ชาวประมงญี่ปุ่นจับถ่วงน้ำดับ วาฬมิงค์ติดอวน ตอกย้ำช่องโหว่กฎหมายล่าวาฬ

31 ม.ค. 2564 - 18:00 น.

ชาวประมงญี่ปุ่นจับถ่วงน้ำดับ วาฬมิงค์ติดอวน ตอกย้ำช่องโหว่กฎหมายล่าวาฬ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ถอดความจาก รายงาน ของ ฟลอรา ดูรี ผู้สื่อข่าวบีบีซี

 

วิดีโอที่เผยช่วง 20 นาทีสุดท้ายที่ทารุณของชะตากรรม วาฬมิงค์ ในมือของชาวประมงญี่ปุ่น สร้างความสะเทือนใจผ่านสื่อต่างประเทศ แต่เหล่านักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสัตว์บอกว่า วิดีโอดังกล่าวเผยวาฬถูกทำให้จมน้ำอย่างช้าๆ หลังติดอวน เป็นการตอกย้ำช่องโหว่กฎหมายอย่างสิ้นเชิง ที่ใช้ฆ่าวาฬหลายสิบตัวในแต่ละปี

นายมาร์ก ซิมมอนด์ส นักวิทยาศาสตร์ทะเลอาวุโส แห่งองค์การสิทธิสัตว์ สมาคมมนุษยธรรมสากล (Humane Society International: HSI) ออกแถลงการณ์ถึงวิดีโอดังกล่าวว่า นี่ไม่ใช่เหตุการณ์พิเศษหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิด แต่เป็นกระบวนการทั้งหมดเหล่านี้ที่มีคนเห็นและบันทึกเพื่อให้ทั่วโลกเห็น”

ที่จริงแล้ว การตายของวาฬมิงค์ตัวนี้เป็นอีกครั้งที่เผยช่องว่างระหว่างญี่ปุ่นและโลกกว้างถึงการล่าวาฬ ซึ่งบรรดานักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสัตว์มองว่าเป็นการตายที่โหดร้ายและสามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่กลุ่มชาวประมงมองว่าเป็นของขวัญจากท้องทะเล

 

ญี่ปุ่น เป็นเช่นเดียวกับชาติอื่นๆ ทั่วโลก ที่มีประเพณีการล่าวาฬมายาวนานหลายร้อยปี และหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เนื้อวาฬกลายเป็นวัตถุดิบหลักบนโต๊ะอาหารญี่ปุ่น ขณะที่ญี่ปุ่นพยายามคงประชากรวาฬไว้

แต่สำหรับกลุ่มผู้สนับสนุนการล่าวาฬ ประเพณีดังกล่าวเป็นมากกว่าอาหารธรรมดาในจาน นั่นคือที่มาของความภาคภูมิใจในชาติ

อย่างไรก็ตาม ชาวประมงไม่ได้รับอนุญาตล่าวาฬนอกชายฝั่งญี่ปุ่นเป็นเวลาอีก 30 ปี โดยรัฐบาลญี่ปุ่นลงนามใน คณะกรรมการการล่าวาฬระหว่างประเทศ (IWC) หลังจับปลามากเกินไปมาหลายสิบปีที่เร่งให้ประชากรวาฬใกล้สูญพันธุ์

ทว่าเมื่อเดือนก.ค.2562 เรือล่าวาฬออกเดินทางอีกครั้ง ทั้งที่ความต้องการเนื้อวาฬจะลดลง หลังญี่ปุ่นกำหนดโควตาอย่างเข้มงวดเพื่อล่าวาฬอย่างรับผิดชอบเป็นปีแรก ทำให้ผู้สนับสนุนการล่าวาฬกล่าวในเวลานั้นว่า รู้สึกโล่งใจที่วัฒนธรรมและวิถีชีวิตจะถูกส่งผ่านคนรุ่นต่อไป

 

