กพท. คาดสิ้นปีออกเอโอซีใหม่ครบ 21 สายการบิน ด้าน ‘อาคม’ มั่นใจไอเคโอปลดธงแดงไทย

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) ว่า ที่ประชุมกบร. เห็นชอบหลักการร่างนโยบายการบริหารห้วงอากาศแบบยืดหยุ่น ที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) นำเสนอ ซึ่งอนาคตจะมีจัดสรรห้วงอากาศที่ใช้เพื่อความมั่นคงบางส่วนมาให้การบินเชิงพาณิชย์เพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ที่มากขึ้น และแก้ปัญหากรณีที่เทียวบินต้องบินวนก่อนลงจอด

นอกจากนี้ ยังเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือสายการบินระหว่างประเทศที่ถูกสั่งห้ามบินระหว่างวันที่ 1 ก.ย. 2560 – 31 ม.ค. 2561 เนื่องจากยังไม่ผ่านการตรวจรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่ (เอโอซี) โดยกรมท่าอากาศยาน (ทย.) จะให้ส่วนลดค่าจอดเครื่องบิน 50% ในสนามบินของ ทย.ทั่วประเทศ

นายอาคมกล่าวถึงกรณีที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) จะเดินทางเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยด้ายการบินของไทยเพื่อปลดธงแดง ระหว่างวันที่ 20-27 ก.ย. ว่า ขณะนี้ฝ่ายไทยมีความพร้อม โดยภายหลังตรวจเสร็จในวันที่ 27 ก.ย. ไอเคโอจะแจ้งผลการตรวจสอบเบื้องต้นไม่เป็นทางการ และจะแจ้งผลตรวจสอบเป็นทางการให้ฝ่ายไทยทราบภายใน 1 เดือนภายหลังตรวจสอบเสร็จ ทั้งนี้ มั่นใจว่าจะสามารถปลดธงแดงได้ภายในสิ้นปี

นายจุฬา สุขมานพ ผอ.กพท. กล่าวว่า คาดว่าภายใน 2 เดือนจากนี้ กพท. จะเสนอร่างนโยบายเรื่องการบริหารห้วงอากาศเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบได้ ซึ่งจะทำให้สายการบินเชิงพาณิชย์มีพื้นที่ในการทำการบินได้มากขึ้น เบื้องต้นอาจจะขอแบ่งห้วงอากาศที่ฝ่ายความมั่นคงใช้ในการฝึกบินมาทำการบินเชิงพาณิชย์แทน ซึ่งจะเป็นพื้นที่บริเวณ จ.นครราชสีมา ลพบุรี เป็นต้น


ส่วนความคืบหน้าในการออกเอโอซีว่าขณะนี้มี 9 สายการบินที่ได้รับเอโอซีแล้ว เหลืออีก 12 สายการบินที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ คาดว่าภายในเดือนก.ย. นี้จะสามารถออกเอโอซีได้อีก 1 สายการบินคือ เอ็มเจ็ท ในเดือน ต.ค. จะออกเอโอซีได้อีก 4 สายการบิน คือ เคไมล์ ,โอเรียนไทย ,ไทยเวียตเจ็ท และสยามแลนด์ ฟลายอิ้ง ส่วนเดือน พ.ย. จำนวน 1 สายการบิน คือ เอเชีย แอตแลนติกแอร์ไลน์

“ขณะนี้เราได้ปรับตารางการตรวจรับรองเอโอซี 12 สายการบินใหม่ เพื่อให้ขบวนการตรวจสอบทำได้เร็วขึ้น ด้วยการบริหารบุคลากรให้ยืดหยุ่น มั่นใจว่าภายในสิ้นปีนี้จะสามารถออกเอโอซี 12 สาการบินที่เหลือได้ และออกได้ครบทั้ง 21 สายการบิน เร็วกว่าเป้าหมายเดิมที่คาดว่าจะออกเอโอซีแล้วเสร็จทั้งหมดภายใน 31 ม.ค. 2561”

นายจุฬากล่าวต่อว่า ที่ประชุมกบร. ยังมีมติ มติเห็นชอบมาตรการส่งเสริมการใช้ท่าอากาศยานของทย. ซึ่งจะนำมาใช้ในสนามบินขนาดกลางและขนาดเล็กทั่วประเทศยกเว้น สนามบินกระบี่ สนามบินสุราษฎร์ธานี สนามบินอุบลราชธานี สนามบินขอนแก่นและสนามบินอุดรธานี ประกอบด้วย 1.การลดค่าจอดเครื่องบินและลดค่าใช้สนามบินลง (Landing&Parking) ในอัตรา 50-80% จากราคาเดิม 2.ลดค่าเช่าอาคารสำนักงานและออฟฟิศภายในสนามบินลง 50% 3.ลดค่าธรรมเนียมการใช้สนามบิน (Passenger Service Charge : PSC) ลงในอัตรา 50% โดยแพ็กเกจทั้งหมดนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 ก.ย. มีผลครอบคลุม 3 ปี ไปจนถึง 14 ก.ย. 2563

ส่วนกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เตรียมออกมาตรา 44 มอบอำนาจ กพท. ระงับไม่ให้สายการบินระหว่างประเทศที่ยังไม่ผ่าน การตรวจเอโอซี ทำการบินระหว่างประเทศ เนื่องจากเป็นเปิดช่องใน กพท. ใช้อำนาจตามคำสั่งคสช. สั่งหยุดบิน เนื่องจากตามกฎหมายเดิมของกพท. มีอำนาจสั่งหยุดบินได้เฉพาะกรณีที่สายการบินไม่ผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการทำการบินเท่านั้น รวมทั้งยังเป็นการอำนวยความสะดวกให้ กพท. ทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงสุด และไม่ส่งผลกระทบต่อการแก้ไขปัญหาธงแดง