เมื่อวันที่ 18 ก.พ. พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวถึงการทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ต่อต้านคัดค้านโรงไฟฟ้ากระบี่และโรงไฟฟ้าเทพา ว่า ทหารจะอยู่ตรงกลาง เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้พูดคุยกับตัวแทนโรงไฟฟ้า ซึ่งทหารจะไม่ไปอยู่ฝ่ายไหน สิ่งใดที่ประชาชนเห็นว่ามีประโยชน์ก็ดำเนินการตามที่ประชาชนต้องการจะไม่อยู่ข้างใดข้างหนึ่ง หากฝ่ายใดดำเนินการอยู่ในกรอบกฎหมาย ทหารก็ดำเนินการตามนั้น ส่วนที่กลุ่มรักอันดามันประกาศจะมาชุมนุมหน้ามัสยิดกลางปัตตานีนั้นจะให้ ฉก.ปัตตานี ซึ่งเป็นหน่วยในพื้นที่เชิญแกนนำมาคุยและขอให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย ในส่วนทหารจะดูแลความสงบเรียบร้อย ไม่ให้มีมือที่สามเข้ามาก่อความวุ่นวาย เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยง อีกทั้งไม่ให้การชุมนุมอยู่นอกกรอบกฎหมาย จะดำเนินการอย่างยืดหยุ่น

“ทางเราจะเชิญมาพูดคุยกันด้วยข้อมูลและเหตุผล โดยให้แกนนำเป็นตัวแทนมาพูดคุยกับตัวแทนโรงไฟฟ้า มีผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้พิพากษา ตำรวจและทหารนั้นอยู่ตรงกลาง ระหว่างนี้กำลังให้หน่วยรับผิดชอบไปคุยกับแกนนำอยู่ ขณะนี้แกนนำยังไม่ให้เราเข้าไปหา เพราะชุมนุมอยู่กทม. ตอนนี้โรงไฟฟ้าพร้อมแล้วเหลือแต่ชาวบ้านจะส่งตัวแทนเมื่อใด เมื่อมีการพูดข้อกฎหมาย ถ้าผู้พิพากษาเห็นว่าถูกหรือผิดก็จะแจ้งได้ทันที กรณีสิ่งแวดล้อมและเรื่องที่ดินได้รับความกระทบอย่างไรจะได้พูดคุยกันด้วยเหตุผล ย้ำว่าทหารอยู่ตรงกลางและดูแลความปลอดภัยให้ ” พล.ท.ปิยวัฒน์ กล่าว

พล.ท.ปิยวัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่จะมีกลุ่มผู้ชุมนุมจะไปร่วมสมทบกับม็อบที่กทม.นั้น ทางทหารจะไปคุยกับแกนนำให้รู้เรื่องว่าอย่าไปเลย แต่ไม่ได้เป็นเชิงสกัดกั้น และหากเกิดเหตุระหว่างทางไม่มีใครรับผิดชอบ จึงได้พยายามพูดคุยให้เขาชุมนุมในพื้นที่ มีเรื่องอะไรก็ยื่นเรื่องให้คปต.ส่วนหน้าได้ เมื่อถามถึงกรณีที่มีการวิจารณ์ว่ารัฐเกณฑ์คนมาสนับสนุนจะเกิดการปะทะหรือไม่นั้น พล.ท.ปิยวัฒน์ กล่าวว่า ให้ทั้งสองฝ่ายคือกลุ่มสนับสนุนและกลุ่มต่อต้านมาพูดคุยกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน