เอเชียป่วยโควิด “ทะลุร้อยล้าน” เกาหลีใต้ยังสาหัส “ติดเชื้อ” สูงสุดในโลก
เอเชียป่วยโควิด “ทะลุร้อยล้าน” – วันที่ 31 มี.ค. รอยเตอร์ รายงานว่า ภูมิภาคเอเชียมีผู้ป่วย โรคโควิด-19 สะสมทะลุ 100 ล้านคน ภายหลังเผชิญหน้ากับการระบาดของ สายพันธุ์ย่อยบีเอ.2 (BA.2) ของเชื้อกลายพันธุ์ โอมิครอน ส่งผลให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ในเอเชียสูงกว่า 1 ล้านคนทุกๆ สองวัน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตมีอย่างน้อย 1.4 ล้านราย เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังเพิ่งทะลุหลักล้านเมื่อต้นเดือนมี.ค.
รายงานระบุว่าอินเดียเป็นประเทศที่มีผู้ป่วยโควิดมากสุดในภูมิภาคที่ 43 ล้านคน แต่หลายเดือนที่ผ่านมาอัตราการติดเชื้อลดลงมาอยู่ที่หลักพัน และมีผู้ป่วยไม่ถึง 2,000 คนติดต่อกันเป็นวันที่สิบเอ็ด

People wearing face masks to prevent contracting from the coronavirus disease (COVID-19) walk at Incheon International Airport in Incheon, South Korea. REUTERS/ Heo Ran
ส่วนประเทศที่มีสถานการณ์น่าเป็นห่วงที่สุดคือ เกาหลีใต้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลีใต้ (เคซีดีซี) แถลงพบผู้ป่วยใหม่ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาอีก 320,743 คน แม้ลดลงจาก 424,528 คนเมื่อวันพุธที่ 30 มี.ค. แต่ยังครองตำแหน่งประเทศที่มีผู้ติดเชื้อรายวันสูงที่สุดในโลก ส่งผลให้ยอดสะสมเพิ่มเป็นกว่า 13 ล้านคน และเสียชีวิตแล้ว 16,230 ราย
ขณะที่ เวียดนาม มีผู้ป่วยใหม่อีก 85,765 คน รวมแล้วกว่า 9.4 ล้านคน เสียชีวิตอย่างน้อย 42,454 ราย ส่วนจีนยังบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์คุมเข้มประชากรราว 26 ล้านคนในหลายพื้นที่ รวมถึงนครเซี่ยงไฮ้ และมณฑลจี๋หลิน ทางตะวันออกเฉียงเหนือ
โดยตั้งแต่ต้นปีจีนพบผู้ป่วยเกิน 45,000 คน มากกว่าผู้ป่วยของประเทศตลอดทั้งปีในปี 2564 ส่วนยอดสะสมเพิ่มเป็น 149,276 คน และเสียชีวิต 4,638 ราย

Police officers in protective suits set up cordon next to people lining up to buy food, following the coronavirus disease (COVID-19) outbreak in Shanghai, China March 30, 2022. REUTERS/Aly Song

Food vendors stand behind barricades of a sealed-off area, following the coronavirus disease (COVID-19) outbreak in Shanghai, China March 30, 2022. REUTERS/Aly Song

A man standing on a scooter scans a QR code to buy food from a vendor behind barricades of a sealed-off area, following the coronavirus disease (COVID-19) outbreak in Shanghai, China March 30, 2022. REUTERS/Aly Song
ข่าวที่เกี่ยวข้อง: