วิเคราะห์การเมือง : พื้นที่ การเมือง ศึกษา ภูมิธรรม เวชยชัย จดหมาย เปิดผนึก

ถามว่า จดหมายเปิดผนึก ซึ่ง นายภูมิธรรม เวชยชัย ส่งถึงสมาชิกพรรคเพื่อไทย ถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวในทางการเมืองหรือไม่

ตอบได้เลยว่า “เป็น”

ไม่ว่าจะเป็นการทำขึ้นในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นการทำขึ้นในฐานะรักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย

ล้วนเป็นเรื่อง “การเมือง”

ยิ่งเป็นการเสนอความเห็นให้ระมัดระวังในเรื่องการตอบโต้ในประเด็นว่าด้วยการดูดอันกำลังเกิดขึ้นอย่างอึกทึกครึกโครม ยิ่งเป็นเรื่อง “การเมือง” อย่างเด่นชัด

ปมเงื่อนอยู่ที่ว่าทำได้หรือไม่

หากถือตามคำสั่งคสช.อย่างชนิดเถรตรง การแสดงออกในแบบที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย กระทำลงไปไม่น่าจะสามารถทำได้

เพราะนี่คือ การทำกิจกรรมทาง “การเมือง”

แต่คำถามที่เสนอเข้ามาก็คือ บรรดานักการเมืองไม่ว่าของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าของพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ว่าของพรรคภูมิใจไทย ไม่มีการขยับขับเคลื่อนหรอกหรือ

ทุกคนล้วนขยับ เพียงแต่ไม่ให้ขัดหูขวางตา “คสช.” เท่านั้น

เราจึงเห็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปเป็นประธานในการแจกสับปะรดเพื่อช่วยชาวไร่ เราจึงเห็นนายกรณ์ จาติกวณิช ตระเวนไปตามเครือข่ายเกษตรกร


ยิ่งกว่านั้น นักการเมืองยังเปิด “ไลน์หมู่” ขึ้นมาอีกด้วย

ความจริงแล้ว ที่คสช.ยังไม่อยากเห็นในตอนนี้คือ การประชุมพรรคอย่างเป็นทางการ หากแต่มิได้ห้ามการพบและการหารือระหว่าง “นักการเมือง” ด้วยกัน

หากฟังจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ย่อมชัดถนัดหู

เพียงแต่ “นักการเมือง” ไม่กล้าเท่านั้นเอง อย่างเช่นความเคยชินที่ตั้งโต๊ะแถลง ความจริงระยะหลังก็แทบไม่มีความจำเป็นเพราะทุกคนล้วนมี “สมาร์ตโฟน”

จะเปิด “เพจ” ส่วนตัวก็ได้ จะอาศัยช่องทาง “พรรค” ก็ได้

การเสนอข่าวและความเห็นของ “นักการเมือง” ตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์ทุกวันนี้ก็เอามาจากเฟซบุ๊ก หรือไลน์หมู่ของแต่ละ “นักการเมือง” ทั้งสิ้น

เพียงแต่ “นักการเมือง” และ “พรรคการเมือง” จะใช้ช่องทางเช่นนี้หรือไม่

แท้จริงแล้ว การเคลื่อนไหวในทาง “ความคิด” การเคลื่อนไหวในทาง “การเมือง” สามารถทำได้หากแต่ละนักการเมืองพยายามเสาะหาและใช้ความคิดประดิษฐ์สร้าง

1 เสาะหา “เทคโนโลยี” ที่เหมาะสมกับสภาพการณ์

ขณะเดียวกัน 1 ประดิษฐ์สร้าง “เวที” และ “พื้นที่” ไม่ว่าจะเป็นของส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นของพรรคการเมืองให้บังเกิดขึ้น

เหมือนที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย ทำเป็น “ตัวอย่าง”