รมช.พาณิชย์ สั่งกรมทรัพย์สินฯ ถกตัวแทนลิขสิทธิ์ หาทางป้องกันคนแอบอ้างตบทรัพย์

รมช.พาณิชย์ สั่งกรมทรัพย์สินฯ ถกตัวแทนลิขสิทธิ์ หาทางป้องกันคนแอบอ้างตบทรัพย์

จากกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวทางเฟซบุ๊กและสื่อต่างๆ ว่ามีเด็กหญิงวัย 15 ปี หารายได้เสริมโดยการทำกระทงประดิษฐ์ขาย โดนตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์และเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ ที่ จ.นครราชสีมา พร้อมเรียกเงิน 50,000 บาท ก่อนที่จะมีการตกลงยอมความกันที่ 5,000 บาท หลังจากที่มีการสั่งให้ทำกระทงรูปการ์ตูน

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งการให้กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งบริษัทตัวแทนลิขสิทธิ์ ร่วมหารือถึงกรณีดังกล่าว เพื่อหาแนวทางป้องกันร่วมกัน อาทิ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) บริษัท เวอริเซ็ค จำกัด บริษัท แอนิเมชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด

เพื่อกำชับถึงแนวทางปฏิบัติของผู้รับมอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจช่วง ให้ดำเนินการตามกระบวนการ ที่ถูกต้องตามกฎหมาย คำนึงถึงความเป็นธรรม และมอบอำนาจแก่บุคคลที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสม โดยนอกจากพิจารณาความรู้ด้านกฎหมายแล้ว ต้องเป็นผู้ไม่มีประวัติหรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น การเรียกรับผลประโยชน์ตอบแทนจากผู้อื่นอย่างไม่เป็นธรรม

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ชี้แจงว่า โดยหลักแล้วเจ้าของงานอันมีลิขสิทธิ์ เช่น ภาพยนตร์ เพลง และภาพวาด รวมทั้งตัวการ์ตูนหรือลายการ์ตูน มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่งานอันมีลิขสิทธิ์ของตน การนำตัวการ์ตูนมาทำเป็นสิ่งของต่างๆ เช่น ตุ๊กตา เสื้อผ้า และขนมเค้ก เพื่อนำมาขาย เป็นการดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ เมื่อไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก็ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

ทั้งนี้ กรณีการทำกระทงรูปการ์ตูนขายแล้วถูกจับกุมจึงอาจมาจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา เห็นว่าเรื่องในลักษณะนี้ไม่ควรเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏเป็นข่าว ประกอบกับแนวคำพิพากษาศาลฎีกา จะพบว่าคนที่โทรสั่งให้ทำกระทงรูปการ์ตูน อาจเป็นผู้ที่มีส่วนในการกระทำความผิดด้วย โดยการล่อให้ผู้อื่นกระทำความผิด ดังนั้น จึงไม่น่าจะมีสิทธิที่จะมาร้องทุกข์กล่าวโทษผู้อื่น เพราะไม่ถือว่าเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย อีกทั้งพยานหลักฐานที่ได้มาจากการล่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดอาจถือว่าเป็นพยานหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ระบุอีกว่า หากมีเรื่องในลักษณะเดียวกันนี้เกิดขึ้นอีก ขอแนะคำให้ผู้ที่ถูกจับกุมใช้สิทธิตามกฎหมายของตน โดยเฉพาะสิทธิที่จะมีทนายความ และหากผู้ที่ถูกจับกุมเป็นเด็กหรือเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี สามารถร้องขอให้มีสหวิชาชีพร่วมฟังการสอบสวนได้ ทั้งนี้ ในส่วนของตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ควรต้องดำเนินการตามกระบวนการที่ถูกต้อง

ในขณะเดียวกันก็ขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจในการพิจารณาให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมทั้งการตรวจสอบหนังสือมอบอำนาจของเจ้าของลิขสิทธิ์ เพื่อไม่ให้บุคคลบางกลุ่มที่มีเจตนาแสวงหาประโยชน์ในเรื่องนี้อาศัยการจับกุมหรือการควบคุมตัวมาใช้เป็นข้อต่อรองให้ได้รับค่ายอมความอย่างไม่เป็นธรรม

ด้านนายวีรศักดิ์ กล่าวว่า ขอให้นำกรณีที่เกิดขึ้นครั้งนี้มาเป็นบทเรียนและเป็นอุทาหรณ์ให้กับทุกฝ่าย ทั้งบริษัทตัวแทนลิขสิทธิ์ให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ อย่างถูกต้องเป็นธรรม ไม่แสวงหาประโยชน์จากงานลิขสิทธิ์ในทางที่ไม่ถูกต้อง และในขณะเดียวกัน ผู้ผลิตสินค้าควรพิจารณาไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนถึงความถูกต้องโดยหากเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ ควรขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อนดำเนินการ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการละเมิดต่อไป

หลังจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะมีการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่องการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เป็นประจำทุกปี

ในการสัมมนาเชิงปฏิบัติการครั้งต่อไป จะนำเรื่องการล่อให้กระทำความผิดมาเป็นหนึ่งในประเด็นหารือ เพราะนอกจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพแล้ว กระทรวงพาณิชย์ยังให้ความสำคัญกับการให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่มด้วย

บทความก่อนหน้านี้เกษตรฯจี้ 3 กระทรวงรับมือผลกระทบแบน 3 สาร – ตั้งรับปท.คู่ค้าถั่วเหลืองร้องดับเบิลยูทีโอ
บทความถัดไปปิดสนามสุดท้าย‘บางกอกแอร์เวย์ส ลานนาฮาล์ฟมาราธอน’