มอบตัวแล้ว หนุ่มต้องสงสัยฆ่าเผาอำพรางพ่อแม่ลูก แต่ยังปฏิเสธ อ้างที่หนีเพราะกลัวถูกจับปืน

จากกรณีไฟไหม้บ้านเลขที่ 100 หมู่ 7 ต.ศาลาลัย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ส่งผลให้ พ่อแม่ลูก เสียชีวิตคากองเพลิง หลังเกิดเหตุญาติติดใจเหตุเพลิงไหม้ คาดว่าน่าจะถูกวางเพลิง เนื่องจากก่อนหน้านี้เพื่อนของลูกชายผู้ตายซึ่งถูกลูกชายผู้ตายชักชวนมาทำนากุ้งด้วยกัน ถูกเจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นหลังมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่หลบหนีไปได้นั้น จึงสร้างความโกรธแค้นให้กับหนุ่มคนดังกล่าว เนื่องจากสงสัยว่าถูกผู้ตายแจ้งตำรวจให้มาจับ และยังขู่อาฆาตว่าจะกลับมาฆ่ายกครัวตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 20 เม.ย. พล.ต.อ.สุวิระ ทรงเมตตา ที่ปรึกษา (สบ 10) เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เนื่องจากว่าสงสัยจะเป็นการฆ่าแล้วเผาอำพรางศพ โดยได้เข้าร่วมประชุมกับพล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.ภ.7 และ พล.ต.ต.ประเสริฐ ศิริพรรณาภิรัตน์ รักษาการ ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ คณะสืบสวนสอบสวนภาค 7 สืบสวนจังหวัด และฝ่ายสอบสวน ที่ สภ.สามร้อยยอด โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

จากนั้นได้เดินทางพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง พร้อมกับหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งได้ตรวจสอบห้องนอนแต่ละห้อง พร้อมทั้งร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ช่วยกันรื้อหลังคาที่ตกลงมาทับพื้นดินภายในตัวบ้านตรวจสอบเถ้าถ่านและรอบๆ ตัวบ้าน โดยให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้จอบขุดดินลึกลงไป 6 เซนติเมตร ในจุดที่พบศพ 2 จุด พบว่าบนพื้นดินมีคราบเลือดอยู่จำนวนมาก นอกจากนี้ได้ตรวจสอบภายในรถยนต์ที่ถูกเผา และหลายจุดที่สงสัยว่าอาจจะเป็นจุดที่วางเพลิง อย่างไรก็ดียังคงสั่งห้ามไม่ให้ใครที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ เองจากเกรงว่าหลักฐานต่างๆอาจถูกทับหายไป

พล.ต.อ.สุวิระ กล่าวว่า ได้มาตรวจที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อพิสูจน์ให้แน่ชัดว่าเกิดจากไฟไหม้หรือเหตุฆาตกรรมกันแน่ เมื่อได้นำเถ้าถ่านในพื้นที่ออกพบว่าพบคราบเลือดกองอยู่ที่พื้นบริเวณผู้เสียชีวิต ก็แสดงว่าไม่ได้เกิดเสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ แต่น่าจะถูกฆาตกรรมก่อน เพราะว่าหากเป็นเพลิไหม้ธรรมดาจะไม่มีเลือดออกมา แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันต้องนำเข้าขบวนการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์อีกครั้ง ส่วนการพบปลอกกระสุนปืนในที่เกิดเหตุ กรณีนี้ยังไม่ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานอย่างเป็นทางการ เพียงแต่ทราบว่าพบปลอกกระสุนปืนตกอยู่ อย่างไรก็ดีเชื่อได้ว่าไม่น่าจะเกิดเหตุเพลิงไหม้ธรรมดา น่าจะมีการฆาตกรรมก่อนแล้วเกิดเหตุเพลิงไหม้

ด้านพล.ต.ต.ประเสริฐ กล่าวว่า การติดตามตัวผู้ต้องสัยนั้น ได้ระดมกำลังตำรวจสืบสวนจังหวัดไปช่วยตำรวจสามร้อยอดเร่งคลี่คลายคดีให้เร็วที่สุด โดยควานหาตัวผู้ต้องสงสัยสถานที่กบดาน ส่วนศพของผู้เสียชีวิตที่ส่งไปตรวจอย่างละเอียดที่สถาบันนิติเวช ว่าเสียชีวิตด้วยสาเหตุใด มาจากการฆาตกรรมหรืออุบัติเหตุ และผลพิสูจน์หลักฐานในที่เกิดเหตุมาประกอบกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดล้อมหมู่บ้านดอนยายหนู ต.ดอนยายหนู อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อหาเบาะแสผู้ต้องสงสัย หลังจากมีผู้พบเห็นภายในหมู่บ้าน และได้พูดคุยกับนางฉลวย (ขอสงวนนามสกุล) แม่ของนายใหญ่ กุยบุรี อายุ 38 ปี ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย เพื่อให้ช่วยเจรจาให้ลูกชายเข้ามอบตัว ซึ่งจากการเจรจา นางฉลวยได้เข้าไปนำตัวลูกชาย ที่หลบซ่อนอยู่ในชายป่ามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่

เบื้องต้นยังให้การปฎิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุเพลิงไหม้ แต่ที่ต้องหลบหนีเพราะก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุไฟไหม้ 1 วัน มีตำรวจเข้ามาขอตรวจค้นยาเสพติดระหว่างนั้นตนมีปืนอยู่จึงกลัวจะถูกจับ จึงได้เอาปืนใส่กระเป๋าแล้วโยนลงไปในบ่อพักน้ำแล้ววิ่งหลบหนีไปได้

อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวส่ง สภ.สามร้อยยอด เพื่อทำการสอบสวน ซึ่งก่อนหน้านี้นายนิพนธ์ เคยมีปากเสียงกับ น.ส.รุ้งทิพย์ สายทอง ผู้ตายพร้อมขู่อาฆาตไว้ เพื่อประกอบสำนวนการสอบสวนว่าจะเกี่ยวโยงกับไฟไหม้หรือไม่ และต้องรอผลตรวจสอบขอตำรวจวิทยาการ และจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อประกอบการพิจารณาคดี