ไม่ใช่ของเล่นไฮโซ!! ‘โม’รับสนิทน้องชายวงดังเก็ตสึโนวา-รักครั้งใหม่ไม่รีบ

หลังมาร่วมเดินแบบแบรนด์ WEE ในงานเปิดตัง “ล้ง 1919” ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ ล้ง 1919 “โม-มนชนก แสงฉายเพียงเพ็ญ” นางเอกสาว ให้สัมภาษณ์ถึงความสัมพันธ์กับ ‘ไฮโซคฑา’ น้องชาย นาฑี Getsunova หลังดูสนิทกันเป็นพิเศษ

โดย โม เผยว่า “ก็สนิทกันค่ะ ถามว่าเริ่มต้นยังไง คือเราเป็นเพื่อนของเพื่อนเขา แล้วก็แนะนำให้รู้จัก แต่เรียกว่าเราเปิดใจได้มั้ย จริงๆ โม ไม่รีบเรื่องความรักค่ะ อยากใช้เวลาและดูไปเรื่อยๆ ดีกว่าค่ะ ถามว่าตรงสเป๊กมั้ย เขาเป็นคนน่ารักค่ะ เรารู้จักกันสักพักค่ะ ไม่นานมากค่ะ”

“ถามว่าคลิกกันตรงไหน มันจำกัดว่าคลิกหรือไม่คลิกยังไม่ได้ค่ะ โมมองว่าเราต้องดูกันไปเรื่อยๆ ค่ะ คนที่เราคิดว่าใช่ ยังไม่ใช่เลยค่ะ แต่จะเรียกว่าศึกษากันได้มั้ย เรียกว่าไม่รีบดีกว่าค่ะ เรื่อยๆ ดีกว่า ปกติไม่ได้ให้คำจำกัดความกับความรักอยู่แล้ว เรียกว่ารอดูไปละกัน ไม่รีบค่ะ ขอเวลาหน่อยละกันค่ะ ตอนนี้ก็เป็นเพื่อนๆ คุยกันไปก่อนค่ะ”

เจอกันบ่อยมั้ย “ไม่บ่อยค่ะ เพราะว่าเขาอยู่เมืองนอก สำหรับระยะทาง สำหรับโม ไม่คิดว่าเป็นอุปสรรคนะคะ แต่ถามว่าคาดหวังกับความรักครั้งใหม่ยังไง อย่าเรียกว่าเริ่มต้นความรักใหม่ดีกว่า เรียกว่าใช้ชีวิตให้มีความสุขดีกว่าค่ะ”

มุมมองความรักของเราโตขึ้นมั้ย “อย่างที่โมบอกตั้งแต่แรก โมไม่อยากรีบแล้ว อยากดูไปเรื่อยๆ รอให้มั่นใจก่อนดีกว่าแล้วเราค่อยพูด ค่อยโฟกัสเรื่องนี้ เขาก็ได้เจอเพื่อนแก๊งบ้างค่ะ เพราะว่ารู้จักกันจากเพื่อน ส่วนเพื่อนๆ เราไฟเขียวมั้ย คือปกติเพื่อนๆ ก็ไม่ได้ยุ่งเรื่องนี้อยู่แล้ว ก็แล้วแต่อะไรที่โมสบายใจ”

“ตอนนี้คือคนที่เราคุยแล้วสบายใจ แต่ไม่รีบค่ะ ส่วนถ้าคนมองว่าเรามีแฟนเป็นไฮโซ อย่าเรียกคำนี้ดีกว่า มันเป็นคำจำกัดความยังไงไม่รู้ และไม่ได้มองว่าเขาเป็นไฮโซหรือไม่ไฮโซนะคะ ก็มองว่าเขาเป็นเพื่อน เป็นคนที่รู้จักคุยกันมากกว่าค่ะ และไม่กลัวถูกมองว่าเป็นของเล่นไฮโซเพราะโมไม่ได้คิดแบบนั้น”

คุยกับเขามั้ยว่าอาจจะมีข่าวและถูกถามเรื่องนี้ “คือก็รู้ค่ะ เขาเป็นคนเงียบๆ เรียบๆ ไม่ได้อยากเป็นข่าวหรืออยากมีชื่อเป็นไฮโซอะไรอย่างนี้ก็ไม่ใช่อย่างนี้ ถามว่าเขาซีเรียสมั้ยที่โมต้องตอบคำถามเรื่องเขา คือจริงๆ อะไรก็ได้ที่ไม่ทำให้โมเสียหายค่ะ”

ล่าสุดเพิ่งออกจากโรงพยาบาล “เป็นโรคกระเพาะค่ะ แล้วก็เป็นแผลในกระเพาะ หมอบอกว่าเป็นแบคทีเรียด้วย ก็ต้องกินยารักษาไปค่ะ เดี๋ยวหมอนัดดูอาการอีกทีค่ะ คุณหมอบอกว่าเกิดจากความเครียดและกินอาหารไม่ตรงเวลาค่ะ โมว่ามันสะสมมาเรื่อยๆ มากกว่าค่ะ”

บทความก่อนหน้านี้พท.ฉะ‘บิ๊กตู่’ ฉวยโอกาสด่านักการเมือง ชี้มีกม.พรรคแล้วต้องปลดล็อก
บทความถัดไปประชาชนหลั่งไหลเข้าชมพระเมรุมาศต่อเนื่อง จนท.ขอความร่วมมือไม่จับสิ่งของจัดแสดง