เงินบาทผันผวนก่อนกลับมาอ่อนค่าปลายสัปดาห์ ขณะที่หุ้นไทยปรับขึ้นหลังตลาดคลายกังวล

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ (2-6 ก.ย. 2562) สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท เงินบาทเคลื่อนไหวอย่างผันผวน โดยเงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์สอดคล้องกับค่าเงินหยวนและสกุลเงินเอเชียอื่นๆ ท่ามกลางความกังวลต่อสงครามการค้าสหรัฐ-จีน อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นช่วงกลางสัปดาห์ ขณะที่เงินดอลลาร์ เผชิญแรงขายหลังจากดัชนี ISM ภาคการผลิตของสหรัฐ สะท้อนภาวะหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ประกอบกับสกุลเงินในภูมิภาคและสินทรัพย์เสี่ยงกลับมาได้รับแรงหนุนจากการที่ตลาดคลายความกังวลต่อสถานการณ์ BREXIT และเหตุการณ์ในฮ่องกงลงบางส่วน กระนั้นก็ดี เงินบาทอ่อนค่าลงอีกครั้งในช่วงปลายสัปดาห์ หลังจากที่เงินดอลลาร์ มีปัจจัยบวกจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ที่ออกมาดีกว่าคาด อาทิ ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน และดัชนี ISM ภาคบริการเดือนส.ค. ในวันศุกร์ (6 ก.ย.) เงินบาทอยู่ที่ 30.66 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับ 30.58 บาทต่อดอลลาร์ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (30 ส.ค.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (9-13 ก.ย.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 30.40-30.80 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยต่างประเทศที่ตลาดอาจรอติดตาม ประกอบด้วย ผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป สถานการณ์สงครามการค้าสหรัฐ-จีน และ BREXIT ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ ที่จะประกาศระหว่างสัปดาห์ ประกอบด้วย ดัชนีราคาผู้ผลิต ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาสินค้านำเข้า-ส่งออก ยอดค้าปลีก เดือนส.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ย.

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นจากสัปดาห์ก่อน โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,670.06 จุด เพิ่มขึ้น 0.91% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 57,178.33 ล้านบาท ลดลง 5.83% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai เพิ่มขึ้น 0.40% จากสัปดาห์ก่อน มาปิดที่ 354.12 จุด

ดัชนีตลาดหุ้นไทยร่วงลงช่วงต้นสัปดาห์จากความกังวลต่อปัจจัยต่างประเทศ ก่อนจะดีดตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ หลังสถานการณ์ต่างประเทศคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น อาทิ ความกังวลที่ลดลงของโอกาสการเกิด Brexit แบบไร้ข้อตกลง ฮ่องกงประกาศถอนร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนอย่างเป็นทางการ รวมถึงสหรัฐ และจีนตกลงจะกลับมาเจรจาการค้ากันอีกครั้ง อย่างไรก็ดี ดัชนีฯ ถูกจำกัดกรอบการปรับขึ้นช่วงปลายสัปดาห์ จากแรงเทขายของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (9-13 ก.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,650 และ 1,640 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,680 และ 1,700 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ สถานการณ์การเจรจาการค้าสหรัฐ-จีน และ BREXIT ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต ดัชนีราคาผู้บริโภค รวมถึงยอดค้าปลีกเดือนส.ค. ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ค. ของยูโรโซน ดัชนีราคาผู้ผลิตและผู้บริโภคเดือนส.ค. ของจีน รวมถึงดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนส.ค.ของญี่ปุ่น

บทความก่อนหน้านี้กิ๊ฟ-วิว สุดเจ๋ง โค่นอินโดเต็ง1 ทะลุชิงแบด ไทเป โอเพ่น
บทความถัดไป‘วรวัจน์’ อัด ‘ธรรมนัส’ เหยียบย่ำศักดิ์ศรี เปรียบพรรคเล็กเป็นลิง ต้องเอากล้วยให้กิน จี้ขอโทษ