นิคมฯ สงขลาคืบตามแผน เสร็จปี’63 ทุนไทย-จีน-มาเลย์ 5 ราย จ่อใช้พื้นที่ขยายฐานผลิต 40-50 ไร่

นิคมฯ สงขลาคืบเปิดแน่ปีหน้า

นิคมฯ สงขลาคืบตามแผน เสร็จปี’63 ทุนไทย-จีน-มาเลย์ 5 ราย จ่อใช้พื้นที่ขยายฐานผลิต 40-50 ไร่

นิคมฯ สงขลาคืบเปิดแน่ปีหน้า – น.ส.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ.ได้รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการนิคมอุตสาหกรรมสงขลาในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษอ.สะเดา จ.สงขลา ที่ ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา ระยะที่ 1 บนพื้นที่ 629 ไร่ ในโอกาสนายพสุ โลหานชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่สงขลา ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการอยู่ระหว่างการพัฒนาพื้นที่ก้าวหน้าไปแล้วกว่า 11% และเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ เริ่มตั้งแต่เดือนเม.ย. 2562 คาดว่าจะแล้วเสร็จและพร้อมเปิดให้บริการนักลงทุนได้ในช่วงไตรมาส 4/2563 โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น อุตสาหกรรมด้านโลจิสติกส์ แปรรูปสินค้าเกษตร ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

“ขณะนี้พื้นที่นิคมฯ แห่งนี้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะมาเลเซีย และจีน ประมาณ 5 ราย ได้ติดต่อสอบถามสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจเข้ามาประกอบกิจการ ซึ่งจากการเจรจากับผู้ประกอบการดังกล่าว พบว่ามีความต้องการใช้พื้นที่รวมทั้งสิ้นประมาณ 40-50 ไร่ เป็นฐานการผลิตและรองรับการขยายธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างครบวงจร ผลิตอาหารฮาลาล เฟอร์นิเจอร์ไม้ยางพารา สถานีบริการปั๊มน้ำมัน ผลิตเมทัลชีท ขายปลีก-ส่ง โลจิสติกส์ และธุรกิจห้องเย็น เป็นต้น”

ทั้งนี้ หากมีการใช้พื้นที่เต็มจำนวนแล้วจะทำให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 3,400 อัตรา และก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนในจังหวัดสงขลา ประมาณ 13,800 ล้านบาทในอนาคต

นอกจากนี้ นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ยังมอบหมายให้ กนอ.จัดทำมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มเติมในนิคมฯสงขลา เพื่อดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน ที่ให้ความสนใจนิคมฯสงขลา เพราะเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ เนื่องจากมีระบบโลจิสติกส์ครบวงจร ทั้งด่านสะเดาและด่านปาดังเบซาร์ ซึ่งเป็นด่านทางบกที่มีมูลค่าการค้าสูงสุดที่อยู่ใกล้ท่าเรือปีนัง และท่าเรือกลางของมาเลเซียและในอนาคตจะมีการพัฒนามอเตอร์เวย์ที่สามารถเชื่อมโยงระหว่างนิคมฯยางพารา (รับเบอร์ ซิตี้) ที่จะต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมยางพาราของประเทศ

นิคมฯดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (SEZ) ที่ กนอ. อยู่ระหว่างพัฒนาเป็นพื้นที่สำหรับรองรับการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติแต่ละประเทศเป็นการเฉพาะ เช่น เกาหลี จีน ไต้หวัน เป็นต้น และอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนภายใต้โครงการไทยแลนด์ พลัสของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ)

ขณะเดียวกัน พื้นที่การลงทุนที่ นิคมฯ สงขลา ยังถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจของภาคใต้ตอนล่างที่มีศักยภาพ มีความพร้อมในเรื่องของวัตถุดิบ แรงงาน และระบบขนส่ง ที่สามารถเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ทั้งยังสามารถรองรับการขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายนำไปสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจไปยังจังหวัดใกล้เคียงเป็นหน่วยสนับสนุนระบบคลัสเตอร์ในการเชื่อมโยงทางวัตถุดิบ และแรงงานได้ดี

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มนักลงทุนพิจารณาตัดสินใจเข้ามาลงทุนในนิคมฯ สงขลา ได้อย่างแน่นอน ซึ่งการพัฒนาโครงการนิคมฯสงขลา ระยะแรก กนอ. จำนวนทั้งสิ้น 629 ไร่ กนอ. แบ่งออกเป็นพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมทั่วไป เขตพาณิชยกรรม และโรงงานสำเร็จรูป ประมาณ 347 ไร่ รองรับการขยายตัวของ 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ยางพารา เครื่องนุ่งห่มและเครื่องหนัง โลจิสติกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ มีพื้นที่สาธารณูปโภคส่วนกลาง พื้นที่สิ่งอำนวยความสะดวก และพื้นที่สีเขียวภายใต้แนวคิดการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศที่ทุกภาคส่วนทั้งสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน 283 ไร่

บทความก่อนหน้านี้เขยฝรั่งเศร้า! หอบหมื่นดอลล่าร์ไปแลกแบงก์ แวะกินกาแฟแก้วเดียวเงินตกหาย(คลิป)
บทความถัดไปพท. ถาม ‘อัศวิน’ ดึงเด็ก พปชร. ช่วยงาน กทม. เอื้อเลือกตั้งท้องถิ่น ใช้อำนาจรัฐโดยมิชอบหรือไม่