‘ริชี่เพลส’กู้สถานการณ์-เปิดทางให้ลูกค้าผ่อนกับบริษัทจนกว่าจะกู้แบงก์ได้

นางอาภา อรรถบูรณ์วงศ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท ริชี่ เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงไตรมาส 2 และ 3 ยอดการโอนกรรมสิทธิ์ลดลงค่อนข้างมากถึง 20% แม้ว่าล่าสุดรัฐบาลจะมีการออกมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและทำให้ผู้บริโภคประหยัดค่าใช้จ่ายลงไปบ้าง โดยจะส่งผลให้ภาวะการโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 4 ปรับตัวดีขึ้นส่วนหนึ่ง ในขณะเดียวกันผู้บริโภคเองบางส่วนก็ต้องการเวลาในการตัดสินใจซื้อ ในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอยู่ในขณะนี้ เนื่องจากมีความกังวัลทั้งเรื่องรายได้ว่าจะมีทิศทางเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หรืออย่างน้อยที่สุดจะประคองตัวเท่าเดิมได้หรือไม่

แต่อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ก็ให้การตอบรับมาตรการรัฐบาลในเชิงบวก โดยถือว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นการซื้อขายในตลาดอสังหาริมทรัพย์ให้ไม่ชะงัก รวมถึงโครงการบ้านในฝันอัตราดอกเบี้ย 2.5% ถือเป็นปัจจัยที่ 2 ที่มารองรับการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คือ การถูกปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคาร (รีเจ็กต์) ทั้งจากคุณสมบัติของผู้กู้เอง และจากธนาคารที่เพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น แต่อย่างไรก็ดีทั้ง 2 มาตรการถือว่าเป็นผลดีต่อตลาด เพียงแต่ว่ามาตรการกระตุ้นดังกล่าว ออกมาค่อนข้างช้า คือ ในช่วงปลายเดือนต.ค. ดังนั้นก็อาจจะยังไม่สามารถส่งผลต่อตลาดได้ทันทีในปี 2562 หรือไม่อย่างน้อยกว่าจะเริ่มเห็นผลก็ปลายธ.ค.ปีนี้-เดือนม.ค.ปี 2563

ทั้งนี้ ในส่วนของฐานลูกค้าของบริษัทเองในช่วงที่ผ่านมา พบว่าลูกค้าถูกธนาคารรีเจ็กต์สูงถึง 50% โดยมีทั้งไม่ผ่านเกณฑ์และให้สินเชื่อต่ำกว่าวงเงินโอนกรรมสิทธิ์ทำให้ลูกค้าต้องหาเงินมาเพิ่ม ทำให้ล่าสุดบริษัทได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเป็นกรณีๆ ไป ด้วยการให้ลูกค้าที่ถูกรีเจ็กต์มาผ่อนชำระกับบริษัทโดยเฉพาะกรณีที่ลูกค้าได้วงเงินกู้ไม่เพียงพอในการโอนกรรมสิทธิ์ โดยบริษัทจะให้ระยะเวลาลูกค้าผ่อนตั้งแต่ 3-9 เดือน หรือสูงกว่านั้นแล้วแต่กรณี ซึ่งบริษัทอาศัยความแข็งแกร่งทางการเงิน เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาขาดสภาพคล่อง ในขณะเดียวกันก็ยอมแบกภาระดอกเบี้ยจ่ายธนาคารแทน เพื่อช่วยให้ลูกค้าโอนและได้มีที่อยู่อาศัย ขณะเดียวกันผลประกอบการของบริษัทในปี 2562 ก็จะได้ผลกระทบจากการที่ลูกค้ากู้ไม่ผ่าน ทำให้รายได้ในปีนี้จะอยู่ที่ราว 1,400 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ และต่ำกว่าปี 2561 ที่มีรายได้ 2,700 ล้านบาท ในขณะที่ปี 2563 คาดว่ารายได้จะกลับขึ้นมาที่ 3,000 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกค้าประมาณ 3,800 ล้านบาท รวมถึงยังมีสต็อกคอนโดมิเนียมและบ้านสร้างเสร็จพร้อมโอนอีก 3,000 ล้านบาท โดยประมาณ 50% เป็นคอนโดมิเนียมระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท

ล่าสุดบริษัทเปิดตัวโครงการริชพอยท์@บีทีเอส วุฒากาศ คอนโดมิเนียมสูง 32 ชั้น จำนวน 792 ยูนิต ร้านค้า 2 ยูนิต บนพื้นที่กว่า 2 ไร่ ติดสถานีบีทีเอส วุฒากาศ 0 เมตร ราคาเริ่มต้นเพียง 1.99 ล้านบาท หรือ 85,000 บาทต่อตร.ม.มูลค่าโครงการรวม 1,800 ล้านบาท โดยจะเริ่มก่อสร้างในไตรมาส 4 ปี 2563 แล้วเสร็จและส่งมอบให้ลูกค้าปี 2565

บทความก่อนหน้านี้นาซาทดสอบหุ่นยนต์สำรวจใต้ผืนน้ำแข็ง ค้นหาร่องรอยสิ่งมีชีวิตต่างดาว
บทความถัดไปสลด กวางป่า กินขยะจนตาย ผ่าชันสูตรถึงกับผงะ ถุงพลาสติกอื้อ หนัก 7 กิโลกรัม