แอนโทเนีย มงซูปร้าแรกถึงไทยแล้ว ผอ.เวทีแม่ เปิดใจ ทำไมน้องแอนชนะ

แอนโทเนีย มงซูปร้าแรกถึงไทยแล้ว ผอ.เวทีแม่ พูดเลย ต้องการนางงามติดดิน เข้าถึงง่าย เป็นมิตรกับทุกคน

แอนโทเนีย หลังจากสร้างประวัติศาสตร์ “แอน แอนโทเนีย โพซิ้ว” สาวลูกครึ่งไทย-เดนมาร์ก วัย 22 ปี คว้าตำแหน่ง มิสซูปร้าเนชันแนล 2019 (Miss Supranational 2019)  ซึ่งเป็น 1 ใน 5 เวทีระดับแกรนด์สแลมของโลก โดยเป็นสาวไทยคนแรก ตั้งแต่มีการจัดการประกวดมาในรอบ 11 ปี เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา

หลังจากปฏิบัติหน้าที่ในต่างแดนเป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์ ล่าสุดเมื่อเวลา12:00 น.วันที่ 22 ธันวาคม 2562 เธอได้เดินทางกลับถึงแผ่นดินบ้านเกิดเป็นที่เรียบร้อยแล้วท่ามกลางกองทัพนักข่าว ครอบครัว และแฟนนางงามที่มาต้อนรับอย่างอบอุ่น

นอกจากนี้ยังมี “ณหทัย เล็กบำรุง” ผู้จัดและผู้ถือลิขสิทธิ์การประกวด พร้อมด้วย “ภูมิรัตน์ เลิศวิศิษฏ์ชัย” ประธานที่ปรึกษากองประกวดฯ และ “กัมพล ทองไชย” ผู้อำนวยการกองประกวด Miss Supranational Thailand ก็มาร่วมต้อนรับด้วย

ทว่าในการเดินทางกลับมาครั้งนี้ มี “เกฮาร์ด ลินปินสกี้” (Gerhard Lipiniski) ประธานกองประกวดมิสซูปร้าเนชันแนล และ “อังเดร สเลย์” (Andre Sleigh) ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์กองประกวดมิสซูปร้าเนชันแนล เดินทางมาด้วย

อังเดร ซึ่งเป็นผู้คลุกคลีกับสาวงามทั่วโลกตลอดเวลาการเก็บตัว ได้กล่าวบนเวทีได้อย่างน่าสนใจ รู้ลึกรู้จริงในตัวตนน้องแอนทีเดียว

ประเด็นแรก เขากล่าวว่าสิ่งที่เขามองหาในตัวมิสซูปร้าอินเตอร์เนชันแนลคือ ต้องเป็นคนที่สร้างแรงบันดาลใจ

“มันมากกว่าการเป็น Queen เพราะมันคือภาระหน้าที่ ซึ่งผู้ชนะต้องแบกรับ ดังนั้น Queen คนนี้ต้องติดดิน ไม่ใช่สวยอย่างเดียว แบบแต่งตัวสวยๆ แล้วไม่ทำงาน”

แต่ต้องเป็นคนที่ทุกคนเข้าถึงได้ นี่คือสิ่งที่ทีมงานต้องการจากผู้ชนะ

เขายังเปิดผยอีกว่า บางอาจคิดว่าการประกวดนางงามเป็นเรื่องไร้สาระ เอาผู้หญิงมาทำอะไร

มันไม่ง่ายเลยในการที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะต้องแบกรับภาระหน้าที่จากประเทศตัวเองเข้าร่วมประกวด ตลอด 3 สัปดาห์ต้องตื่นแต่เช้า นอนดึกทุกวัน และต้องรักษามาตรฐาน ทำให้ตัวเองตื่นตัวตลอดเวลา ร่วมกิจกรรมทุกอย่าง ยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นมิตรกับทุกคน สิ่งสำคัญคือ ความสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมงานกองประกวดฯ มอง และแอนโทเนียพิสูจน์ให้เห็นเลยในตลอด 3 สัปดาห์นี้

