บำรุงกล้วยไม้

คอลัมน์ รู้ไปโม้ด

nachart@yahoo.com

เรียนคุณชาติ ประชาชื่น

ผมชอบซื้อกล้วยไม้ที่นำมาขายเห็นดอกสวยๆ ก็ซื้อมาเลี้ยง แต่พอหมดดอกเก่า กล้วยไม้ก็ไม่เคยให้ดอกเหมือนเก่าที่ซื้อมา ถึงมีดอกก็ช่อเล็กลงและต้นที่ออกใหม่ก็ไม่สมบูรณ์ ขอทราบวิธีเลี้ยง การให้ปุ๋ยบำรุงและปุ๋ยดอกมีวิธีการอย่างไร และควรให้ปุ๋ยสูตรใด

ขอบคุณครับ

ไพรัช

ตอบ ไพรัช

อรสา ดิสถาพร ผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมและจัดการการผลิตพืชผัก ไม้ดอกไม้ประดับ และพืชสมุนไพร กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ภายในอาคารบ้านเรือนว่า ต้นไม้ที่ขายในตลาด ส่วนใหญ่จะถูกโด๊ปด้วยปุ๋ย ให้น้ำและดูแลอย่างเต็มที่เพื่อให้ต้นและดอกงอกงาม

แต่เมื่อเราซื้อกล้วยไม้ต้องรู้จักชนิดและธรรมชาติของกล้วยไม้นั้นรู้ว่าซื้อพันธุ์อะไรมา ด้วยบางชนิดนั้นออกดอกเพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น อย่าง หวาย ฟ้ามุ่ย ซึ่งเป็นธรรมชาติของเขา นอกจากนี้ควรคำนึงถึงสภาพแวดล้อม อากาศ การให้น้ำให้ปุ๋ยยิ่งในช่วงหน้าร้อน

ครรชิด ธรรมศิริ 2550 เทคโนโลยีการผลิตกล้วยไม้ ระบุว่า สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับกล้วยไม้ในประเทศไทย แสงแดด 50-60% อุณหภูมิควรอยู่ที่ 25-35 องศา ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศร้อยละ 60-80% การระบายน้ำและการถ่ายเทอากาศที่ดีในวัสดุปลูก และมีการหมุนเวียนของอากาศหรือมีลมพัดผ่านอ่อนๆ รอบต้นและรากกล้วยไม้

กล้วยไม้ที่ปลูกในอาคารบ้านเรือน ควรได้รับแสงไม่น้อยกว่า 50% เป็นเวลา 4-5 ชั่วโมง ดังนั้นควรปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ใกล้บริเวณหน้าต่าง เพื่อให้แสงแดดและมีการถ่ายเทอากาศที่ดี

การสังเกตกล้วยไม้ว่าได้รับแสงแดดเพียงพอหรือไม่ ทำได้ง่ายๆ หากกล้วยไม้ได้รับแสงน้อยเกินไปต้นจะอ่อนแอ ใบลู่ลง สีใบเขียวเข้ม ไม่ออกดอก หากได้รับแสงแดดที่เพียงพอต้นจะแข็งแรง ใบมีสีเขียวสดแต่ไม่ถึงกับเข้มนัก ใบตั้ง ระบบรากเจริญดี ให้ดอกมากและดอกจะมีสีเข้มสดใส ความชื้นสัมพัทธ์ที่เหมาะสมในการปลูกเลี้ยงดอกกล้วยไม้ในอาคารจะต่ำว่าการปลูกในโรงเรือนคือ ซึ่งต้องการประมาณ 40-60% หากในอาคารมีความชื้นน้อยกว่านี้ อาจปลูกกล้วยไม้หลายๆ ต้นไว้ใกล้ๆ กันจะช่วยให้บริเวณรอบๆ กลุ่มกล้วยไม้มีความชื้นสูง

