พนักงานกกต.ขอความเป็นธรรม – บ.ก.ตอบจดหมาย

พนักงานกกต.ขอความเป็นธรรม

พนักงานกกต.ขอความเป็นธรรม

บ.ก.ตอบจดหมาย

พนักงานกกต.ขอความเป็นธรรม

เรียน บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ข่าวสด

หนูมีปัญหาคับข้องใจ เนื่องด้วยสำนักงาน กกต.ออก กฎเกณฑ์เกี่ยวกับการเข้าสู่ตำแหน่ง หัวหน้ากลุ่มงาน (ชำนาญการพิเศษ) โดยกำหนดให้บุคคล 3 กลุ่ม ได้เป็นหัวหน้ากลุ่มงานได้ โดยไม่ต้องสอบแข่งขัน ประกอบด้วย 1 หัวหน้างาน (หัวหน้างานตามโครงสร้างเดิม) 2.ผู้ทำหน้าที่หัวหน้างาน ที่ได้รับแต่งตั้งโดยเลขาธิการกกต. 3.พนักงาน กกต.ที่ขั้นเงินเดือนเต็มขั้น (ทั้ง 3 กลุ่มอยู่ในแท่งเดียวกับพนักงาน คือชำนาญการ)

ขอเรียนว่า กฎเกณฑ์ดังกล่าว ไม่ได้ยึดหลักอาวุโสตามที่ระบบราชการยึดถือปฏิบัติกันเลย สร้างความแตกแยก และหมดกำลังใจ โดยมีที่มาที่ไปดังนี้ พนักงาน กกต.ไม่ใช่ข้าราชการ แต่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ดังนั้นการที่จะมาเป็นพนักงาน กกต.จะมาจากหลากหลายวิธีตามที่ กกต.กำหนด คือ

1.แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ที่ทำงานให้ กกต.ตั้งแต่เริ่มแรกในช่วงปี 2540-2543 ให้เป็นพนักงานของกกต.

2.เปิดสอบบุคคลทั่วไปที่ผ่านภาค ก.ของก.พ. โดยวิธีการสอบแข่งขันด้วยการสอบข้อเขียนในปี 2544 และสัมภาษณ์ได้รับเงินเดือนขั้นแรก เริ่มต้นที่แปดพันกว่าบาท

3.เปิดรับข้าราชการที่ประสงค์จะเป็นพนักงาน กกต. แต่ต้องลาออกจากราชการ และมาบรรจุเป็นพนักงาน กกต.โดยไม่ต้องสอบ โดยมีสิ่งจูงใจคือให้ได้รับเงินเดือนสุดท้ายในระบบราชการ บวกเพิ่มอีก 30 เปอร์เซ็นต์ (ทำให้เงินเดือนเริ่มต้นที่ กกต.สูงกว่าพวกเข้ามาแรกๆและสูงกว่าขั้น 18) โดยเริ่มดำเนินการในช่วงปี 2546 และรับข้าราชการเข้ามามากที่สุดในปี 2547

ดังนั้นหากยึดหลักคุณธรรมยึดหลักอาวุโสแล้ว ผู้ที่เข้ามาในปี 2540-2544 จะอาวุโสมากกว่า 2546 – 2547 แต่ ในช่วงแรกๆผู้ที่เข้ามาในปี 2540-2544 เงินเดือนยังไม่ถึงขั้น 18 (ขั้นที่จะพิจารณาให้เป็นหัวหน้าได้) จึงแต่งตั้งพนักงานพวกปี 2546-2547 เป็นหัวหน้างานแทน (กลุ่มนี้โชคดีเงินเดือนเยอะบวกอีก 30 เปอร์เซ็นต์ แต่อาวุโสน้อยกว่า) กลุ่มพนักงานปี 2540-2544 รู้อยู่แล้วตั้งแต่ตอนนั้นว่า การตั้งหัวหน้างาน ไม่ได้ยึดหลักอาวุโส แต่ดูเรื่องเงินเดือนอย่างเดียว ร้องเรียนไปก็ไม่มีประโยชน์ จึงปล่อยเรื่อยมา


จนมาถึงวันนี้ พวกหนูก็ยังเป็นพนักงานเหมือนเดิม ทั้งที่อายุงาน 17-20 ปีแล้ว ให้พวกเข้ามาทีหลังก้าวหน้า ในหน้าที่การงาน จะตั้งให้เป็นหัวหน้ากลุ่มงานตามโครงสร้างใหม่เลย (ตั้งให้เป็นชำนาญการพิเศษ) โดยไม่ต้องสอบแข่งขัน ไม่คำนึงถึงหลักธรรมาภิบาล หลักอาวุโส หลักคุณธรรม ทั้งที่อาวุโสน้อยกว่า แล้วแบบนี้จะให้พนักงาน กกต.มีกำลังใจในการทำงานได้อย่างไร ก่อนที่จะทำความสะอาดบ้านนักการเมืองให้สะอาด ยุติธรรม สุจริต เที่ยงธรรม อยากให้มาพิจารณาเรื่องนี้ก่อน โดยเฉพาะจะให้พวกอาวุโสน้อย มาเป็นหัวหน้าพวกอาวุโสมากกว่า ทั้งที่อยู่ในตำแหน่ง แท่งเดียวกันคือชำนาญการ พิจารณาโดยดูแค่เงินเดือนใครมากกว่าแสดงว่าอาวุโสกว่า ซึ่งแค่นี้ก็ผิดแล้ว เพราะลำดับอาวุโสจะดูจากการครองตำแหน่งก่อน ใครครองก่อนคนนั้นอาวุโสกว่า ถ้าครองพร้อมกันค่อยดูเรื่องเงินเดือน แต่ในตำแหน่งหัวหน้างานในอดีตของกกต. อยู่แท่งตำแหน่งเดียวกันกับพนักงาน และตำแหน่งหัวหน้างาน เป็นตำแหน่งลอยๆเทียบปัจจุบันคือตำแหน่งชำนาญการ เท่ากับพนักงาน กกต. เท่านั้นเอง

กกต. ท่านมาใหม่ 5 ท่าน ได้โปรดทบทวนและออกกติกาใหม่เถอะ โปรดยึดหลักอาวุโส เพื่อเป็นขวัญ กำลังใจ ให้พนักงานที่ทำงานกันมา 17-20 ปีได้ก้าวหน้าบ้างนะคะ

ได้โปรดเถอะ

พนักงาน สนง.กกต.

ตอบ พนักงาน สนง.กกต.

คำร้องทุกข์ของคุณมุ่งเสนอไปยัง กกต.ชุดใหม่ ที่เพิ่งเข้ามา รับตำแหน่ง หวังว่าทั้ง 5 กกต.ใหม่ จะได้รับทราบข้อร้องเรียนนี้ เพื่อพิจารณากฎเกณฑ์การแต่งตั้งหัวหน้ากลุ่มงาน ว่าถูกต้องเป็นธรรมหรือควรทบทวนอย่างไรหรือไม่

อ่านต่อ: