วิเคราะห์การเมือง : แถลงที่ หาดใหญ่ ของ สุเทพ เทือกสุบรรณ แนว พรรคเทพเทือก

ความสงสัยที่ว่าเหตุใดเมื่อเอ่ยถึงพรรครวมพลังประชาชาติไทยคนจึงนึกถึง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก่อนนึกถึง นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เริ่มได้คำตอบมากยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะเมื่อ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไปพูดที่หาดใหญ่ สงขลา

1 เป็นการยืนยันว่าพรรครวมพลังประชาชาติไทยจะส่งผู้สมัครครบ 350 เขตทั่วประเทศ และ 1 มีความเชื่อมั่นว่าจะได้รับเลือกตั้งอย่างน้อยกว่า 50 คน

การพูดเช่นนี้ยืนยัน “สถานะ” ของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้เป็นอย่างดี

รับรองได้เลยว่า การพูดในลักษณะเช่นนี้ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ไม่สามารถพูดได้อย่างเด็ดขาด มีแต่คนระดับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เท่านั้นที่จะพูดได้

ทั้งยังเป็นการพูดได้อย่างเต็มปาก เต็มคำ

ที่เป็นเช่นนี้เหตุปัจจัย 1 เพราะประสบการณ์และความจัดเจนในทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาร่วม 40 ปีภายในพรรคประชาธิปัตย์

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เคยเป็นเลขาธิการพรรค

นั่นหมายความว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ย่อมกุมกลไกสำคัญภายในพรรคทั้งในด้านเงินทุนและในด้านกำลังคน

จนเกิดความมั่นใจที่จะปั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี

เหตุปัจจัย 1 เพราะสถานะและความเป็นจริงของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในพรรครวมพลังประชาชาติไทย มิใช่ “ผู้อาศัย” หรือแอบอยู่หลังม่าน


ตรงกันข้าม อยู่ในฐานะเป็น “เจ้าของบ้าน” เต็มตัว

ประชาชนจึงเริ่มเห็นว่าการดำรงอยู่ของ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ในพรรครวมพลังประชาชาติไทยเป็นการดำรงอยู่อย่างสอดรับกับความเป็น “นักวิชาการ”

หากแต่มิได้ดำรงอยู่อย่างเป็น “นักการเมือง”

พลันที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศ “ตระบัดสัตย์” เพื่อสร้างพรรครวมพลังประชาชาติไทยให้เป็นเหมือนกับการระดม “มวลมหาประชาชน” อีกครั้ง

ทุกคนก็รู้แล้วว่าไผเป็นไผในพรรครวมพลังประชาชาติไทย

การเชิญ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เข้ามาก็เหมือนๆ กับเมื่อครั้ง พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ชูให้ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นหัวหน้าพรรคมหาชนนั่นแหละ

หากอ่านหนังสือ “พิศการเมือง” แล้วก็จะร้องอ๋อ

ยากเป็นอย่างยิ่งที่บุคคลอย่าง นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ หรือแม้กระทั่ง นายสุริยะใส กตะศิลา จะสามารถลบหรือทำให้บทบาท นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ค่อยๆ จางจากหายไป

เพราะนี่คือ “เวที” อันมีความหมายในทางการเมือง

หากประจักษ์ในบทบาทของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เมื่อเล่นบทเลขาธิการกปปส.ว่าเป็นอย่างไร ก็จะตอบได้ว่าบทบาทในพรรครวมพลังประชาชาติไทยก็ไม่แตกต่างกัน

ทุกอย่างเพื่อยืนยันความเป็น “พรรคเทพเทือก” สถานเดียว