ทดสอบ‘เอซุสเซ็นบุ๊ก 15’ สเป๊กทรงพลัง-ลำโพงกระหึ่ม

ทดสอบ‘เอซุสเซ็นบุ๊ก 15’

 

ทดสอบ‘เอซุสเซ็นบุ๊ก 15’ 

สเป๊กทรงพลัง-ลำโพงกระหึ่ม

 

ทดสอบ‘เอซุสเซ็นบุ๊ก 15’ สเป๊กทรงพลัง-ลำโพงกระหึ่ม – ย้อนไปถึงงานมหกรรมจัดแสดงเทคโนโลยี IFA ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ค่ายที่สร้างความประทับใจที่สุดหนีไม่พ้น เอซุส ผู้พัฒนาเทคโน โลยีคอมพิวเตอร์จากไต้หวัน หลังทางเอซุสประกาศอัพเดตสินค้าประเภทอัลตราบุ๊ก ตระกูลเซ็นบุ๊ก

ทดสอบ‘เอซุสเซ็นบุ๊ก 15’

ทดสอบ‘เอซุสเซ็นบุ๊ก 15’
ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 10

เอซุส เซ็นบุ๊ก 15 (Asus ZenBook 15) เป็นอัลตราบุ๊กที่มีขนาดใหญ่และสเป๊กแรงที่สุด

เซ็นบุ๊กปี 2019 รุ่นที่ทดสอบนี้มาพร้อมกับการปรับโฉมภายนอก ผสานกับเอกลักษณ์การออกแบบเบาบาง สง่างาม และทรงพลังของเซ็นบุ๊ก

รุ่นที่ข่าวสดไอทีได้มาทดสอบเป็นโน้ตบุ๊กที่อยู่ในขั้นระดับพรีเมียมชนกับคู่แข่งอย่างเช่น เดลล์ เอ็กซ์พีเอส 15 แอปเปิ้ล แม็กบุ๊ก โปร เอชพี สเป๊กเตอร์ เอ็กซ์ 360 และเซอร์เฟซ 2 จากไมโครซอฟท์ สนนราคาที่ 45,990 บาท

ความประทับใจแรกต่อเซ็นบุ๊กรุ่นนี้คือการปรับโฉมใหม่ของเอซุส สีที่ได้มานั้นเป็นสีเงิน ไอซิเคิล (อีกสีคือ รอยัล บลู) ใช้วัสดุเป็นอะลูมิเนียมแบบยูนิฟอร์มขัดลายวนที่ฝาด้านนอก ตัดกับตราเอซุสสีทองจางๆ

จุดนี้ทางเอซุสเปลี่ยนแปลงจากเดิมไปคือ พื้นผิวของโน้ตบุ๊กนั้นมีความมันน้อยลงอย่างรู้สึกได้ และให้ความรู้สึกเป็นโลหะมากขึ้น บ่งบอกถึงความรู้สึกชั้นพรีเมียม แต่ยังคงการตัดสีด้วยสีทองไว้สำหรับชิ้นส่วนบางชิ้นอย่างด้านข้างของเครื่องเพื่อช่วยให้เตะตา

เมื่อเปิดฝาขึ้นจะรู้สึกได้ว่ามีความนุ่มนวลมากกว่าเซ็นบุ๊กรุ่นก่อนๆ ทั้งวัสดุที่ใช้ยังเป็นอะลูมิเนียมที่ได้มาตรฐานกองทัพ (MIL-STD 810G-certified) หมายความว่า โน้ตบุ๊กนั้นน่าจะมีความคงทนมากกว่าเครื่องทั่วๆ ไป น่าเสียดายที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ทดลองการตกกระแทกพื้น หรือทดลองทุบตี เพื่อทดสอบความคงทน

ทดสอบ‘เอซุสเซ็นบุ๊ก 15’
พอร์ตเชื่อมต่อ (ขวา)
ทดสอบ‘เอซุสเซ็นบุ๊ก 15’
พอร์ตเชื่อมต่อ (ซ้าย)

ความประทับใจถัดมาที่ผู้ใช้แทบทุกคนมักมุ่งไปหลังเปิดฝาเครื่องคือ หน้าจอ แสดงผลที่มีความกว้าง 15.6 นิ้ว จอภาพนี้น่าดึงดูดสายตามากเพราะมีขอบด้านข้างน้อยเพียง 3 มิลลิเมตร และด้านบนราว 6.4 และล่าง 4.5 .. ซึ่งทางเอซุสเรียกว่า นาโนเอดจ์

