“ขวัญ” วางเป้า! ชีวิตมั่นคง เหนื่อยแต่คุ้ม-ภูมิใจในสิ่งที่ทำ

“อนงค์ จันทร”

โลดแล่นในโลกมายามาตั้งแต่อายุ 3 ขวบ เรียกว่างานในวงการซึมซับจนกลายจะเป็นสายเลือดของนางเอกสาว “ขวัญ”อุษามณี ไวทยานนท์ ก็ว่าได้

แม้ระยะทางที่ผ่านมาจะเจอปัญหาและอุปสรรค แต่นางเอกสาวก็ไม่เคยย่อท้อ

สั่งสมประสบการณ์ ต่อยอดงานบันเทิงด้วยการทำธุรกิจ ทั้งลิปสติก UZI Cosmetic และ บริษัท S & C Thailand (Security & Cleaning Service) โดยมีเป้าหมายคือความมั่นคงในชีวิต

ดูช่วงนี้เหนื่อยๆ?

ขวัญ – “มันหลายๆ อย่าง แต่เดี๋ยวก็ผ่านไป ทุกอย่างต้องรอ ไม่เรารอเขา เขาก็ต้องรอเรา ถามว่าช่วงเวลาที่ผ่านมัน เราเหนื่อยที่สุดมั้ย ขวัญว่าเกิดเป็นอุ(อุษามณี) เหนื่อยเสมอ (หัวเราะ) แต่พอเราเหนื่อยเสร็จแล้วเราก็ภูมิใจกับสิ่งที่เราทำได้ การที่เราเหนื่อยคือเราต้องรู้ลึกรู้จริง คุมคนให้ได้ ต้องเอาให้อยู่ การทำงานจะเด็กหรือผู้ใหญ่ไม่สำคัญ สำคัญตรงความเคารพ ผู้ใหญ่บางทีเขาก็ทำงานดี เราต้องเอาประสบการณ์จากเขา แต่ก็ต้องเป็นกรณีไป”

เหมือนเหนื่อยกับธุรกิจหรือเปล่า?

ขวัญ – “ธุรกิจขวัญประสบความสำเร็จ ไม่เหนื่อยเลย เราทำมาครึ่งปี เรามีคอนแท็ก 20-30 ที่ แล้วเป็นโปรเจ็กต์ใหญ่ๆ มันก็ประสบความสำเร็จมากกว่าที่เราตั้งใจเอาไว้ สิ่งที่ขวัญโชคดี ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจคอสเมติกหรือคลีนนิ่ง เรามีพนักงานเยอะมาก มีทั้งดีและไม่ดีวนเวียนกันไป สิ่งที่เราทำได้คือความรู้จากเรา จากคนรอบข้าง ที่เราไปปรึกษา จนกระทั่งเรามีทีมที่ดีทุกวันนี้ ทำให้บริษัทค่อนข้างก้าวอย่างมั่นคง เราไม่หวงงาน ปล่อยให้เขาทำ อาทิตย์หนึ่งเราเข้าไปบอกเป้าหมายชี้ เป้าหมายให้เขาทำงาน”

ตอนที่เจอคนที่ไม่ดีเข้ามา มีท้อไหม?

ขวัญ – “ท้อเลย แต่เราก็ได้คนดีๆ ใกล้ตัวคอยประคบประหงม ค้ำชูให้เรามีสติ ขวัญผ่านเรื่องราวแย่ๆ มาเยอะ โชคดีที่คนรอบข้างดี”

แล้วงานละครเป็นยังไงบ้าง?

ขวัญ – “ตอนนี้ก็มี “แม่สื่อปากร้ายผู้ชายรสจัด” ที่ ออนแอร์อยู่ เล่นกับ พอร์ช-ศรัณย์ และ “ไฟหิมะ” กำลังถ่ายทำ เล่นคู่กับ หลุยส์ เฮสดาร์ซัน แม่สื่อฯ จะเป็นละครแนวโรแมนติก คอมเมดี้ ดราม่า ซึ่งไม่ง่ายเลย เพราะขวัญไม่ถนัดคอมเมดี้ แล้วมันไกลตัวมาก ทุกอย่างเป็นไปได้สวย เพราะคนเขียนบทดี”

ชอบบทเรื่องนี้ตรงไหน?

ขวัญ – “รู้สึกว่าเป็นชีวิตคนจริงๆ ไม่มีใครเทา ไม่มีใครแย่ ไม่มีใครตลกตลอดเวลา อย่างบทกลิ่นจันทร์ที่ขวัญแสดง ที่งกขนาดนี้เพราะมีเหตุผล มีปมในใจ แสดงออกโดยการทำยังไงก็ได้เพื่อให้มีเงิน จะได้อุ่นใจ เลยกลายเป็นคนขี้เหนียว ขี้งก ตระหนี่ ทนทำทุกอย่างเพื่อเงิน เขาเป็นคนซื่อสัตย์กับความรู้สึกตรงนี้”

เรื่องนี้เล่นกับ “พอร์ช-ศรัณย์” ซึ่งเป็นเพื่อนกัน เห็นว่าเขาแกล้งเรา มีนอกบทเยอะ?

