เงินบาทแข็งโป๊กแตะ 30.30 บาท แข็งค่าสุดในรอบกว่า 6 ปีครั้งใหม่ – คลังยันแบงก์ชาติเอาอยู่

เงินบาทแข็งโป๊กแตะ30.30

เงินบาทขยับแข็งค่าทดสอบแนว 30.30 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่แข็งค่าที่สุดในรอบกว่า 6 ปีครั้งใหม่ นับตั้งแต่เดือนมิ.ย.56 – คลังยันแบงก์ชาติเอาอยู่

เงินบาทแข็งโป๊กแตะ30.30 – เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2562 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า เงินบาทขยับแข็งค่าทดสอบแนว 30.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับที่แข็งค่าที่สุดในรอบกว่า 6 ปีครั้งใหม่ (นับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2556) และเมื่อเทียบกับความเคลื่อนไหวของสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียแล้ว เงินบาทยังคงเป็นสกุลเงินที่มีอัตราการแข็งค่ามากที่สุด โดยแข็งค่าขึ้นแล้วในปีนี้ประมาณ 7.4% เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ และค่อนข้างจะทิ้งห่างสกุลเงินของประเทศเพื่อนบ้านที่ตามมาเป็นอันดับ 2 และอันดับ 3 อย่างเงินรูเปียห์ และเงินเปโซ ที่แข็งค่าขึ้นในปีนี้เพียง 2.8% และ 1.8% เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ ตามลำดับ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ทิศทางการแข็งค่าของเงินบาท น่าจะถูกอธิบายโดยฐานะการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด และมุมมองของนักลงทุนที่ว่า เงินบาทเป็นสกุลเงินที่ปลอดภัย มากกว่าการเคลื่อนย้ายเงินทุนจากต่างประเทศ โดยอาจกล่าวได้ว่า นอกเหนือจากการคาดการณ์เรื่องการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ และปัจจัยพื้นฐานของเงินบาท (อาทิ สถานะการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด และทุนสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง) แล้ว อีกปัจจัยสำคัญที่หนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น ในลักษณะที่เป็นการสวนทางสกุลเงินเอเชียอื่นๆ นั้น น่าจะเป็น “มุมมอง” ของตลาดที่ประเมินว่า เงินบาทเป็นสกุลเงินปลอดภัยในยามที่ต้องการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง โดยเฉพาะในช่วงภายในเดือนต.ค. นี้ ที่มี 2 ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน และความเสี่ยงจากกรณี BREXIT แบบไร้ข้อตกลง

ทิศทางของค่าเงินดอลลาร์ และแนวโน้มดอกเบี้ยของสหรัฐ จะยังคงมีบทบาทสำคัญต่อความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในระยะข้างหน้า โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ทิศทางค่าเงินบาทอาจผันผวนได้ทั้ง 2 ด้านในระยะ 6-12 เดือนข้างหน้า ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบของ 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ ปมปัญหาของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน และสถานการณ์ของการเมืองภายในสหรัฐ

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ในกรณีเลวร้ายที่เศรษฐกิจสหรัฐ อ่อนแอลงมากกว่าที่คาดในปีหน้า จนทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ ต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงไปมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ เงินบาทก็อาจถูกกดดันให้แข็งค่าขึ้นได้ต่อเนื่องจากการที่ไทยยังคงมีดุลการค้า ดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุล และมุมมองของนักลงทุนที่ว่า เงินบาทเป็นสกุลเงินปลอดภัยที่มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งรองรับ ซึ่งจะส่งผลให้การส่งออกของไทยอาจจะยังคงเผชิญความท้าทายต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า

นายอุตตม สาวนายน เปิดเผยถึงสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่าสูงสุดในรอบ 6 ปี ว่า นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เข้ามาหารือและชี้แจงว่า ธปท.กำลังดูแลค่าเงินบาทอยู่ทุกช่วงเวลา บางช่วงเวลาก็มีมาตรการที่จะพยายามให้บาทสอดคล้องกับสภาพความจริงของเศรษฐกิจไทยให้มากที่สุด ในรายละเอียดเป็นเรื่องของ ธปท. ว่าใช้วิธีไหนในการดูแล

อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทแข็งค่า มีผล 2 ด้าน ด้านหนึ่งที่ผ่านก็สื่อสารไปว่าเป็นช่วงลงทุนที่ดี ให้นำเข้าเครื่องจักรเข้ามา โดยค่าเงินที่แข็งค่าขึ้นเป็นวัฏจักร ต้องใช้ประโยชน์ให้ได้ อีกด้านกระทบส่งออก แต่บอกไม่ได้ว่ากระทบอะไรมากกว่ากัน ผู้ส่งออกต้องปรับตัว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกันสนับสนุน

บทความก่อนหน้านี้เจ้าบ่าวข่มขืนเพื่อนเจ้าสาว งานเลี้ยงพรีเวดดิ้ง แถมขอให้ช่วยลืมๆ ไป
บทความถัดไปศาลสั่งจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน จ่ายกว่า 2 แสนล้านบาท ฐานทำผู้ป่วยชายเต้านมโต จากการใช้ยาต้านโรคจิตเภท