EDUCAปี12ปักหมุด‘ชุมชนเรียนรู้’ สร้างโรงเรียนตอบโจทย์โลกอนาคต

EDUCAปี12ปักหมุด‘ชุมชนเรียนรู้’สร้างโรงเรียนตอบโจทย์โลกอนาคต

EDUCAปี12ปักหมุด‘ชุมชนเรียนรู้’

สร้างโรงเรียนตอบโจทย์โลกอนาคต

EDUCAปี12ปักหมุด‘ชุมชนเรียนรู้’สร้างโรงเรียนตอบโจทย์โลกอนาคต – นับเป็นปีที่ 12 แล้วของการจัดงาน มหกรรมทางการศึกษาเพื่อพัฒนาวิชาชีพครู (EDUCA) ซึ่งสามารถยืนยันได้เป็นอย่างดีถึงการตอบรับจากครูทั่วประเทศอย่างล้นหลาม โดยปีนี้มีครูเข้าร่วมงาน EDUCA 2019 กว่า 7,000 คน คิดเป็นเกือบ 30,000 ที่นั่ง ที่มาอัพเดตองค์ความรู้และเทรนด์การศึกษาใหม่ๆ ของไทยและนานาชาติ พร้อมทั้งเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการทำเวิร์กช็อปที่สามารถนำไปต่อ ยอดและประยุกต์ใช้ในห้องเรียนได้

EDUCAปี12ปักหมุด‘ชุมชนเรียนรู้’สร้างโรงเรียนตอบโจทย์โลกอนาคต
ศีลชัย เกียรติภาพันธ์

ในฐานะผู้จัดงาน มหกรรมทางการศึกษาเพื่อพัฒนาวิชาชีพครู (EDUCA) โดย นายศีลชัย เกียรติภาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การดำเนินงาน EDUCA เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของบริษัท ที่ต้องการช่วยการศึกษาของประเทศ เป็นการรวมพลังของผู้คนที่ใส่ใจเรื่องนี้ มีเอกชนเป็นผู้นำและมุ่งหวังเพื่อพัฒนาวิชาชีพครูให้ดีขึ้น โดยนำความเชี่ยวชาญในเรื่องการสื่อสาร มาสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพครู ไม่เพียงแต่พันธมิตรในไทยเท่านั้น แต่ยังมีพันธมิตรจากต่างประเทศมาร่วมขับเคลื่อนการศึกษาด้วย เห็นได้จากการประชุมนานาชาติเรื่องโรงเรียนในฐานะชุมชนแห่งการเรียนรู้ (SLC: School as Learning Community) ที่มาจัดในงาน EDUCA นั้นก็เป็นแนวคิดที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างคุณภาพการศึกษาได้ในระยะยาว”

EDUCAปี12ปักหมุด‘ชุมชนเรียนรู้’สร้างโรงเรียนตอบโจทย์โลกอนาคต
ศาสตราจารย์มานาบุ ซาโต

ศาสตราจารย์มานาบุ ซาโต ประธานเครือข่ายนานาชาติ โรงเรียนในฐานะชุมชนแห่งการเรียนรู้ (The International Network for School as Learning Community) ให้ข้อมูลว่า โรงเรียนแนวคิด SLC เกี่ยวข้องกับปรัชญาทางการศึกษา 3 ด้าน ได้แก่ ปรัชญาความเป็นส่วนรวมและสาธารณะ เป็นเรื่องการเปิดเผยห้องเรียนให้เป็นพื้นที่ในการเรียนรู้ของทุกคน, ปรัชญาประชาธิปไตย เคารพในความหลากหลายของปัจเจกบุคคล และไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง, ปรัชญาความเป็นเลิศ ส่งเสริมให้เด็กได้รับการเรียนรู้ที่ดี และได้รับการพัฒนาศักยภาพตามความเก่งในแบบของตัวเอง โดยโรงเรียนแนวคิด SLC ไม่มีสูตรและเทคนิคตายตัว แต่เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างการเรียนรู้ ด้วยความตระหนักถึงสิทธิมนุษยชนของครู เด็ก และ ผู้ปกครอง ซึ่งทุกคนมีความสัมพันธ์ที่เท่าเทียมกัน

EDUCAปี12ปักหมุด‘ชุมชนเรียนรู้’สร้างโรงเรียนตอบโจทย์โลกอนาคต
บรรยากาศภายในงาน

สำหรับธีมงานของการประชุมนานาชาติ SLC ปีนี้คือ การสืบสอบและความร่วมมือรวมพลังโรงเรียนในฐานะชุมชนแห่งการเรียนรู้ทั้งในห้องเรียนและห้องทำงานของครู ขณะที่ในห้องเรียน เด็กทุกคนมีปฏิสัมพันธ์การเรียนรู้ผ่านครูที่มี Jumping Task หรือออกแบบและมอบหมายงานที่มีความท้าทายให้กับเด็ก เพื่อให้พวกเขาเกิดการเรียนรู้อย่างก้าวกระโดด