ปีแรก (2562) ออกโควตาอนุญาตล่าวาฬทั้งหมด 227 ตัว ในช่วงฤดูล่าวาฬ ได้แก่ วาฬมิงค์ (ไม่ใช่สัตว์ใกล้สูญพันธุ์) 52 ตัว ตลอดจน วาฬบรูด้า 150 ตัว และ วาฬเซย์ 25 ตัว

ส่วนในปี 2563 และ 2564 โควตาเพิ่มเป็น 383 ตัว ซึ่งแบ่งที่มาออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ จากเรือล่าวาฬจากทางการ จากรัฐบาล และ จากการจับสัตว์น้ำแบบพลอยได้ (by-catch) ที่วาฬว่ายเข้ามาผิดเอง

เฉพาะในปี 2564 ชาวประมงชำแหละและขายวาฬมากถึง 37 ตัว จากที่มาจากการจับแบบพลอยได้ รวมถึงวาฬมิงค์ที่ตายและปรากฏในวิดีโอด้วย

 

นายเรน ยาบูกิ หัวหน้า Life Investigation Agency (LIA) องค์กรไม่แสวงหากำไรเพื่อสิทธิสัตว์ญี่ปุ่น เป็นคนแรกที่เห็นวาฬมิงค์ตัวนี้ซึ่งติดอวนนอกเมืองไทจิ ภูมิภาคคันไซ เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ปีที่แล้ว ย้อนเหตุการณ์นั้นว่า ตอนแรกหวังว่า ชาวประมงจะยกอวนและปล่อยวาฬมิงค์ออกไป โดยชายประมงคนหนึ่งพยายามทำดังกล่าวอยู่ 10 นาที แต่พวกชาวประมงก็หยุดช่วย

นายยาบูกิสงสัยว่าพวกชาวประมงไม่ต้องการยกอวนออกเนื่องจากภายในอวนมีปลาหลายตัว จึงเป็นที่มาของ 20 วัน ทั้งวิ่งเต้นสมาคมเจ้าของอวนจับสัตว์น้ำเพื่อช่วยกันปล่อยวาฬมิงค์ตัวนั้น และเริ่มอัพโหลดวิดีโอเหตุการณ์ที่เจ้าตัวใช้โดรนบันทึกในแต่ละวัน เพื่อให้คนทั่วโลกเห็นชะตากรรมวาฬมิงค์ที่ดิ้นไปมาและพยายามฝ่าอวนออกไปหลายครั้งอย่างสิ้นหวัง

กลายเป็นพาดหัวไปทั่วโลกและคนเรียกร้องปล่อยวาฬมิงค์ตัวนี้มากขึ้นๆ แต่แล้ว เมื่อวันที่ 11 ม.ค. นายยาบูกิเห็นเรือสองลำขนาบวาฬมิงค์ตัวนั้นทั้งสองข้าง ก่อนจับหางวาฬมิงค์ผูกกับเสาตอม่อบนเรือ ลำหนึ่ง บังคับให้หัววาฬมิงค์อยู่ใต้น้ำเป็นเวลา 20 นาที กระทั่งจมน้ำในที่สุด เรือเต็มไปด้วยเลือดวาฬมิงค์ที่ตายเพราะบาดเจ็บขณะพยายามดิ้นรนเพื่อเป็นอิสระ

หลายวันจากเหตุการณ์วันนั้น มีวิดีโอลับเผยเนื้อวาฬที่บรรจุหีบห่ออย่างดี ขายที่ราคา 398 เยน ต่อน้ำหนัก 100 กรัม ในซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่น แต่นั่นอาจไม่ใช่วาฬมิงค์ตัวเดียวกับที่ตายในเมืองไทจิก็ได้

 

สำหรับผู้สนับสนุนการล่าวาฬ ไม่มีอะไรผิดปกติกับเหตุการณ์วันนั้น นายฮิเดกิ โมโรนูกิ ผู้อำนวยการเจรจาการประมง สำนักการประมงญี่ปุ่น กล่าวว่า คนญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งรู้สึกเห็นใจต่อสัตว์ชนิดนี้ที่ติดอยู่ในแหและต้องการให้มันถูกปล่อยหากเป็นไปได้ แต่ว่า

