สัปดาห์ที่ผ่านมาเงินบาทแข็งค่าเล็กน้อย ขณะที่ ตลาดหุ้นไทยยังลดลงตามแรงขายต่างชาติ

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ (16-19 ต.ค. 2561) สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท เงินบาทแข็งค่าในช่วงแรก แต่ลดช่วงบวกลงท้ายสัปดาห์ โดยเงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ตามสถานะซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ มีปัจจัยลบจากข้อมูลยอดค้าปลีกเดือนก.ย. ที่เพิ่มน้อยกว่าที่ตลาดคาด

อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาอ่อนค่าลงในช่วงปลายสัปดาห์ สอดคล้องกับทิศทางสินทรัพย์เสี่ยงในภาพรวม เนื่องจากเงินดอลลาร์ฯ ได้รับแรงหนุนจากบันทึกการประชุมเฟด (25-26 ก.ย.) ซึ่งตอกย้ำแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องในช่วงปีหน้า ขณะที่ การอ่อนค่าของเงินหยวน หลังจีดีพีไตรมาส 3 ของจีนออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด ก็เป็นปัจจัยลบต่อสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค และเงินบาท เช่นกัน ในวันศุกร์ (19 ต.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 32.58 จากระดับ 32.75 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (12 ต.ค.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (22-26 ต.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 32.50-32.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยจุดสนใจของตลาดในประเทศน่าจะอยู่ที่ตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือนก.ย. ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญในระหว่างสัปดาห์ ประกอบด้วย ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดขายบ้านใหม่ ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนก.ย. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และดัชนี PMI (เบื้องต้น) เดือนต.ค. ตัวเลขจีดีพีประจำไตรมาส 3/2561 (advance) และรายงาน Beige Book ของเฟด นอกจากนี้ ตลาดอาจรอติดตามถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และจีน ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป และดัชนี PMI ของประเทศชั้นนำอื่นๆ

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลง โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับที่ 1,667.91 จุด ลดลง 1.67% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่ มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 11.23% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 49,987.03 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai ลดลง 2.03% จากสัปดาห์ก่อน มาปิดที่ 426.79 จุด

ดัชนีตลาดหุ้นไทยร่วงลงต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และซาอุดิอาระเบีย ขณะที่ การส่งสัญญาณเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดต่อเนื่อง รวมถึงประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ยังคงเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นทั่วโลก ซึ่งรวมถึงตลาดหุ้นไทย ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยอย่างหนักและต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (22-26 ต.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,650 และ 1,630 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,680 และ 1,690 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 3/2561 และสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และซาอุดิอาระเบีย ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2561 ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศ ยอดขายบ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือน ก.ย. ดัชนี PMI Composite (เบื้องต้น) เดือนต.ค. ตลอดจนถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดระดับสูง ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป ดัชนี PMI (เบื้องต้น) เดือนต.ค. ของประเทศแถบยุโรป และญี่ปุ่น

บทความก่อนหน้านี้ชาวประมงเฮ หลังคลื่นลมอ่าวไทยสงบ แห่จับแมงกะพรุน ขายได้วันละ 5,000 บาท
บทความถัดไปเขินเลย! มิจฉาชีพโดดขึ้นกระโปรงรถ หวังค่าทำขวัญ พอเห็นกล้องหน้ารถเลยเปลี่ยนใจ