โกลเบล็ก ชี้ปัจจัยเฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ยหนุนตลาดหุ้นไทย ส่วนทองคำมีสัญญาณอ่อนตัว

น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยยังคงให้ความสำคัญกับปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะหลังจากที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และภาวะชัตดาวน์หน่วยงานภาครัฐของสหรัฐอาจมีทางออกแม้ยังตกลงเรื่องงบประมาณก่อสร้างกำแพงตามแนวชายแดนไม่ได้ จากการผ่านร่างกฎหมายฉบับใหม่เพื่อให้หน่วยงานรัฐบาลบางส่วนเปิดดำเนินการได้ตามปกติ โดยเฉพาะหน่วยงานในกระทรวงการคลังและหน่วยงานสรรพากรเพื่อให้ประชาชนได้รับภาษีคืนตามกำหนดเวลา

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกในประเทศยังคงมีต่อเนื่อง โดยภาคอุตสาหกรรมของประเทศยังมีโอกาสเติบโตในอนาคตจากการสนับสนุนการลงทุนในระยะยาวในภาคอุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพเติบโตและอุตสาหกรรมอนาคต (New S-curve)

ส่วนปัจจัยลบที่กดดันตลาดหุ้นในช่วงนี้ อาทิ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนธ.ค. อยู่ที่ 79.4 ปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 และความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวในอนาคตหลังมาร์กิตเปิดเผยดัชนี PMI ภาคบริการสหรัฐในเดือนธันวาคม ขยายตัว 54.4 ต่ำสุดรอบ 3 เดือน ส่วนดัชนี PMI รวมภาคผลิต-บริการยูโรโซนเดือนธ.ค. ร่วงต่ำสุดในรอบกว่า 4 ปี อีกทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมืองต่างๆ เรียกร้องไม่ให้อังกฤษเลือกถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) แบบไร้ข้อตกลงกับสหภาพยุโรป (อียู)

ขณะที่ปัจจัยที่ยังคงจับตาต่อคือ ความคืบหน้าเกี่ยวกับการกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไป และในวันที่ 7-8 ม.ค. เจ้าหน้าที่ระดับกลางของสหรัฐฯและจีนเจรจาร่วมกันเพื่อคลี่คลายข้อพิพาทด้านการค้า ก่อนที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงจะเจรจาอีกรอบในปลายเดือนนี้ ส่วนวันที่ 9 ม.ค. จะมีการประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) โดยมีวาระพิจารณาขึ้นบัญชียา-ค่ารักษาที่มีปัญหาร้องเรียนว่าอยู่ในระดับสูง

ด้านนายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์โกลเบล็ก จำกัด กล่าวว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มผันผวนในกรอบกว้าง โดยให้กรอบการเคลือนไหวของดัชนี 1,570-1,620 จุด และแนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นกลุ่มค้าปลีก แนะนำ CPALL, HMPRO, ROBINS, BJC หุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม แนะนำ AMATA, WHA หุ้นกลุ่มธนาคาร/การเงิน แนะนำ BBL, KTB, MTC

ด้านแนวทางการลงทุนในทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ราคาทองคำมีแนวโน้มชะลอตัว หลังประธาน Fed ประกาศว่าจะมีการชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และพร้อมจะปรับแผนการลดงบดุล เพื่อไม่ให้กระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่งผลให้เกิดการเทขายสินทรัพย์ปลอดภัย และกลับเข้าเก็งกำไรในตลาดหุ้น แต่เนื่องจากเศรษฐกิจจีนยังอยู่ในภาวะชะลอตัว และการฟื้นตัวมีแนวโน้มยากลำบากจากภาวะสงครามการค้า แม้ทางการได้ปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ลงหลายครั้งแล้วก็ตาม

ในขณะที่ความขัดแย้งทางการเมืองในฝั่งสหรัฐฯ เองก็สร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ จึงคาดการณ์แนวโน้มราคาทองคำเริ่มเข้าสู่ภาวะพักตัว แต่มีโอกาสจะขึ้นไปแกว่งเหนือ 1,300 ดอลลาร์ โดยราคาในประเทศจะถูกกดดันมากขึ้นด้วยการแข็งค่าของเงินบาท คงคำแนะนำให้เล่น swing long และทยอยปิดทำกำไรเป็นระยะๆ ในกรอบ 1,270-1,300 ดอลลาร์

บทความก่อนหน้านี้ดิอาซ ฝันเป็นจริง จากเด็กเก็บบอลที่มาลาก้า สู่นักเตะเรอัลมาดริด
บทความถัดไปครม.ไฟเขียว ปรับเงื่อนไขกู้เงินไฮสปีดเทรน 1.6 แสนล้าน ให้กู้ต่างประเทศได้