ในหลวง-พระเทพฯอัญเชิญ”พระผอบ”สู่ 2วัด ที่ประดิษฐานพระบรมราชสรีรางคารร.9 พระองค์หญิงทรงม้านำขบวนอิสริยยศ บรมอัฐิสถิตพระวิมานในพระที่นั่งจักรีฯ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯพระราชพิธีอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิประดิษฐาน พระวิมานบนพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท และพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร ไปบรรจุที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรส วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์ วัดบวรนิเวศวิหาร พระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯ ทรงม้านำริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ท่ามกลางพสกนิกร หลั่งไหลจับจองพื้นที่เฝ้าฯรับเสด็จ ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดรอชมริ้วขบวนที่ 6 ปีติสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ทรงโบกพระหัตถ์ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯทรงโพสต์รูปทรงฉายหน้า พระเมรุมาศพร้อมข้อความเชิญเสด็จพ่อสู่ทิพย์ วิมาน

เมื่อเวลา 10.43 น. วันที่ 29 ต.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง การนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ คุณพลอยไพลิน เจนเซน คุณสิริกิติยา เจนเซน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งประดิษฐานในบุษบกแว่นฟ้าเหนือพระแท่น สุวรรณเบญจดล ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการ บูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ประดิษฐานบนพระแท่นมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูปที่สวดพระพุทธมนต์แต่วันก่อนถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประเคนภัตตาหารแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ผู้เป็นประธานสงฆ์ พระสงฆ์รับพระราชทานฉันเสร็จแล้ว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา

ทั้งนี้ ระหว่างพระสงฆ์รับพระราชทานฉันในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เจ้าพนักงานได้เทียบพระที่นั่งราเชนทรยานสำหรับอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ไว้ที่เกยพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท พร้อมทั้งตั้งขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ตำรวจ หลวง มหาดเล็กเป็นคู่แห่ 4 สาย นายทหารราชองครักษ์เป็นคู่เคียงพระที่นั่งราเชนทรยานทรงพระโกศพระบรมอัฐิ พร้อมด้วยเครื่องพระอภิรุมชุมสาย มโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ พระกลด บังพระสูรย์ พัดโบก ภูษามาลาประคอง และมหาดเล็ก พระราชพิธีอัญเชิญเครื่องพระบรมราชอิสริยยศ ไว้พร้อม

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม พระราชาคณะถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 จบ แล้วถวายอนุโมทนา พระสงฆ์ 4 รูปรับอนุโมทนา ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์และทรงทอดผ้าไตรพระสงฆ์ที่ถวายพระธรรม เทศนาและรับอนุโมทนา รวม 5 รูป สดับปกรณ์ ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา แล้วเจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ 89 รูปเท่าพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์ สวดมาติกา จบ ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา

ต่อมาเวลา 13.54 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานภูษามาลาเชิญพระโกศพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ลงจากบุษบกแว่นฟ้าเหนือพระแท่นสุวรรณเบญจดลออกทางพระทวารพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทมุขตะวันออกไปยังเกยพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท มีร้อยเอกจิทัศ ศรสงคราม พระนัดดา ผู้อัญเชิญ เครื่องทองน้อย เจ้าพนักงานภูษามาลาประดิษฐานพระโกศพระบรมอัฐิในบุษบกพระที่นั่งราเชนทรยาน โดยมี รศ.นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ เป็นผู้ประคองพระโกศพระบรมอัฐิ

เวลา 14.12 น. ริ้วขบวนที่ 5 เริ่มยาตรา ประโคมกระทั่งมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ พร้อมด้วยยาตราขบวนพระบรมราชอิสริยยศอัญเชิญพระบรมอัฐิจากพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาทไปยังพระ ที่นั่งจักรีมหาปราสาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินตามพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ใช้เส้นทางจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทไปยังพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ระยะทาง 63 เมตร เดินตามจังหวะเสียงกลองโดยการเดินปกติ จัดกำลังพล 384 นาย โดยมีคณะรัฐมนตรี นำโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และเหล่าราชนิกุล ข้าราชบริพาร ร่วมในริ้วขบวน

เมื่อขบวนแห่เทียบพระที่นั่งราเชนทรยานที่อัฒจันทร์ตะวันออกพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิประดิษฐานในพระวิมานแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ตามพระโกศพระบรมอัฐิพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ขึ้นชั้น 3 พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ทรงจุดธูปเทียนท้ายบูชาพระสัมพุทธพรรณโณพาศแล้ว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวาย สักการะพระบรมอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการี

จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานภูษามาลาเชิญพระโกศพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เข้าที่ประดิษฐาน ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมอัฐิ เสด็จลงจากพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่อัฒจันทร์มุขหน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เสด็จฯกลับในเวลา 14.35 น.

เมื่อเวลา 17.29 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง ผ่านทางประตูวิเศษไชยศรี มายังหน้าศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

เลขาธิการพระราชวังกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระราชานุญาตอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร เชิญเสด็จและยาตราริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ อัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารไปบรรจุที่พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดบวรนิเวศวิหาร เจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยพระราชยานจากพระศรีรัตนเจดีย์ มีตำรวจหลวงนำ ไปออกประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม อัญเชิญไปถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ รถยนต์พระที่นั่ง

เวลา 17.44 น. ริ้วขบวนเริ่มยาตราอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารออกจากพระบรมมหา ราชวังทางประตูวิเศษไชยศรี นำโดยขบวนกองเกียรติยศทหารม้ารักษาพระองค์ มีพันโทหญิง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน์ ทรงม้านำริ้วขบวน


สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประทับรถยนต์พระที่นั่ง ทรงอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคาร ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ คุณพลอยไพลิน เจนเซน คุณสิริกิติยา เจนเซน ตามเสด็จ กองเกียรติยศทหารม้ารักษาพระองค์ขบวนหลังตาม ขบวนอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารใช้เส้นทางออกประตูวิเศษไชยศรี เลี้ยวขวาไปตามถนนหน้าพระลาน เลี้ยวขวาถนนสนามไชย เลี้ยวซ้ายถนนกัลยาณ ไมตรี ข้ามสะพานช้างโรงสี เลี้ยวขวาถนนอัษฎางค์ เลี้ยวซ้ายเทียบที่เกยหน้าวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญ พระผอบพระบรมราชสรีรางคารเข้าซุ้มประตูวัดในเวลา 17.55 น.

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ทรงกราบ เสด็จพระราชดำเนินตามพระบรมราชสรีรางคารซึ่งเจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารไปประดิษฐาน ที่โต๊ะหมู่ในพระอุโบสถข้างพุทธบัลลังก์พระอังคีรส

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธอังคีรส พระประธานในพระอุโบสถ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราช สรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้า อยู่หัว รัชกาลที่ 7 พระราชสรีรางคารสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 และพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร แล้วทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม 30 รูป สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ถวายอดิเรก แล้วทรงบรรจุพระบรมราช สรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรส ทรงวางพวงมาลาของส่วนพระองค์และของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ขณะนั้นชาวพนักงานประโคมกระทั่งมโหระทึก สังข์ แตร ปี่ กลองชนะ ทหารกองเกียรติยศ ถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารอีกส่วนหนึ่งออกจากพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหา สีมาราม มายังรถยนต์พระที่นั่ง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราช ดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เพื่ออัญเชิญ พระบรมราชสรีรางคารอีกส่วนหนึ่งไปยังพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี

ต่อมาเวลา 18.28 น. ริ้วขบวนที่ 6 เริ่มยาตรา โดยใช้เส้นทางเลี้ยวขวาถนนอัษฎางค์ เลี้ยวซ้ายขึ้นสะพานช้างโรงสีไปตามถนนกัลยาณ ไมตรี เลี้ยวขวาถนนสนามไชยเข้าสู่ถนนราชดำเนินใน ข้ามสะพานผ่านพิภพลีลา ไปตาม ถนนราชดำเนินกลาง เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระ สุเมรุ ไปเทียบหน้าประตูวัดบวรนิเวศวิหาร ทั้งนี้ขณะที่รถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนผ่าน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโบกพระหัตถ์ให้ประชาชนที่รอรับเสด็จ ด้วย

