ทส. สั่งด่วน กรมป่าไม้ เร่งแก้ไขปัญหาไฟป่า ลดหมอกควันภาคเหนือ ย้ำคนลอบเผาป่า โทษหนัก จำคุก 4 – 20 ปี ปรับ 4 แสน – 2 ล้านบาท พบไฟป่าโทรสายด่วน 1362

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อวันที่ 9 มี.ค. นายชีวะภาพ ชีวะธรรม รองอธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า กรมป่าไม้ได้เร่งดำเนินการในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ป่าภาคเหนือ ซึ่งในขณะนี้เข้าสู่ช่วงฤดูร้อนจึงทำให้สภาพพื้นที่ป่าในภาพรวมแห้งแล้งมีการสะสมและทับถมของเศษใบไม้แห้ง ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ประกอบกับพื้นที่การเกษตรของเกษตรกรที่อยู่อาศัยทำกินในเขตพื้นที่ป่าไม้ มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตเหลือเศษวัชพืชทางการเกษตร โดยมีเกษตรกรบางรายใช้วิธีการเผา เพื่อเป็นการกำจัดเศษวัชพืชดังกล่าว

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
เพิ่มเพื่อน

ทั้งนี้ ในปี 2564 นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. ได้มอบนโยบายแนวทางให้หน่วยงานของทส. ใช้มาตรการเชิงรุก “ชิงเก็บ” โดยได้ดำเนินการจัดทำแผนงานชิงเก็บเชื้อเพลิงที่อยู่ในเขตป่าไม้ เพื่อเป็นการลดความรุนแรงของไฟป่าที่จะเกิดขึ้น

นายชีวะภาพ ชีวะธรรม รองอธิบดีกรมป่าไม้

โดยตั้งเป้าหมายเก็บเชื้อเพลิงโดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนร่วมกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ หน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ร่วมกันดำเนินการ เป้าหมายให้ได้จำนวน 1,000 ตัน ในเขต 10 จังหวัดภาคเหนือในพื้นที่ที่มีสถานการณ์ไฟป่ารุนแรง และจนถึงปัจจุบันสามารถดำเนินการเก็บลดเชื้อเพลิงได้เกินเป้าหมาย มากเกือบเท่าตัวและยังคงดำเนินการต่อเนื่องตามแผนงานต่อไปจนกว่าจะหมดฤดูไฟป่าปี 2564 นี้

ในส่วนของกรมป่าไม้ โดยนายอดิศร นุชดำรงค์ อธิบดีกรมป่าไม้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาและควบคุมสถานการณ์ โดยกรมป่าไม้ได้วางแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า โดยใช้มาตรการเตรียมพร้อม

1.การบริหารจัดการเชื้อเพลิง 2.ทำแนวกันไฟ 3.จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ จากหน่วยงานภายในพื้นที่ 4.จัดเจ้าหน้าที่ในการออกลาดตระเวน เพื่อเฝ้าระวัง ดับไฟป่า 5.ตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า กรมป่าไม้ (War Room) 6.แจ้งจุดความร้อนพร้อมทั้งสั่งการผ่านแอปพลิเคชันพิทักษ์ไพร และการใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ มาช่วย รวมถึงการใช้ เฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาใช้ในการปฏิบัติงานให้สัมฤทธิ์ผลมากที่สุด

นอกจากนี้ด้านการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ลักลอบเผาป่า ซึ่งผู้ที่กระทำผิดจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปี ถึง 20 ปี และมีโทษปรับตั้งแต่ 4 แสนบาทถึง 2 ล้านบาท หรือมีโทษทั้งจำทั้งปรับ

จากการรายงานสถานการณ์ไฟป่าในวานนี้(8มี.ค.) พบจุดความร้อนทั่วประเทศทั้งหมด 1,833 จุด อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติภาคเหนือ 492 จุด โดยจุดความร้อนมากสุดอยู่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน 119 จุด จึงได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการป้องกันและควบคุมไฟป่าชุดเหยี่ยวไฟ จากพื้นที่อื่นสับเปลี่ยนย้ายกำลังเข้าบูรณาการควบคุมไฟป่าเป็นการเร่งด่วนแล้ว

โดยให้เน้นการประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองท้องถิ่นเตรียมความพร้อมในการเข้าควบคุมและป้องกันไม่ให้เกิดการลุกลามขยายเป็นวงกว้าง ทั้งนี้จุดความร้อนสะสมในเขตป่าสงวนแห่งชาติของวันนี้ โดยเฉลี่ยยังน้อยกว่าในปี 2563 จำนวน 6,884 จุด หรือน้อยกว่า 24% ของปีที่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามทุกหน่วยงานภาคสนามที่รับผิดชอบยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

กรมป่าไม้ขอความร่วมมือจากประชาชนหากพบเห็นเหตุไฟป่าสามารถแจ้งมายัง “สายด่วนพิทักษ์ป่า 1362” เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไประงับเหตุได้ทันสถานการณ์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน