ไอร่าชี้ทุนญี่ปุ่น-เกาหลีมั่นใจ จี้ลงทุนอาคารสำนักงานกลางกรุงอีก 2 แห่ง

นางนลินี งามเศรษฐมาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอร่า แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการ บริษัท แอสไพเรชั่น วัน จำกัด ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการสปริง ทาวเวอร์ อาคารสำนักงานเกรดเอ บนถนนราชเทวี เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเซ็นสัญญาเช่าที่ดินใจกลางกรุงเทพฯ ขนาด 3 ไร่เศษ เพื่อลงทุนพัฒนาอาคารสำนักงานเกรดบี บวก มูลค่าโครงการ 3-4 พันล้านบาท ซึ่งถือเป็นการลงทุนอาคารสำนักงานแห่งที่ 2 ต่อเนื่องจากโครงการสปริง ทาวเวอร์ สูง 27 ชั้น มูลค่า 2.7 พันล้านบาท ที่ล่าสุดเพิ่งก่อสร้างแล้วเสร็จและมีผู้เช่าพื้นที่แล้ว 60% โดยจะเริ่มทยอยตกแต่งตั้งแต่ต้นปี 2563

ทั้งนี้ บริษัทมองว่าตลาดอาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ ยังมีโอกาสเติบโตทางธุรกิจได้อีกมาก เพราะนอกจากโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี ที่จะดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยทำให้มีความต้องการใช้พื้นที่อาคารสำนักงานมากขึ้นแล้ว ก่อนหน้านี้รัฐบาลยังให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีให้กับบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาตั้งสำนักงานใหญ่ในไทย ประกอบกับผู้ร่วมทุนซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งญี่ปุ่นและเกาหลี ให้ความเชื่อมั่นในการขยายการลงทุนอาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทได้มีการเจรจาเช่าพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ สำหรับลงทุนอาคารแห่งที่ 3 ด้วย โดยคาดว่าภายในปีหน้าจะสรุปและลงทุนก่อสร้างไปพร้อมๆ กับอาคารแห่งที่ 2 เนื่องจากบริษัทมีเป้าหมายภายในปี 2566 จะนำทั้ง 3 อาคารขายเข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีทส์) มูลค่า 1 หมื่นล้านบาท

ด้านนางยุพา เสถียรภาพอยุทธ์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะตัวแทนในการจัดหาผู้เช่าอาคารสำนักงาน กล่าวว่า ปริมาณพื้นที่อาคารสำนักงานเกรดเอ ใจกลางกรุงเทพฯ ในขณะนี้ยังมีน้อยกว่าความต้องการ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยี ซึ่งมีทั้งย้ายจากอาคารเดิม รวมถึงบริษัทข้ามชาติใหม่ๆ ที่เข้ามา ซึ่งถ้าดูจากอัตราการว่างของพื้นที่อาคารสำนักงานเกรดเอใจกลางกรุงเทพฯ มีไม่เกิน 5% และถ้าดูโดยรวมมีอัตราว่างของพื้นที่สำนักงานโดยภาพรวมไม่เกิน 7% ทำให้อัตราค่าเช่ายังสูงขึ้นติดต่อกันมาหลายปีล่าสุดเฉลี่ยอยู่ที่ 950 บาท/ตร.ม./เดือน โดยในส่วนของอาคารสปริงทาวเวอร์อัตราค่าเช่ารวมพื้นที่ค่าปลีกแล้วเฉลี่ยอยู่ที่ 1,000-1,500 บาท/ตร.ม./เดือน ขณะเดียวกันมีความกังวลว่าเทคโนโลยีจะเข้าทดแทนการทำงานของคนนั้น ขณะนี้เท่าที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ทั่วโลกยังไม่มีมุมมองเชิงลบ ที่จะมากระทบปริมาณการจ้างงานแต่อย่างใด

บทความก่อนหน้านี้โป๊ะแตก! วิ่งไล่ลุง โชว์หลักฐานขอจัดงานตั้งแต่ 6 ธ.ค. ตรงข้ามกับที่ตำรวจสัมภาษณ์
บทความถัดไปดัตช์กระอัก เมมฟิส เดอปาย เจ็บเข่าพักร่วมครึ่งปี คาดวืดไปเล่นยูโร 2020