วิเคราะห์การเมือง : อาการ กระเพื่อม จากสมญา “สฤษดิ์น้อย” ในด้าน การเมือง

แปลกใจหรือไม่ว่าเหตุใดนิตยสารไทม์สจึงนำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปเปรียบเทียบกับ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถึงกับเสนอสมญาให้ว่าเป็นเหมือนกับ “สฤษดิ์น้อย”

ทำไมไม่นำเอาไปเทียบกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

ทั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มือกฎหมายระดับ “เอ้” อย่าง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ มาเป็นคนยกร่างรัฐธรรมนูญ

โดยที่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ คือมือกฎหมายให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

และเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ก็สะท้อนความต้องการอย่างเด่นชัดในการอาศัยพิมพ์เขียวจากยุคประชาธิปไตยครึ่งใบของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เพื่อการสืบทอดอำนาจ

แล้วทำไมไม่เรียกว่า “เปรมน้อย”

ปมเงื่อนสำคัญที่นิตยสารไทม์สเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นดั่ง “สฤษดิ์น้อย” มากกว่าจะเป็นดั่ง “เปรมน้อย” น่าจะมาจากหลายองค์ประกอบ

1 ก็คือ มีพื้นฐานมาจาก “รัฐประหาร” เหมือนกัน

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อาจจะมีบทบาทจากรัฐประหารเมื่อเดือนตุลาคม 2519 แต่ก็เสมอเป็นเพียงผู้ร่วมมิได้เป็น “หัวหน้า” ตรงกันข้าม จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นหัวหน้ารัฐประหารมาตั้งแต่ปี 2500

1 ก็คือ มีพื้นฐานการใช้อำนาจมาจากอำนาจในแบบ “พิเศษ” เหมือนกัน เพียงแต่ในยุคก่อนคือมาตรา 17 แต่ในยุคหลังเดือนพฤษภาคม 2557 คือ มาตรา 44

จึงเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา น่าจะเป็น “สฤษดิ์น้อย”


การเปรียบเทียบให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความใกล้เคียงกับ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นั้นมีจุดอ่อนอันอาจกลายเป็นเรื่องเสียหายได้ เมื่อ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถูก “ยึดทรัพย์”

แม้จะมีความพยายามยกย่อง จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในเรื่องอำนาจอันเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอย่างไร แต่จากอำนาจอันเบ็ดเสร็จเด็ดขาดนั่นแหละกลายเป็นจุดล่อแหลม

เพราะนำไปสู่การเบียดบังทรัพย์ของแผ่นดินจำนวนมหาศาล

เรื่องตลกเป็นอย่างมากก็คือ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ใช้อำนาจมาตรา 17 รุนแรงกระทั่งสั่งประหารชีวิตได้โดยไม่ต้องผ่านศาล

แต่อำนาจมาตรา 17 ก็หวนกลับมาเล่นงาน จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

เพราะ จอมพลถนอม กิตติขจร ใช้อำนาจมาตรา 17 ในการยึดทรัพย์

ไม่ว่าจะมีการมองความพยายามของนิตยสารไทม์สในด้านการตั้งสมญา “สฤษดิ์น้อย” ให้กับตัวตนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างไร

แต่มั่นใจได้เลยว่า สมญานี้อาจ “ติดตลาด”

เป็นการติดตลาดและสร้างกระแสการศึกษา เปรียบเทียบ การเมืองในยุค จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ กับในยุคหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 อย่างคึกคัก

และกลายเป็นปัจจัยหนึ่งในการเลือกตั้งตามโรดแม็ปในอีกไม่นาน