสนบาท และมีกำหนดเปิดตัวในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้

ส่วนอีก 2 โครงการอยู่ในโครงการเดอะ ฟลอเรสเทียส์ ถนนบางนา-ตราด กม. 5-7 แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ โครงการบ้านเดี่ยวแบบคลัสเตอร์วิลล่า 1 โครงการ จำนวน 37 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 100-200 ล้านบาท เป็นโครงการบ้านซูเปอร์ลักชัวรี่ และอีก 1 โครงการจะเป็นโครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ 7-8 ชั้น จำนวนห้องชุด 283 ยูนิต ซึ่งคาดว่าจะเปิดขายได้ในช่วงปลายปีนี้

ด้านนายรุ่งโรจน์ จงศุจิพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส เอ็มคิวดีซี กล่าวว่า ตลาดซูเปอร์ลักชัวรี่ ตามนิยามของ ซีบีริชาร์ด เอลลิส ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์ เป็นคอนโดมิเนียมในระดับราคาตั้งแต่ 2.5 แสนบาท/ตร.ม. ที่สำคัญย้อนหลังตั้งวิกฤตต้มยำกุ้ง ปี 2540 พบว่าตลาดนี้ไม่เคยได้รับกระทบจากเหตุการณ์เศรษฐกิจชะลอตัว เพราะไม่กระทบกำลังซื้อของผู้บริโภคในกลุ่มนี้ หรือแม้แต่มาตรการมาตรการคุมเข้มสินเชื่อที่อยู่อาศัย สำหรับบ้านหลังที่ 2 ขึ้นไป หรือแอลทีวี ก็ไม่ได้กระทบกับลูกค้ากลุ่มนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทมีการเรียกเก็บเงินดาวน์ 25% อยู่แล้ว

นอกจากนี้ ในส่วนของโครงการมัลเบอร์รี่ โกลฟ ซึ่งมีจุดที่แตกต่างจากโครงการลักซ์ชัวรี่ทั่วไปที่สามารถอยู่ได้หลายเจนเนอเรชั่น เนื่องจากบริษัทได้ออกแบบเพื่อรองรับไว้ตั้งแต่พื้นที่ส่วนกลาง ที่สามารถทำกิจกรรมที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของหลายช่วงวัยได้ อีกทั้งในส่วนของคอนโดมิเนียม ยังออกแบบห้องให้ครอบครัวขนาดใหญ่ สามารถซื้อห้องแยกโฉนด แต่มีฟังก์ชั่นที่สามารถเชื่อมต่อกันสำหรับการอยู่อาศัยเป็นครอบครัวใหญ่ได้ ประกอบกับที่ผ่านมาบริษัทได้ทำวิจัยผ่านโฟกัสกรุ๊ป พบว่าผู้บริโภคในกลุ่มรายได้ต่อเดือนต่อครัวเรือน 5 แสนบาทขึ้นไป มีความต้องการที่อยู่อาศัยในรูปแบบมัลติเจนเนอเรชั่น แต่ในตลาดยังไม่มีโครงการที่ตอบโจทย์ ทำให้เชื่อมั่นว่าตลาดซูเปอร์ลักชัวรี่ยังมีช่องว่างอีกมาก และในปี 2563 ยังมีแผนจะพัฒนาโครงการในลักษณะนี้อีกอย่างน้อย 2 โครงการ

บทความก่อนหน้านี้นักบินเยอรมนีดีดตัวทัน “ยูโรไฟต์เตอร์” 2 ลำ ชนกลางอากาศ
บทความถัดไปอั๋น ภูวนาท ตอบชัด เจตนาดีโพสต์เทียบ ครม.ตู่-แม้ว ไม่อยากให้คนหุบปากเงียบ แสดงออกอย่างสุภาพ