ในเวลา 18.59 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมายังเทียบหน้าประตูวัดบวรนิเวศวิหาร ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เจ้าพนักงานภูษา มาลาอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารไปยังพระอุโบสถประดิษฐานที่โต๊ะหมู่ข้างพุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธชินสีห์พระประธานพระอุโบสถ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และพระบรมราช สรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร แล้วทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์วัดบวรนิเวศวิหาร 30 รูป สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา สมเด็จพระวันรัต ถวายอดิเรก แล้วทรงบรรจุพระบรมราช สรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์ ทรงวางพวงมาลาของส่วนพระองค์ และของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ถวายราชสักการะ ขณะนั้นชาวพนักงานประโคมกระทั่งมโหระทึก สังข์ แตร ปี่ กลองชนะ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับในเวลา 19.31 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่รถยนต์พระ ที่นั่งอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารเคลื่อนผ่านจากพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ซึ่งเป็นจุดแรกที่ประชาชนได้เห็นพระผอบพระบรมราชสรีรางคาร ทุกคนพนมมือแล้วก้มกราบด้วยความระลึกถึงในหลวง ร.9 อย่างหาที่สุดไม่ได้ ตลอดเส้นทางที่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสสริยยศเคลื่อนผ่าน หลายคนร้องไห้ด้วยความอาลัย

เวลา 17.00 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ ไปที่ร้านแพท คาเฟ่ โบราณ ใกล้วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อรอชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วที่ 6 ทรงโบกพระหัตถ์ให้ประชาชน สร้างความปลื้มปีติแก่ประชาชนจำนวนมากที่มาเฝ้า รอชมริ้วขบวน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ถนนหน้าพระลานซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วที่ 6 ตลอดเส้นทางจากพระบรมมหาราชวังไปยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามฯ และวัดบวรนิเวศวิหาร โดยเคลื่อนผ่านจากหน้าประตูวิเศษไชยศรีจนถึงหน้ากระทรวงกลาโหม ตัดกับถนนราชดำเนินในและถนนสนามไชย ตั้งแต่เช้ามืดมีประชาชนแต่งกายชุดไว้ทุกข์สุภาพหลั่งไหลมาจับจองพื้นที่เป็นจำนวนมาก เพื่อเฝ้าฯรับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ แม้จะไม่ได้ชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศริ้วที่ 5 เนื่องจากเป็นพระราชพิธีภายในพระบรมมหาราชวัง แต่ก็มาเฝ้ารอด้วยความรู้สึกที่อยากอยู่ใกล้ในหลวง ร.9 มากที่สุด โดยตลอดทั้งวันสภาพอากาศร้อนอบอ้าว ประชาชนต่างเตรียมอุปกรณ์ คลายร้อน ทั้งร่ม พัด โดยมีจิตอาสาและ เจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก

วันเดียวกันนี้ เนื่องในพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลและอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐานยังพระวิมานบนพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์พระรูปและข้อความในอินสตาแกรมส่วนพระองค์ เป็นภาพของพระองค์ที่ฉายหน้าพระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยทรงโพสต์ข้อความว่า “?ยังนึกถึง วันที่ต้องกราบทูลลาส่งเสด็จพ่อสู่สวรรคาลัย วันนี้จะเชิญเสด็จพ่อสู่ทิพย์วิมาน”

เวลา 19.00 น. ที่ศูนย์สื่อมวลชนพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รองผบ.ตร. และ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ร่วมกันแถลงข่าวปิดศูนย์สื่อมวลชน สรุปภาพรวมการดำเนินงาน ของ กอร. และศูนย์สื่อมวลชน งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

นายออมสินกล่าวว่าจากการที่กรมประชา สัมพันธ์เปิดศูนย์สื่อมวลชนฯในครั้งนี้ มีสื่อมวลชนมาลงทะเบียนใช้บัตร Day Pass ระหว่างวันที่ 16-29 ต.ค. 2560 รวม 932 คน ส่วนช่างภาพที่ปฏิบัติงานประจำจุดอัฒจันทร์ระหว่างวันที่ 16-27 และ 29 ต.ค. 2560 จำนวน 13 อัฒจันทร์รวม 1,065 คน ประกอบด้วยสื่อมวลชนไทย 945 คน และสื่อมวลชนต่างประเทศ 120 คน

นายออมสินกล่าวว่า ขอเชิญชวนประชาชน ร่วมชมนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่รัฐบาลจัดขึ้นในวันที่ 2-30 พ.ย.นี้ เวลา 07.00-22.00 น. ณ บริเวณพระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง ภายในนิทรรศการ จัดแสดงพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ ภาพกิจกรรมโครงการในพระราชดำริ งานประณีตศิลป์ และจิตรกรรมประเภทต่างๆ รวมทั้งนิทรรศการสัมผัสพร้อมเสียงบรรยาย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้พิการเข้าใจถึงความเป็นมาของการจัดสร้างพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