ดัชนีหุ้นไทยยังคงแกว่งตัวแคบๆ ต่อเนื่อง ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.00 จุด

สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย (SET) วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2562 ปิดที่ 1,663.93 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น +1.00 จุด คิดเป็น +0.06% จุดสูงสุดอยู่ที่ 1,670.62 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,659.14 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 73,344.07 ล้านบาท ส่วนดัชนี SET50 ปิดที่ 1,107.82 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น +1.79 จุด

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก ดาวโจนส์ปิดลบ 142.70 จุด เนื่องจากการพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงของราคาน้ำมันดิบหลังจากเกิดเหตุโจมตีโรงงานน้ำมันในซาอุดีอาระเบียนั้น ทำให้เกิดความกังวลว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก

ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดแดนบวก ภายหลังจากที่สหรัฐเตรียมจัดการเจรจาการค้ากับจีนในวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันเปิดลดลง 9.35 จุด

ภาวะตลาดหุ้นจีน เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดร่วง 52.63 จุด เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการที่จีนได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการยื่นขอเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก (IPO) เพื่อรับประกันคุณภาพของบริษัทจดทะเบียนนับตั้งแต่ต้นปี

ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง ฮั่งเส็งปิดร่วง 334.31 จุด หลังจากที่ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส ประกาศลดแนวโน้มความน่าเชื่อถือของฮ่องกงลงสู่ ‘เชิงลบ” จากเดิม “มีเสถียรภาพ” โดยระบุถึงความเสี่ยงที่มีต่อสถานะการเป็นศูนย์กลางการเงินแห่งเอเชียของฮ่องกง

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว นิกเกอิปิดบวก 13.03 จุด ปิดในแดนบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 10 ในวันนี้ โดยได้ปัจจัยบวกจากคำสั่งซื้อที่ส่งเข้าหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

โดยหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
1. PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 4,346.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +5.00 บาท คิดเป็น +4.00%
2. PTT มูลค่าการซื้อขาย 3,956.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +0.25 บาท คิดเป็น +0.53%
3. SCC มูลค่าการซื้อขาย 3,226.20 ล้านบาท ลดลง -12.00 บาท คิดเป็น -2.82%
4. ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 2,980.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +2.00 บาท คิดเป็น +0.90%
5. PTTGC มูลค่าการซื้อขาย 2,479.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +1.25 บาท คิดเป็น +2.19%

ดัชนียังคงแกว่งตัวแคบๆ ต่อเนื่อง โดยมีความพยายามประคองตัวปิดเหนือระดับ 1,660 จุด ซึ่งเป็นกรอบแนวรับในรอบสัปดาห์นี้ที่ระดับ 1,658 จุด ในขณะที่แนวต้านก็ไม่ผ่านเส้นค่าเฉลี่ย 10 , 25 และ 75 สัปดาห์ที่ระดับ 1,670-1,672 จุด ดังนั้นวันนี้(18) ดัชนียังน่าจะแกว่งตัวแคบๆ ต่อไปในกรอบ 1,658-1,672 จุด เพื่อประคองให้ MACD ยืนเหนือระดับศูนย์ให้ได้ต่อเนื่อง ก่อนจะดีดกลับรอบใหม่ได้ต่อไป

บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด

บทความก่อนหน้านี้อาจารย์โต้! ไม่มีรหัสลับ ภาพพระพุทธรูปอุลตร้าแมน แจงไม่เกี่ยวข้อง เรื่องปั่นราคาภาพ
บทความถัดไป“บิ๊กตู่” ให้กำลังใจนักแข่งF1 สัญชาติไทย พร้อมผลักดันให้เป็นตัวอย่างเยาวชน