จอมปลวกกลางนา

คอลัมน์ ขนหัวลุก

ใบหนาด

สมัยเด็กผมอยู่ที่อินทร์บุรี เมืองสิงห์ หรือสิงห์บุรีที่โดนน้ำท่วมอ่วมอรทัยแบบเดียวกับจังหวัดอื่นๆ ในย่านนั้นแหละครับ…ปีนี้ก็ยังหวาดเสียวอยู่ว่าจะโดนหวยล็อกชนิดเกือบกระอักเลือดเหมือนปีกลายอีกหรือเปล่า?

เห็นเขาลือกันหนาหูว่า ปีนี้น้ำเหนือจะมาเร็วและมาแรงยิ่งกว่าเก่าเสียด้วยซ้ำไป เล่นเอาต้องอพยพครอบครัว หรือจ้างช่างมา ‘ดีดบ้าน’ ให้สูงขึ้นไปอีกเพื่อหนีน้ำท่วม

เผลอๆ ยังโดนช่างเบี้ยว น่าขนหัวลุกยิ่งกว่าโดนผีหลอกซะด้วยซ้ำ…บรื๋อส์!!

สมัยนั้นบ้านผมไม่ได้ทำไร่ทำนาหรอกครับ แต่ขายของชำ ทั้งข้าวสาร น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ ยาตั้ง…หรือยาฉุนและยาจืด สำหรับมวนใบตองสูบ กับใช้ถูฟันของคนกินหมาก

อ้อ! มีทั้งพลูสด พลูนาบ หมากดิบ หมากแห้ง ปูน สีเสียดกินกับหมาก พ่อแม่ผมขยันทำมาหากินเลี้ยงลูกเป็นโขลง มีเรือยนต์จากกรุงเทพฯ ขนของมาส่ง เราซื้อมาขายต่อทั้งส่งและปลีก คือพวกยกน้ำตาลทั้งปี๊บไปแบ่งขายต่อก็มี เราเหลือเอาไว้ขายเองก็ไม่น้อย

ย่านที่ถือว่าผีดุคือท้องนากับแม่น้ำครับ ฟังผู้ใหญ่เล่าลือมานาน ในที่สุดก็เจอเข้ากับตัวเองจนได้!

วันนั้นมีน้าจากชัยนาทชื่อน้าสำอาง มารักษาริดสีดวงจมูกกับหมอแถวบ้านผมตอนต้นพรรษามีฝนพรำแทบทั้งวัน น้าสำอางบ่นว่าที่นี่ก็หนีฝนตกแซะๆ ไม่พ้น ผมสงสัยว่าเป็นยังไง? ก็ได้คำตอบว่าฝนบางๆ แบบนี้น่ะที่ชัยนาทเรียกว่าฝนตกแซะๆ บางแห่งก็เรียกฝนตกแพร็มๆ

ผมหัวเราะท้องแข็งเลยครับ

ตกเย็นก็มีหน้าที่พาน้าสำอางไปบ้านหมอที่ริมแม่น้ำ ต้องเดินตัดทุ่งนาไปไม่ไกลนัก แม่เตือนอย่างที่เคยเตือนเป็นประจำว่า

‘เดินดีๆ นะ ตาดูตีนเอาไว้มั่ง!’

ผมชอบวิ่งซุกซนตามประสาเด็ก เคยหกล้มหกลุกในท้องนา แม่ถึงดุบ่อยๆ ให้ระวังตัว ตาดูตีน…เดี๋ยวจะสะดุดหัวขี้แต้ หรือดินตะปุ่มตะป่ำกลางนา แต่ผมฟังคำว่า ‘หัวขี้แต้’ ครั้งใดเป็นได้ยินว่า’หัวขี้แส้’ ทุกครั้งไป

เหมือนได้ยินเขาเรียก ‘หัวคันนา’ เป็น ‘หัวอันนา’ ทุกทีนั่นแหละครับ

เราสองคนน้าหลานเดินไปใกล้ทางเข้าบ้านหมอที่ริมน้ำแล้ว ดวงอาทิตย์เพิ่งจะลับทิวไม้ไปได้ไม่นาน แต่ดูมืดสลัวรวดเร็ว ลมพัดโชยเย็นวูบจนขนลุก ยอดไม้ส่งเสียงซู่ซ่าจนผมอดเหลียวหน้าเหลียวหลังไม่ได้

น้าสำอางถามว่ากลัวอะไรไอ้หนู? มากะน้ายังจะกลัวผีรึเอ็ง?