โดยจุดที่ผู้ทดสอบเห็นด้วยกับเอซุส คือ การวางกล้อง web-cam ไว้ที่ขอบด้านบน ไม่เหมือนกับบางรุ่นที่เอามาไว้ที่ขอบล่างของจอภาพ

ฝาจอของโน้ตบุ๊กปรับขึ้นลงได้ 141 องศา โดยเมื่อเปิดขึ้นจะทำให้ตัวเครื่องยกตัวขึ้นสูงราว 2-3 องศา จุดนี้มีข้อดีหลายอย่าง อาทิ ช่วยให้พิมพ์ง่าย ช่วยระบายความร้อนออกจากแผงด้านหลังเครื่อง และช่วยให้เสียงออกจากลำโพงที่อยู่ด้านล่างได้ดีขึ้น

จอภาพของเซ็นบุ๊ก 15 UX533FD มีความละเอียดแบบ Full-HD (1,920 x 1,080 พิกเซล) เป็นเทคโนโลยีแบบ LCD แต่ไม่มีการเคลือบสารกันสะท้อนมาเหมือนรุ่นเซ็นบุ๊ก 15 UX533F การทดสอบพบว่า องศาการมองนั้นกว้างอย่างยอดเยี่ยม ความเที่ยงตรงของสี sRGB อยู่ที่ร้อยละ 80.2 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ทำงานกราฟิกได้ แต่อาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเที่ยงตรงของสีสูง ส่วนเรื่องความสว่างนั้นเพียงพอต่อการใช้งานกลางแจ้ง แต่หน้าจอค่อนข้างสะท้อนกว่าที่คาดไว้มาก แนะนำให้เลือกรุ่นที่มีเคลือบกันสะท้อนดีกว่า

ทดสอบ‘เอซุสเซ็นบุ๊ก 15’
แผงระบายความร้อนด้านหลัง

ในฐานะที่เซ็นบุ๊ก 15 เป็นโน้ตบุ๊กที่เน้นทำงานเป็นหลัก แป้นพิมพ์จึงถือเป็นอีกจุดที่ผู้ทดสอบให้ความสำคัญ เพราะโน้ตบุ๊กทำงานที่พิมพ์ไม่สะดวกก็ถือว่าหมดราคาไปแล้วครึ่งหนึ่งสำหรับคนทำงาน ข่าวดีก็คือ แป้นพิมพ์ของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดีทีเดียว

เอซุสออกแบบแป้นพิมพ์มาแบบ Full-Keyboard นั่นคือ จะมีแผงตัวเลขที่ด้านข้างด้วย ความลึกของปุ่มอยู่ราว 1.4 .. ระยะห่างระหว่างปุ่มกำลังดี และมีแรงต้านไม่มาก พิมพ์ได้นานต่อเนื่องโดยไม่เมื่อยนิ้ว

ทั้งยังมีไฟแบ๊กไลต์ สีขาวสวยงาม ด้านบนมีขอบสีทองเล่นลวดลายพร้อมตราเซ็นบุ๊ก ช่วยเพิ่มเสริมดีไซน์เรียบหรู ส่วนแผงควบคุมเมาส์แบบสัมผัสด้านล่างนั้นมีพื้นที่มาก และทำงานได้แม่นยำรวดเร็ว แต่ยังมีปัญหาค้างๆ บ้างเล็กน้อย

ที่พบว่าแปลก คือ บริเวณที่พักข้อมือนั้นอะลูมิเนียมรู้สึก บางๆ และมีการยุบตัวได้หากกดแรงๆ ไม่เหมือนกับอะลูมิเนียมฝาหน้าจอที่รู้สึกมั่นคงแข็งแรงกว่า แต่ก็ไม่แนะนำให้ใส่ในกระเป๋าเป้เปล่าๆ เพราะอาจเป็นรอยได้ ทางเอซุสแถมซองใส่มา ให้ด้วย

ระบบการรักษาความปลอดภัยของเซ็นบุ๊ก 15 ใช้การสแกนใบหน้า 3 มิติ ด้วยแสงอินฟราเรด (3D IR Scan) ไม่มีเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือ โดยผลการทดสอบพบว่าทำงานได้ดีในที่สว่าง แต่เมื่อแสงน้อยลงก็จะทำงานได้ช้าลง ส่วนตัวผู้ทดสอบมองว่าเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือน่าจะดีกว่า และผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ใช้ระบบสแกนใบหน้าในโน้ตบุ๊กอยู่แล้ว