ขวัญ – “ไม่นอกบทนะ จะนอกบทเฉพาะตอนที่เราเล่นไปจนหมดไดอะล็อกแล้ว แต่ผู้กำกับฯไม่คัต ชอบปล่อย ด้วยเขาเป็นคนที่ตัดต่อเอง สวิตชิ่งเอง พอทำอะไรเสร็จก็มานั่งเช็กงานของเขา ลืมนักแสดงว่ารอสั่งคัตอยู่(หัวเราะ) เราก็เล่นกันต่อ ที่เล่นเพราะเราสนุกด้วย”

ทำไมถึงมาสนิทกับพอร์ช?

ขวัญ – “ต้องบอกว่าพอร์ชนิสัยตรงกับกลุ่มเพื่อนเรา เมื่อก่อนจะไม่สนิทเลย เจอก็คุยกันเฉยๆ แต่มาสนิทกันตอนที่ทำงานด้วยกันด้วย เขานิสัยเหมือนเพื่อนผู้ชายในกลุ่มเรา มันเหมือนอยู่กับจัน(เทรนเนอร์) ด้วย แต่กับจันเราอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ป.5 แต่พอร์ชนี่เป็นเพื่อนใหม่ ให้เกียรติเรา ไม่ทำร้ายเรา เหมือนจริตตรงกัน อีกอย่างที่มาสนิทกันเพราะถ่ายละครด้วยกันเรื่องหนึ่งใช้เวลาเป็นปี แล้วเราใช้ชีวิตอยู่ เรียกว่าเช้า ยันเช้า เหมือนร่วมหัวจมท้าย ทุกข์สุขด้วยกัน ถ้าเกิดนิสัยปลอมมันต้องรู้กันอยู่แล้ว แต่พอร์ชไม่เป็น เขาเป็นเพื่อนที่ดี ให้เกียรติเรา ผู้ชายที่ให้เกียรติผู้หญิงถือว่าหายากนะในยุคสมัยนี้”


ตอนนี้เป้าหมายชีวิตของเราคืออะไร?

ขวัญ – “ทำอย่างไรก็ได้ ให้ขวัญเลี้ยงชีวิตพนักงานของขวัญไปให้รอด เขาทำงานให้เรา เราก็รักเขา เปิดบริษัทมาเพื่อช่วยคนอย่างนึงด้วย และมันก็เป็นสิ่งนึงที่สามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัวเรา เมื่อตอนที่เราออกจากวงการ”

“ที่ดูขวัญทุ่มเทให้กับทุกคนที่เข้ามาในชีวิต เพราะทุกคนเขาทุ่มเทให้กับเราเหมือนกัน ไม่มีใครได้มาฟรีๆ หรอก ในเมื่อเราทำงานมาเหนื่อย จนอยู่กันมาแบบนี้แล้ว มันไม่ใช่เรื่องเงินอย่างเดียว ทุกคนต้องการความมั่นคงในชีวิต ขวัญทำงานก็ต้องการความมั่นคงในชีวิตเหมือนกันค่ะ”

ใช้เวลาศึกษาความรัก-รอจวบจนถึงวันแต่งงาน

ผ่านเรื่องราวความรักมาเรียกว่ามีประสบการณ์พอตัวอยู่เหมือนกัน สำหรับนางเอกสาว “ขวัญ-อุษามณี” โดยล่าสุดมีกระแสข่าวกำลังปลูกต้นรักกับ “เจมส์ พาลัมโบ” หนุ่มใหญ่ทายาทตระกูลขุนนางเก่าแก่ของอังกฤษ มียศเป็นบารอนแห่งเซาท์วาร์ก หรือ ท่านลอร์ด

แย็บถามเรื่องความรักว่าเป็นยังไงบ้างตอนนี้ สาวขวัญเปิดใจว่า “ความรักของขวัญก็ไปเรื่อยๆ ทุกวันนี้ขวัญก็ยังไม่รู้ จนกระทั่งถึงวันที่ขวัญแต่งงาน แล้วเราค่อยบอก ค่อยพูดทีเดียว ทุกวันขวัญอยู่เพื่อศึกษา ตอนนี้โอเคมั้ย ก็ไม่รู้ เพราะไม่มีใครรู้อนาคตล่วงหน้า วันนี้ขวัญมีความสุขที่สุด แต่ก็ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ขวัญจะเศร้าที่สุดหรือเปล่า”

