ดัชนีดีดกลับขึ้นต่อเนื่องทำ New high ในรอบสัปดาห์ได้อีกครั้ง

สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย (SET) วันอังคารที่ 9 เมษายน 2562 ปิดที่ 1,657.74 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น +11.56 จุด คิดเป็น +0.70% จุดสูงสุดอยู่ที่ 1,660.31 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,648.23 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 44,262.72 ล้านบาท ส่วนดัชนี SET50 ปิดที่ 1,105.37 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น +9.24 จุด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบ 0.32% โดยได้รับแรงกดดันจากหุ้นโบอิ้งที่ร่วงลงอย่างหนัก หลังจากทางบริษัทประกาศแผนลดการผลิตเครื่องบินรุ่น 737 นอกจากนี้ ดัชนีดาวโจนส์ได้รับปัจจัยลบจากการดิ่งลงของหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มสายการบิน อย่างไรก็ตาม ดัชนี S&P500 ดีดตัวขึ้นปิดในแดนบวก หลังจากหุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งรวมถึงเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค และเวลส์ ฟาร์โก ที่มีกำหนดเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้

ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดอ่อนตัวลง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการที่สหรัฐได้ยื่นข้อเสนอเพื่อเก็บภาษีสินค้านำเข้าของสหภาพยุโรปหลายรายการ

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดอ่อนตัวลง 0.16% เนื่องจากนักลงทุนยังคงจับตารอดูผลการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดบวก 0.19% ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน เนื่องจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้ถูกสกัดด้วยปัจจัยลบที่เกิดจากความระมัดระวังในการซื้อขาย หลังจากหุ้นกลุ่มอื่นๆพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อไม่นานมานี้

โดยหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
1. PTTGC มูลค่าการซื้อขาย 2,101.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +1.25 บาท คิดเป็น +1.81%
2. PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,967.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +0.25 บาท คิดเป็น +0.52%
3. CPALL มูลค่าการซื้อขาย 1,788.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +0.75 บาท คิดเป็น +0.98%
4. PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 1,660.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +4.00 บาท คิดเป็น +3.14%
5. SCC มูลค่าการซื้อขาย 1,548.36 ล้านบาท ลดลง -2.00 บาท คิดเป็น -0.42%

ดัชนีดีดกลับขึ้นต่อเนื่องทำ New high ในรอบสัปดาห์ได้อีกครั้ง ซึ่งเป็นการปิดได้ในระดับสูงของวันหลังจากเกิดสัญญาณ Golden cross ไปในสัปดาห์ก่อนหน้า โดยดัชนีผ่านขึ้นมาปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันได้และปิดออกไปนอกกรอบ BollingerTop เล็กน้อยพร้อมวอลุ่มซื้อขายที่เพิ่มสูงขึ้น หากวันนี้(10) ดัชนีไม่ถอยกลับลงมาหรือปิดต่ำกว่า 1,655-1,654 จุดซะก่อน ดัชนีจึงจะมีลุ้นขึ้นต่อได้แถวๆ 1,664 จุดและ 1,674 จุดต่อไป

บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด

บทความก่อนหน้านี้เปเล่ บินกลับบราซิล หลังป่วยติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่ฝรั่งเศส
บทความถัดไปก.ทรัพยากรฯ เตรียมพร้อมรับมือแก้วิกฤติภัยแล้งแจกจ่ายน้ำอย่างทั่วถึง