แม้เซ็นบุ๊ก 15 จะมีขนาดหน้าจอใหญ่แต่การออกแบบของเอซุสนั้นทำให้โน้ตบุ๊กเครื่องนี้แลดูไม่ใหญ่เทอะทะ และน่าพกพาไปไหนมาไหน ด้วยความที่เป็นอัลตราบุ๊ก ทำให้มีน้ำหนักเบาเพียง 1.67 กิโลกรัม ขนาดอยู่ที่กว้าง 22 ยาว 35.7 และหนาเพียง 1.79 เซนติเมตร บางยิ่งกว่า เดลล์ เอ็กซ์พีเอส 15 เสียอีก แต่ความบางและขนาดพกพานี้ไม่ได้ทำให้เอซุส เซ็นบุ๊ก 15 ย่อหย่อนเรื่องของช่องเชื่อมต่อต่างๆ

ขอบด้านขวาของเครื่องเป็นที่อยู่ของช่อง USB-C, USB 3.1 Type A, HDMI และ SD card พร้อมช่องสายพลังงาน และไฟบอกสถานะ ส่วนอีกด้านมีช่อง USB-A และหูฟังมินิแจ๊ก ขนาด 3.5 ..

เซ็นบุ๊ก 15 ยังรองรับการเชื่อมต่อด้วยสัญญาณ Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi แบบ Dual-band ทั้งคลื่นยาว 2.4 กิกะเฮิร์ตซ์ (GHz) และคลื่นสั้น 5.0 GHz

มีความเร็วดาวน์โหลดสูงสุด 1.7 กิกะบิตต่อวินาที (Gbps) ถือเป็นจุดที่เหนือกว่า แอปเปิ้ล แม็คบุ๊ก โปร ที่แม้เป็นโน้ตบุ๊กระดับพรีเมียมเหมือนกันแต่กลับมีช่องเชื่อมต่อที่น้อยกว่ามาก

ทดสอบ‘เอซุสเซ็นบุ๊ก 15’
แป้นพิมพ์แบ๊กไลต์
ทดสอบ‘เอซุสเซ็นบุ๊ก 15’
แป้นพิมพ์แบบฟูล-คีย์บอร์ด

เอซุส เซ็นบุ๊ก 15 UX533FD ใช้ขุมพลังจากหน่วยประมวลผล กลาง หรือซีพียู รุ่น Intel Core i7-8565U ความเร็วสัญญาณนาฬิกาฐาน 1.8 GHz และความเร็วเทอร์โบสูงสุด 4.6 GHz หน่วยความจำแรมแบบ DDR4 ความจุ 16 GB พร้อมหน่วยเก็บข้อมูลแบบ NVME M.2 SSD ความจุ 512 GB ซึ่งเป็นมาตรฐานหน่วยเก็บข้อมูลที่เร็วที่สุดในเวลานี้ ช่วยให้การรันแอพพลิเคชั่นทำงานได้อย่างฉับไวลื่นไหล

ยังไม่หมดเท่านั้น เซ็นบุ๊ก 15 UX533FD ยังมีทั้งหน่วยประมวลผลกราฟิก หรือจีพียู Intel UHD Graphics 620 ที่จะสลับไปเป็น Nvidia GeForce 1050 หากต้องการพลังกราฟิกสูง โดยจีพียูดังกล่าวใช้การออกแบบ Max-Q ที่ช่วยให้จีพียูมีประสิทธิภาพและประหยัดพลังงานสูงกว่าการออกแบบทั่วไป พร้อมหน่วยจำแรมกราฟิก GDDR5 (VRAM) อีก 2 GB สามารถเล่นเกมทั่วไปที่ไม่ต้องการกราฟิกสูงมากๆ ได้สบายๆ แต่ถ้าเป็นพวกเกม AAA อย่าง Assassin’s Creed Odyssey, Shadow of the Tomb Raider, Tom Clancy’s Division ถือว่าหมดสิทธิ์ เว้นแต่ว่าปรับกราฟิกต่ำๆ ก็จะได้เฟรมเรตแบบถูๆ ไถๆ แต่เกมออนไลน์อย่าง Final Fantasy XIV A Realm Reborn นั้นพอไหว

อย่างไรก็ดี ผู้ที่มองหาโน้ตบุ๊กทำงานเพื่อเล่นเกมจริงๆ จังๆ นั้นควรมองหา เกมมิ่ง โน้ตบุ๊กจะดีกว่า ส่วนกรณีของ เซ็นบุ๊ก 15 นั้น GeForce 1050 ถือว่าค่อนข้างต่ำไปเล็กน้อยสำหรับโน้ตบุ๊กราคานี้ น่าจะได้สัก GeForce 1060 ขึ้นไป

ลําโพงที่อยู่ข้างใต้ของเครื่องเซ็นบุ๊ก 15 UX533FD เป็นอีกองค์ประกอบที่น่าประทับใจ โดยเป็นลำโพง Harman-Kardon ให้เสียงได้ดัง คมชัด และกระหึ่มเกินคาด

จุดเด่นของลำโพงนี้อยู่ที่เสียงกลางอันโดดเด่น ดันเสียงเครื่องดนตรีและนักร้องออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ส่วนเสียงต่ำถือว่าอยู่ในเกณฑ์พอใช้ เบสลูกกลางๆ สามารถรู้สึกได้ เสียงสูงออกหวานไม่แหลมบาดหู เวทีเสียงกว้างปานกลาง แยกชิ้นดนตรีได้ชัดเจน แต่เยี่ยมกว่าในแนวลึก เมื่อเปิดดังสุดถึงจะพบว่าเสียงมีเพี้ยนเล็กน้อย อาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นหนึ่งในลำโพงที่เสียงดีที่สุดเท่าที่เคยทดสอบมา ผู้ที่ชื่นชอบการรับชมภาพยนตร์และฟังเพลงจากลำโพงโน้ตบุ๊กจะไม่ผิดหวัง ตามสไตล์เซ็นบุ๊ก

เซ็นบุ๊ก 15 UX533FD ใช้ระบบปฏิบัติการ วินโดวส์ 10 รุ่นล่าสุดจากไมโครซอฟท์ มีแบตเตอร์รี่ภายในขนาด 73 วัตต์ชั่วโมง (Whr) แบบลิเธียมโพลิเมอร์ การใช้งานทั่วไปไม่ว่าจะพิมพ์งาน อ่านบทความและอีเมล์บนอินเตอร์เน็ต ทำงานได้ตลอดทั้งวัน (ประมาณ 8 ชั่วโมง)

ทดสอบ‘เอซุสเซ็นบุ๊ก 15’
ลำโพงเสียงเยี่ยม
ทดสอบ‘เอซุสเซ็นบุ๊ก 15’
ซองสีดำเท่

ความสว่างจออยู่ที่ร้อยละ 50 แต่หากลองเล่นเกมแล้วระยะเวลาการใช้งานจะหดลงเหลือเพียงชั่วโมงเศษๆ เท่านั้น โดยผู้ทดสอบลองเล่นเกมกราฟิกเบาๆ อย่าง Two-Point Hospital และ The Sims 4 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์พอใช้ แม้ทางเอซุสจะโฆษณาว่าอยู่ได้นานถึง 17 ชั่วโมงสำหรับการใช้งานทั่วไปก็ตาม

สรุปแล้วเซ็นบุ๊ก 15 UX533FD เป็นโน้ตบุ๊กชั้นพรีเมียมที่น่าประทับใจรุ่นหนึ่ง โดยการปรับโฉมใหม่ให้แลดูมีความทันสมัย แต่ยังคงเอกลักษณ์ความเบาบางพร้อมประสิทธิภาพสูงไว้ตามแบบฉบับเซ็นบุ๊กทำให้รุ่นปี 2019 ถือเป็นเซ็นบุ๊กที่ก้าวไปอีกขั้นของเอซุส ไม่ว่าจะเป็นอะลูมิเนียมเกรดกองทัพ

การออกแบบที่ทำให้แลดูเตะตาและน่าพกพา ควบรวมกับสเป๊กที่ถือว่าจัดอยู่ในเกณฑ์สูงสำหรับอัลตราบุ๊ก รวมถึงจอภาพขอบน้อย ลำโพงเสียงดี เป็นโน้ตบุ๊กทำงานที่คุ้มค่า

จันท์เกษม รุณภัย

บทความก่อนหน้านี้‘สงกรานต์’ชวนเที่ยวงาน เทศกาลบอลลูนนานาชาติ : คอลัมน์ ห้องรับแขก
บทความถัดไปกรมการค้าภายในจับมือ กฟผ. ตรวจติดตามความพร้อมของโรงสกัดน้ำมันปาล์มที่ขายให้ กฟผ. ยันเดินหน้ามาตรการเต็มสูบ คาดดึงราคาลูกปาล์มสูงขึ้นแน่นอน