นอกจากนี้ การเลี้ยงกล้วยไม้ภาย ในอาคารทำได้เป็นเวลาประมาณ 2-3 เดือน หลังจากนั้นต้องนำกล้วยไม้ออกไปเลี้ยงบริเวณที่ได้รับแสงเพิ่ม และต้องบำรุง ดูแลในเรื่องการให้น้ำ ให้ปุ๋ย การกำจัดศัตรูพืช เมื่อกล้วยไม้ฟื้นตัวแล้ว ก็สามารถนำกลับมาตั้งไว้ในอาคารบ้านเรือนได้อีก

การปลูกเลี้ยงใต้ชายคาหรือส่วนต่อภายนอกอาคาร จำเป็นต้องป้องกันไม่ให้ได้รับแสงแดดเต็มที่ ต้องพรางแสดงด้วยไม้ระแนงหรือ ซาแรน ซึ่งต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ คือควรได้รับแสงแดด 50-60% เป็นอย่างน้อย 4-5 ชั่วโมง อย่าให้รับแสงแดดเต็มที่เพราะจะทำให้ใบไหม้ได้

บริเวณที่ปลูกเลี้ยงต้องไม่อับทึบ มีลมพัดผ่านแต่ไม่ถึงกับแรงนัก หากลมแรงจะให้วัสดุปลูกแห้งเกินไปและมีความชื้นต่ำ

นอกจากนี้หากบริเวณโดยรอบที่ปลูกเลี้ยงมีแสงแดดสะท้อนจากตัวอาคารและพื้นซีเมนต์ จำเป็นต้องมีการปลูกต้นไม้ใหญ่บังแดดที่สะท้อนจากตัวอาคาร หรือพื้นซีเมนต์มายังต้นกล้วยไม้ รวมทั้งควรรดน้ำบ่อยขึ้น
1
สำหรับการปลูกเลี้ยงภายใต้ร่มเงาไม้ ต้องคำนึงถึงปัจจัยคือ

1.ปลูกใต้ต้นไม้ที่ให้ร่มเงา ต้องไม่ทึบ ไม่โปร่งเกินไป และไม่ควรเป็นต้นไม้ที่ผลัดใบ เนื่องจากจะทำให้ได้รับแสงแดดมากเกินไปในช่วงที่ผลัดใบ

2.ลำต้น กิ่งก้านและใบไม้ไม่แน่นทึบ และขวางทางลม ควรตัดแต่งกิ่งและใบออกบ้างเพื่อให้โปร่ง แสงแดดและอากาศผ่านได้

3. บริเวณที่ปลูกกล้วยไม้ ควรมีการระบายน้ำที่ดี ควรตั้งกระถางไว้บนโต๊ะ ที่โปร่งและระบายน้ำดี ถ้าปลูกเป็นแปลงลงบนพื้น ต้องใช้วัสดุที่โปร่งไม่ให้น้ำท่วมขังบริเวณราก

4.หากปลูกกล้วยไม้กับกิ่งหรือลำต้น ควรเลือกต้นไม้ที่มีอายุ ต้นกล้วยไม้เจริญได้ดีบนต้นตีนเป็ดฝรั่ง มะม่วง ชมพู่ ต้นทองหลาง หรือต้นปาล์มก็ได้ ถ้าได้รับความชื้นและปุ๋ยอย่างเพียงพอ

ขอส่งกำลังใจให้ได้ชื่นชมดอกกล้วยไม้ที่ดูแลเอง

บทความก่อนหน้านี้เปิดคำสารภาพ”สตต.”วางแผนปล้น 5 ล้าน เผยพี่ชายคนควงปืนจี้หัว พ่อค้าป๊อปคอร์นดูต้นทาง
บทความถัดไปขอบคุณคำสอนพ่อแม่!! ‘เอ็ม’ลูกสาว‘หม่ำ’ผิดหวังรัก-เช็ดน้ำตาเปลี่ยนตัวเอง จนมีวันนี้