EDUCAปี12ปักหมุด‘ชุมชนเรียนรู้’สร้างโรงเรียนตอบโจทย์โลกอนาคต
รศ.คริสทีน อิ๊ง ลี

ด้าน รองศาสตราจารย์คริสทีน คิม อิ๊ง ลี จากสถาบันครุศึกษาแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง ประเทศสิงคโปร์ ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Jumping Task ว่า เป็นโจทย์สำคัญของครูในการออกแบบงานที่ทำให้เด็กเกิดความร่วมมือกันในการสืบสอบและเรียนรู้ โดยต้องเป็นบทเรียนที่เป็นพลวัต เพื่อให้เด็กเกิดการรับฟังและสะท้อนข้อมูลระหว่างกันผ่านการสนทนา ซึ่งการร่วมกันทำงานเป็นกลุ่มจะกระตุ้นให้เด็กฝึกคิดและเรียนรู้ได้มากกว่า อีกทั้งเมื่อมีการช่วยเหลือกัน ก็ส่งผลให้ผลงานที่ออกมามีคุณภาพสูงตามไปด้วย อย่างไรก็ดี ครูต้องสร้างบรรยากาศที่ไว้วางใจกันในห้องเรียน เพราะความเชื่อเป็นตัวขับเคลื่อนพฤติกรรม หากเด็กๆ เกิดความเชื่อใจกันก็จะมีความรับผิดชอบต่อการทำงานร่วมกับผู้อื่น

EDUCAปี12ปักหมุด‘ชุมชนเรียนรู้’สร้างโรงเรียนตอบโจทย์โลกอนาคต

ในระหว่างการเรียนการสอน อาจให้ครูจากรายวิชาอื่นมาร่วมสังเกตการณ์ห้องเรียน แล้วสะท้อนกลับไปยังครูประจำวิชานั้นๆ ว่าการสอนของเขาเป็นอย่างไร เด็กมีพฤติกรรมอย่างไรบ้าง ซึ่งจะนำไปสู่การปรับแผนการสอนที่เหมาะสมกับการเรียนรู้ของเด็ก โดยการเข้าร่วมสังเกตการณ์ยังทำให้ครูเกิดความเข้าใจเด็กในมิติต่างๆ มากยิ่งขึ้น นำไปสู่ความตั้งใจในการสร้างความรู้เชิงลึกแก่นักเรียน

รองศาสตราจารย์คริสทีน คิม อิ๊ง ลี ได้ยกตัวอย่างถึงการออกแบบกิจกรรมการสืบสอบและความร่วมมือ รวมพลังของโรงเรียนในประเทศสิงคโปร์ว่า เดิมการทดลองในวิชาวิทยาศาสตร์นั้นครูจะบอกนักเรียนอย่างชัดเจนและเป็นขั้นตอนว่าต้องทำอย่างไรบ้าง แต่ตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นครูให้เพียงวัสดุกับนักเรียน แล้วให้เด็กตัดสินใจเองว่าจะทำการทดลองอะไร ถือว่าเป็นการกระตุ้นให้พวกเขาได้วิเคราะห์ พัฒนาแนวคิดใหม่ๆ ในการเรียนรู้ และเกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนร่วมชั้นและครูอย่างใกล้ชิด

ประเทศสิงคโปร์เชื่อว่าครูเป็นหัวใจของการปฏิรูปการศึกษา จึงลงทุนเรื่องครูมาก เพราะมองว่าระบบการศึกษาใดก็ตามไม่สามารถดีได้หากคุณภาพครูไม่ดี โดยสิ่งสำคัญของเรื่องนี้คือการสังเกตการณ์ และการพูดคุยระหว่างครู ซึ่งมีพลังมากในการเสริมคุณภาพของครูให้สามารถออกแบบหรือปรับปรุงบทเรียนได้เป็นอย่างดี ทำให้นักเรียนได้รับการพัฒนาและมีศักยภาพสูงตามไปด้วย

บทความก่อนหน้านี้โอกาสที่ขาดหายของเด็กชายขอบ
บทความถัดไปด่วน! จับแล้ว 2 มือปืนยิง แฟนบอลท่าเรือ วัย17ดับกลางตลาด เผยชนวนแค้น