“ขณะเดียวกัน มีหลายคนถือว่าสัตว์ชนิดนี้เป็นของขวัญจากมหาสมุทรและจะนำมาใช้อย่างเต็มที่อย่างรู้คุณค่า” นายโมโรนูกิกล่าว

สำหรับชาวประมง วาฬที่ติดอวนถือเป็นของแถมจากทะเล จึงจับเอาไว้ เพราะในปัจจุบันปกติไม่มีใบอนุญาตจับและขายวาฬแล้ว แต่นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสัตว์บอกว่า นี่คือความล้มเหลวของระบบการกำหนดโควตาล่าวาฬ เนื่องจากไม่เอื้อให้ชาวประมงปล่อยวาฬ

นายซิมมอนด์ส แห่ง HSI ชี้ว่า การจับสัตว์น้ำแบบพลอยได้เกี่ยวข้องกับการจับสัตว์ที่ไม่ต้องการโดยอุบัติเหตุหรือไม่ตั้งใจระหว่างการทำประมง

 

การจับวาฬติดอวนในญี่ปุ่นไม่ใช่การจับแบบพลอยได้ แต่เป็น การจับที่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้และวางแผนอย่างรอบคอบ และ การที่วาฬติดอวนไม่ใช่เป็นเพียงเหตุผลที่วาฬจะต้องตาย

นอกจากนี้ วาฬมิงค์ตัวที่เป็นข่าวแล้ว เรือล่าวาฬลำเดียวกันนั้นจับวาฬอีก 2 ตัว ตัวแรกเป็น วาฬมิงค์ จับได้เมื่อปลายเดือนพ.ย. แต่ปล่อยเป็นอิสระในอีกวันให้หลัง ส่วนวาฬมิงค์ที่ตายเป็นตัวแรกที่สอง และตัวที่สามเป็น วาฬหลังค่อม ถูกพบลอยตายติดอวน ในวันที่ 25 ธ.ค. หรือ 1 วัน หลังวาฬมิงค์ตัวที่สองตาย

ด้านสมาคมการประมงเมืองไทจิออกแถลงการณ์โต้แย้งในเวลานั้นว่า ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องฆ่าวาฬมิงค์ตัวที่สอง เนื่องจาก “กระแสน้ำแรงและยากต่อการปล่อยวาฬมิงค์ตัวนั้น” สอดคล้องกับที่นายโมโรนูกิ ผู้อำนวยการเจรจาการประมง กล่าวว่า สภาพทะเลรุนแรงเกินกว่าจะใช้วิธีอื่นเพื่อฆ่าวาฬมิงค์

“ผมเชื่อว่า สำหรับเหตุผลเหล่านี้ คนญี่ปุ่นถือว่าเป็นวิธีการเป็นจริงและปฏิบัติได้จริงเพียงวิธีเดียว และไม่ได้ใช้อารมณ์และความวุ่นวายใดๆ ในการลงมือ” นายโมโรนูกิกล่าว

 

แต่สำหรับนายยาบูกิ นี่เป็นความโหดร้ายของชะตากรรมสัตว์ที่ต้องตายที่ยังอยู่ “มือของผมด้วยความเสียใจ น่าเศร้ามาก ผมโกรธมาก ผมต้องการช่วยเหลือวาฬเพื่อนำไปปล่อย แต่ทำไม่ได้”

เช่นเดียวกับนายซิมมอนด์สที่บอกว่า การบังคับให้ส่วนหัวของวาฬที่วิวัฒนาการมาใต้น้ำต้องกลั้นหายใจเป็นเวลานานๆ เพื่อให้ออกซิเจนหมดไปอย่างช้าๆ เป็นวิธีการฆ่าที่โหดร้ายอย่างยิ่งจากทุกมาตรฐาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ชาวประมงญี่ปุ่นจับถ่วงน้ำดับ วาฬมิงค์ติดอวน ตอกย้ำช่องโหว่กฎหมายล่าวาฬ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง