ดัชนีหลุด 1,700 จุดไปเรียบร้อย ร่วงตามตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะฮ่องกงที่ลงไปกว่า 700 จุด

สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย (SET) วันพุธที่ 5 กันยายน 2561 ปิดที่ 1,686.37 จุด ปรับตัวลดลง -28.04 จุด คิดเป็น -1.64% จุดสูงสุดอยู่ที่ 1,711.37 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,685.95 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 60,127.45 ล้านบาท ส่วนดัชนี SET50 ปิดที่ 1,111.30 จุด ปรับตัวลดลง -19.96 จุด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวลง 0.05% เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้า โดยสหรัฐและแคนาดาจะเปิดฉากการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) ฉบับใหม่อีกครั้งในวันนี้ หลังจากการเจรจาคว้าน้ำเหลวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มอีก 2 แสนล้านดอลลาร์ในวันพฤหัสบดีนี้

ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดปรับตัวลง ขณะที่นักลงทุนจับตาสหรัฐและแคนาดาที่จะเปิดฉากการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือฉบับใหม่อีกครั้ง

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดร่วงลง 1.68% ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลง 0.51% เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของพายุไต้ฝุ่น “เชบี” ขณะที่ข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนนั้น ได้ฉุดหุ้นที่เกี่ยวข้องกับจีนร่วงลงด้วย

โดยหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
1. CPALL มูลค่าการซื้อขาย 6,890.41 ล้านบาท ลดลง -1.75 บาท คิดเป็น -2.61%
2. PTT มูลค่าการซื้อขาย 4,165.74 ล้านบาท ลดลง -1.75 บาท คิดเป็น -3.35%
3. PTTGC มูลค่าการซื้อขาย 2,084.76 ล้านบาท ลดลง -1.50 บาท คิดเป็น -1.87%
4. BEAUTY มูลค่าการซื้อขาย 1,984.08 ล้านบาท ไม่เปลี่ยนแปลง
5. IVL มูลค่าการซื้อขาย 1,563.36 ล้านบาท ลดลง -1.25 บาท คิดเป็น -2.15%

เนื่องจากดัชนีได้มีการอ่อนตัวกลับลงมาหลุดต่ำกว่าระดับ 1,700 จุดลงไปเรียบร้อย โดยมีการปรับตัวลดลงตามตลาดต่างประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะฮ่องกงที่ลงไปกว่า 700 จุด เนื่องจากประเด็นวิตกข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้า ทำให้ดัชนีลงไปทำ New low ในรอบ 2 สัปดาห์แตะแนวรับถัดไปแถวๆ เส้นค่าเฉลี่ย 75 วันที่ 1,686 จุด

หากวันนี้ดัชนีประคองตัวยืนปิดเหนือเส้นดังกล่าวได้ อาจมีลุ้นดีดกลับได้อีกครั้ง โดยมีแนวต้านหลักแถวๆ 1,700 จุดและ 1,704-1,705 จุด แต่ถ้าประคองตัวไม่ได้ดัชนีน่าจะลงต่อได้แถวๆ 1,682 จุดและ 1,674 จุดได้ต่อไป

บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด

บทความก่อนหน้านี้สายการบิน แห่ยกเลิกไฟลต์ไทย-ญี่ปุ่น เซ่นพายุ เชบี ยันไม่กระทบท่องเที่ยว
บทความถัดไปรวบแก๊งอุ้มหญิงเรียกค่าไถ่ 25 ล้าน ตร.บุกช่วยระทึก เหยื่อแฉถูกจับมัดขังในรีสอร์ต