ณ วันนี้ไม่ได้มองเรื่องอนาคต เจ้าตัวแย้ง “มองและรอค่ะ อยากให้มันชัวร์ที่สุด ขวัญอยากได้ความรักเหมือนพ่อกับแม่ ที่ดูแลกันจนถึงวันสุดท้าย ที่เขาปกป้องกันจริงๆ มันเป็นความรักบริสุทธิ์ค่ะ กว่าที่มันจะเป็นความรักที่บริสุทธิ์มันต้องใช้ระยะเวลาค่อยๆ กลั่น ยิ่งเรากลั่นเร็ว ยิ่งไม่เพียว”

เมื่อก่อนความรักของขวัญจะหวือหวา มีคนจับตา แต่ทุกวันนี้ไม่เป็นแบบนั้นแล้ว “ความรักของขวัญหวือหวา แต่ก็ระแวดระวัง เรามองไว้แล้ว เราทำงานเรามีโกลล์ ความรักของขวัญก็มีโกลล์เหมือนกัน เราอยากได้ความรักเหมือนพ่อกับแม่ ปกป้องกัน รักกันจนวินาทีสุดท้าย และขวัญเชื่อว่าพ่อขวัญไม่ได้ทำอะไรร้อยเปอร์เซ็นต์ แม่ขวัญก็ไม่ได้ทำอะไรดีร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่คนสองคน ใช้ชีวิตกุมมือกัน แล้ววันที่พ่อไป 7 ปีแล้ว แม่ก็ยังไม่มีสามีใหม่ และก็ยังไปทำบุญให้พ่อตลอด เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่ขวัญต้องการในชีวิต”

เวลามีความรัก เราก็เต็มที่กับมัน “ค่ะ เต็มที่ทุกครั้ง อย่างที่บอกว่าวันนี้ขวัญมีความสุขที่สุด แต่ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะทุกข์ที่สุดหรือเปล่า เพราะทุกวันขวัญเรียนรู้มาแล้ว แต่สิ่งที่ยังไม่ได้เรียนรู้คือการกลั่นกรอง ซึ่งช่วงนี้อยู่ในระหว่างการกลั่นกรอง”

ด้วยระยะทางที่ไกลมันยากไหม “ขวัญไม่ได้บอกด้วยว่าคนไหน”

มีระยะเวลาไหมว่าเรากลั่นกรองได้ระดับหนึ่งแล้ว เราจะเริ่มพูดถึงเขามากขึ้น “ทุกอย่างไม่ได้อยู่ที่ขวัญ ไม่ได้อยู่ที่ตัวเขา มันอยู่ที่ระยะเวลา เดี๋ยวเวลามันก็จะบอกเอง”

ประสบการณ์ความรักที่ผ่านมามันสอนอะไรกับเราบ้าง ขวัญกล่าวว่า “บางอย่างเราดูตัวเราเอง มันไม่ซึ้งเท่าเรามองเหตุการณ์คนอื่นแล้วเราเรียนรู้ดีกว่า ขวัญมองปัญหาตัวเอง ขวัญก็ต้องเข้าข้างตัวขวัญเอง แต่ถ้าขวัญมองชีวิตคนอื่น มองสิ่งที่เราตั้งเป้าเอาไว้ ขวัญก็จะเสริมสร้างพลังในชีวิตของขวัญด้วย และเราก็รู้ว่าเราต้องการอะไร”

คนที่คุยกับขวัญเขารู้ไหมว่า ขวัญโดนจับตาเรื่องความรักขนาดนี้ “ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ มันต้องใช้ระยะเวลาไป เพราะสุดท้ายเราก็ไม่รู้ว่าเป็นคนไหนด้วยซ้ำ อันนี้จริงๆ นะ ขวัญไม่รู้ ถ้าขวัญรู้ว่าสุดท้ายแล้วเขาเป็นใคร ขวัญคงเดินเอาแหวนไปให้เขา แล้วบอกว่าแต่งงานกับฉันเถอะ”

คนที่จะมาเป็นแฟนขวัญต้องผ่านแม่ไหม “ต้องผ่านแม่ ผ่านเพื่อน ผ่านทุกคนหมด คนที่เข้ามาในชีวิตขวัญต้องเข้ากับทุกคนรอบข้างขวัญได้ เพราะขวัญไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ขวัญอยู่กับคนรอบข้างในชีวิตขวัญเยอะมาก ไม่ว่าจะออกไปไหน ทำอะไร เวลาขวัญมีปัญหา ขวัญไม่เคยตันที่จะมีคนอยู่ข้างๆ เราค่ะ”

 

วิธีสอน

“เป็นธรรมดา เราห้ามไม่ได้ ความสุขแม่เรา เขาจะทำอะไรก็ปล่อยให้ทำ” นางเอกสาว “ขวัญ-อุษามณี” เผยถึงเรื่องที่ถูกจับตามองในความสัมพันธ์แม่ลูก หลังจากคุณแม่ปราณี ชอบโพสต์อะไรแปลกๆ ลงในสื่อโซเชี่ยลฯอยู่เรื่อยๆ

ขวัญกล่าวต่อว่า “เราไม่ได้ห้ามแม่ ไม่ได้ห้ามพี่แก้ว (พี่สาว) เขาจะทำอะไรก็ชีวิตเขา แต่เราเป็นคนในวงการ เป็นคนสาธารณะ ใครถามอะไรเราก็ตอบ”

มีแซวแม่บ้างไหม เวลาแม่โพสต์ทีไร หนูโดนอีกแล้ว “ก็รู้อยู่แล้ว เพราะทุกคนก็เห็นข่าว แต่เมื่อก่อนมันมาจากที่เราไม่คุยกัน ไม่เชื่อใจกัน แต่ตอนนี้เรามีอะไรก็จะคุยกันตลอด”

สิ่งที่ผ่านมาช่วยปรับเรากับแม่ให้เข้าใจกันมากขึ้น “เรารัก กันเข้าใจกันอยู่แล้ว เพียงแต่ทุกอย่างต้องพัฒนาให้ดีกว่าเดิม เราไม่ใช่ครอบครัวบ้านแตกสาแหรกขาดที่พ่อแม่ลูกไม่เข้าใจไม่คุยกัน แต่วิธีการสื่อสารของแต่ละครอบครัวไม่เหมือนกัน”

“อย่างพ่อขวัญตอนท่านอยู่ มีข่าวอะไรทั้งดีไม่ดีจะแปะที่ประตูห้องขวัญเพื่อให้ขวัญอ่าน พ่อมีวิธีสอนแบบนี้ อย่างเรื่องที่ซีเรียสก็จะบอกขวัญมานั่งคุยกับพ่อหน่อย พูดแค่นี้ขนลุกซู่เลย(หัวเราะ) จากนั้นก็จะรวมกันทั้งบ้าน ทุกคนต้องเข้าไปฟังเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีก อย่างคุณแม่ก็มีโดนพ่อเรียกคุยเหมือนกัน มันเป็นโมเมนต์เหมือนเป็นคุณครูฝ่ายปกครอง ซึ่งปกติพ่อเป็นคนไม่พูด ถ้าพูดขึ้นมาต้องเป็นเรื่องสำคัญ”

พ่อกับแม่ใครดุกว่ากัน “พ่อค่ะ แค่โทร.มาบอกว่าขวัญ พ่อขอคุยด้วยหน่อย เอาแล้วขวัญร้องไห้เลย”

พอเรามาดูแลตัวเอง แล้วต้องทำธุรกิจด้วยเป็นอย่างไรบ้าง “สนุกดีค่ะ คนเราต้องโต แม่เลี้ยงเรามาแล้ว จะให้แม่มานั่งป้อนข้าวป้อนน้ำ มานั่งอดข้าวพร้อมเราอีก มันไม่ใช่ เราต้องมีพื้นที่ให้เขาอยู่สบายที่สุด เราต้องกลับไปเลี้ยงเขา”

แม่เข้าใจแล้วใช่ไหมตอนนี้ “ตอนแรกๆ เขาก็งง แต่มาหลังๆ เริ่มสบาย เลือกคนที่จะคุยด้วย ยิ่งคนเยอะยิ่งกลั่นกรองคนได้ลำบาก”

ท่านยังห่วงเราเรื่องอะไร ขวัญกล่าวว่า “เรื่องสุขภาพ เพราะป่วยบ่อย ทำงานเยอะ ครั้งก่อนแม่พาไปหาหมอ บอกให้หมอเช็กขวัญให้หมดเลยตั้งแต่หัวถึงเท้า เราต้องบอกแม่พอแล้วมั้ย เดี๋ยวจะพาไปกินกาแฟ กินเบเกอรี่ เพราะรู้ว่าแม่ชอบ”

เรียกว่าเอาใจแม่ “ไม่ใช่ค่ะ ให้เขาลืมว่าต้องพาเราไปให้หมอเช็ก อะไรบ้าง(หัวเราะ)”

บทความก่อนหน้านี้โยนหน้าต่างแฟลตชั้น 4 – เด็ก 2 คน รอดไฟไหม้ แม่ช่วยชีวิตก่อนตายสลด
บทความถัดไปกระแสร้อน : 15 ปี “บีไฟว์” รียูเนี่ยน คอนเสิร์ต “B5 NOW 15”