“ยิ่งกว่านั้น กองประกวดฯ ไม่ได้มองหาผู้หญิงที่ชอบสร้างความโดดเด่นให้ตัวเอง อย่างเช่น เวลาถ่ายรูป ต้องไปอยู่แถวหน้าตลอดเวลา แต่กองประกวดฯ ต้องการผู้หญิงที่เป็นมิตรกับทุกคน

“มีคำถามหนึ่งที่ทีมงานถามนางงามทุกคนจาก 78 ประเทศเวลาสัมภาษณ์ตอนเก็บตัว นั่นคือ ใครเป็นมิตรมากที่สุด และคำตอบที่ได้จากทุกคนเลยคือ ไทยแลนด์กับฟิลิปปินส์”

“พอแอนโทเนียได้มงกุฎแล้ว ก็ถามเธอว่าอยากทำอะไร อยากเป็นอะไร อยากมีอะไร ถ้าเป็นนางงามคนอื่นก็จะบอกว่าอยากมีชื่อเสียง ต้องการมียอดตามในอินสตราแกรมเยอะๆ หรืออยากเป็นนักร้องนักแสดง แต่สิ่งที่แอนโทเนียบอกและทำให้ผมแปลกใจก็คือ ไม่ต้องการเข้าวงการบันเทิง แต่ต้องการใช้ตำแหน่งมิสซูปร้าอินเตอร์เนชันแนลช่วยเหลือสังคม ทำงานการกุศล

“หลังจากนี้มิสซูปร้าเนชันแนลจะมีกิจกรรมดีๆ ออกมาให้แอนโทเนียได้สมหวัง ได้ช่วยเหลือสังคม ที่สำคัญ แฟนนางงามชาวไทยจะได้มีส่วนร่วมด้วย”     

ด้านแอนโทเนีย ได้กล่าวขอบคุณทุกคน ไม่ว่าจะทีมงานผู้ให้การสนับสนุน ครอบครัวและแฟนนางงามที่คอยให้กำลังใจ ตนเองใช้ความเป็นตัวของตัวเองชนะใจกรรมการ ส่วนการตอบคำถามบนเวทีที่ได้รับคำชมอย่างมากมายนั้น ตอบมาจากใจ และตนเองจะใช้ตำแหน่งนี้ในการช่วยเหลือสังคม

เธอจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะมิสซูปร้าเนชั่นแนล 2019 ในหลายประเทศทั่วโลก เพื่อทำโครงการเพื่อการกุศลร่วมกับกองประกวดมิสซูปร้าเนชันแนล เช่น ประเทศแอฟริกาใต้ อินเดีย และอินโดนีเซีย รวมทั้งมีแผนที่จะมาจัดกิจกรรมเพื่อการกุศลในประเทศไทยด้วยในช่วงกลางปีหน้า เพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสในประเทศไทย

สำหรับแฟนนางงามชาวไทย สามารถไปพบกับเธอได้ในงาน Thailand & AIS Bangkok Countdown  ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ งานที่ยิ่งใหญ่ย้ำความเป็น World of Best Entertainment Countdown จุดเคาท์ดาวน์ที่ดีที่สุด มันส์ที่สุด และแฮปปี้ที่สุดตลอดกาล การันตีด้วยตำแหน่งไทม์ สแควร์แห่งเอเชีย และหนึ่งในสถานที่เคาท์ดาวน์ติดอันดับโลกจาก CNN ด้วย


เคยถูกบูลลี่ เปิดตัวตน มิสซูปร้าฯ แอนโทเนีย โพซิ้ว ซุ่มฟิตร่าง ชิงมงระดับแกรนด์สแลม (คลิป)



 

 

 

บทความก่อนหน้านี้แตกฮือทั้งคลินิก! ลุงใจไม่ดี ตุ๊กแกป่วย หนัก อุ้มพามารักษา บอกอยู่ด้วยกันจนเชื่อง
บทความถัดไปตามคาด! เลือกตั้งซ่อม คนขอนแก่นเขต 7 เทใจให้ พลังประชารัฐ ชนะเพื่อไทยขาด