ปัดโธ่! ผู้ใหญ่จะมากันผีเป็นไม้กันหมาได้ยังไงล่ะครับ จริงมั้ย? ก็แค่ช่วยอุ่นใจขึ้นหน่อยเท่านั้นแหละ

หมอนะหมอ! กลางวี่กลางวันก็ไม่ยอมรักษาหรอก ต้องเย็นๆ ค่ำๆ นั่นแหละถึงจะลงมือได้…เขายิ่งลือกันว่ามีผีพม่าตายในทุ่งแถวนี้นับสิบนับร้อย มีคนเที่ยวขุดหาสมบัติแต่ดันผ่าได้แต่กระดูกผีบ่อยๆ ซะด้วย

‘โบร๋ววว…’ เสียงหมาเจ้ากรรมหอนขึ้นมาดื้อๆ เล่นเอาผมชะงักตีนเข้าไปเบียดน้าสำอาง แต่แกหัวเราะปลอบใจ บอกว่าไอ้หนูไม่ต้องกลัว กลับบ้านน้าจะให้ตังค์กินขนม

เฮ้อ…ค่อยยังชั่วหน่อย แม้หมูหมาจะหอนเยือกเย็นจับใจก็เถอะ…ผมเดินไปจนถึงทางเข้าบ้านหมอ เหลือบไปเห็นจอมปลวกข้างหัวคันนาเข้าพอดี!

เคยเห็นมานับครั้งไม่ถ้วนก็จริง แต่คราวนี้ดูมันผิดหูผิดตายังไงชอบกล ก่อนนั้นมีจอมเดียวเท่านั้นนี่นา แต่ทำไมวันนี้ดันมีสองจอมล่ะ? แถมตั้งคู่กันโดดเด่นแม้จะดูตะคุ่มๆ ก็เถอะเอ้า! ดูๆ แล้วยิ่งทำให้น่ากลัวขึ้นอีก พะเรอ

น้าสำอางถามว่าหยุดทำไมล่ะไอ้หนู?

ผมบอกเสียงสั่นๆ ว่าก็จอมปลวกนั่นน่ะซี มันมีสองอัน น้าแกกลับดุว่าชอบพูดเล่นเรื่อยเปื่อย นั่นคนสองคนเขายืนคู่กันต่างหากล่ะ! ผมหันไปดูก็ร้องจ้า กระโจนพรวดไม่คิดชีวิต มีน้าสำอางตามมาติดๆ เราหกล้มหกลุกเพราะตาไม่ได้ดูตีน สะดุดหัวขี้แต้จนล้มลุกคลุกคลานไปตามๆ กัน

ต้องยอมรับว่าเราจะโดนผีหลอกหรือเปล่าผมไม่กล้ายืนยันจริงๆ ครับ

แต่ที่แน่ๆ คือเราวิ่งกลับมาหอกแฮกๆ แทบจะขาดใจที่หน้าบ้านผมเอง…พรุ่งนี้ใครจะพาน้าสำอางไปหาหมอก็ตามใจ แต่ผมเองน่ะ สาบานว่าจะไม่ยอมย่างกรายไปแถวนั้นตอนค่ำคืนอีกแน่นอน! บรื๋อออ….

บทความก่อนหน้านี้ชนสยองขาด 2 ท่อน!กระบะวีโก้เสยจยย.อัดก๊อปปี้เสาไฟฟ้าหนุ่มดับ 2 ศพ
บทความถัดไปเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด