Khaosod
Online

วันอาทิตย์ ที่ 9 ส.ค. 2563

เป็นแม่ไม่ง่าย โดย...ขึ้นหนึ่งค่ำ - ตอนของจำเป็น

1 ส.ค. 2563 - 06:58 น.

เป็นแม่ไม่ง่าย - “พอรู้ว่าลูกสาว มหกรรมกระหน่ำซื้อของก็เริ่มขึ้น เครื่องหัว เสื้อผ้าจัดเต็ม”

เรากับแฟนคบกันมานาน สิบสองปี ด้วยความที่เป็นคนบ้างานทั้งคู่ เลยไม่ได้คิดเรื่องแต่งงานสักที จนครอบครัวก็เริ่มถาม ญาติพี่น้องคนอื่นก็ถามว่าเมื่อไหร่จะแต่ง จริงๆเรื่องนี้เรากับแฟนไม่ค่อยซีเรียส เพราะคบกันแบบนี้ก็มีความสุขดีอยู่แล้ว คนถามเขาก็ไม่ได้มามีอิทธิพลอะไรกับเราสองคนมากขนาดนั้น

จนกระทั่งทางพ่อแม่ของแฟนเขามาทักว่า ตอนนี้อายุเริ่มเยอะขึ้นแล้ว ถ้าคิดว่าอยากมีลูกกัน ควรจะวางแผนได้แล้ว เราเลยมาสะดุด เพราะตอนนั้นเราก็อายุ 37 แล้วถ้าสำหรับการตั้งท้องน่าจะเรียกว่าอายุเริ่มมาก ความเสี่ยงจะเยอะ หันไปมองดูรอบๆตัว เพื่อนที่อยู่ในวัยเดียวกันก็ลูกสองลูกสาม บางคนลูกเข้า ม.ปลายไปแล้ว

พอเราคุยกับแฟนเรื่องนี้ แฟนก็เหมือนอึ้งไป เขาเองก็อยากมีลูก แต่พากันทำงานเพลินจนลืมนึกถึงอายุเราที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ตอนนั้นก็เลยตกลงกันว่า งั้นก็แต่งเถอะ จัดงานเรียบๆง่ายๆ มีแค่ญาติสนิทเพื่อนสนิท เพราะไม่อยากให้สิ้นเปลืองและก็ตั้งใจว่าเงินเก็บที่ช่วยกันเก็บมาอยากเอามาไว้เป็นค่าใช้จ่ายเรื่องลูกมากกว่า


เราว่าเราโชคดีมาก บางคนอยากมีลูกรอนานมากยังไม่ได้ แต่ของเราพอปล่อยได้สี่เดือนก็ท้องเลย ดีใจกันมาก ตอนขึ้นสองขีด เฮกันทั้งบ้าน ไปฝากท้องที่รพ. ว่าที่ปู่ ยา ตา ยาย พากันแห่ตามไปหมด ตลกมาก ทุกคนเห่อหลาน ตอนนั้นหมอบอกว่าท้องได้ 8 วีคแล้ว และครรภ์ไม่มีปัญหาอะไร ก็มีแจ้งความเสี่ยงต่างๆเรื่องที่เราตั้งท้องอายุมาก(เกิน 35) อาจต้องมีเจาะน้ำคร่ำ ตรวจดูความผิดปกติทางพันธุ์กรรมและติดตามอย่างใกล้ชิดว่ามีอาการยังไงบ้างตลอดครรภ์

ตอนท้องอ่อนก็ไม่มีแพ้ท้อง ไม่มีอาการอะไรบ่งบอกเลยนอกจากหน้าท้องนูนขึ้นไม่มาก ที่เขาว่าจะเหม็นนั่นนี่ อ่อนเพลีย ง่วง อารมณ์แปรปรวน ไม่มีสักอย่างเราว่าอาจจะเกี่ยวกับที่เราออกกำลังกายเป็นประจำด้วยก็ได้ อาหารบำรุงไม่ต้องพูดถึง จัดเต็มมาทั้งสองบ้าน เน้นโปรตีน ผักผลไม้ เลี่ยงแป้ง น้ำตาล ลูกก็เติบโตในท้องปกติดี

พ่อเขาเห่อลูกมาก เตรียมห้องเด็กเอาไว้เลยห้องนึง ปูแผ่นรองคลานเต็มห้อง อย่างดีสวยงาม แล้วความที่ ปู่ ย่า ตา ยาย ยังอยู่กันครบ และทุกคนรอหลานมานาน และทุกคนดื้อมากด้วย ต่างคนต่างก็พากันซื้อของเตรียมให้หลานตั้งแต่แรกเลย พวกของใช้เด็ก สบู่ แชมพู โลชั่น ฟองน้ำ กะละมัง เก้าอี้อาบน้ำ เครื่องปั๊มนม ขวดนม ครีมทากันผื่น ผ้าอ้อม ผ้าขนหนู เปลเด็ก คอกเด็ก มาเต็ม บางอย่างก็ซ้ำกัน ห้องลูกเรามีทั้งเบาะนอน เตียงเด็ก เปลแบบไกว เปลอัตโนมัติ เตียงวินเทจ ทีแรกเรากับแฟนก็ขำกัน หลังๆพอเริ่มมีรถเข็นเด็กมาสี่ห้าคัน คาร์ซีทสาม ก็เริ่มไม่ค่อยขำละ คือคนซื้อเขาก็บอก เออฟังก์ชั่นมันต่างกันนะ คันนี้เบาเคลื่อนย้ายง่าย เอาขึ้นรถสะดวกกว่า คันนี้นิ่ม แข็งแรงทนทาน คันนี้นั่งแล้วลมถ่ายเทดีลูกจะได้ไม่ร้อนเอาไว้ใช้หน้าร้อน จะไม่เอาก็ไม่ได้ซื้อมาแล้ว ก็ต้องรับไว้หมดจนเต็มห้องแทบไม่มีที่เดิน บ่นก็งอนกันอีก


อันนั้นแค่เริ่มต้น หลังจากเดือนที่ห้า ที่รู้เพศลูกแล้วว่าเป็นลูกสาว มหกรรมกระหน่ำซื้อของก็เริ่มขึ้น จัดเต็มทั้งเครื่องหัว คาดผม โบว์ กิ๊ฟ ดอกไม้ มงกุฎ เหมือนไปเหมามาทั้งสำเพ็ง แบบเดียวกันมีครบแปดสี เสื้อเด็กทารก มีชุดนอนแบบหุ้มเท้า ไม่หุ้มเท้า ถุงมือ ถุงเท้า ผ้าอ้อมมาเพิ่มอีกจะเป็นร้อยผืน ชุดกระโปรงทารก ชุดเอี๊ยม ชุดแฟชั่น ผ้ากันเปื้อน เยอะมาก

แพ็กเกจถ่ายรูปทารกก็ซื้อ ของเล่นทารกอีกเป็นลัง ทยอยมาวันละสามสี่ชิ้น คือก็เข้าใจว่าเห่อหลาน แต่ขนาดนี้มันเกือบจะเปิดร้านขายของเด็กได้แล้ว เราเริ่มเซ็ง แต่แฟนก็พยายามเอาใจ บอก เออ เขามีหลานกันคนเดียวก็เห่อธรรมดา ค่อยมาจัดการทีหลัง รักษาน้ำใจเขาก่อน


ช่วงท้ายๆ เราเป็นเบาหวานระหว่างท้อง ทำให้ลูกตัวโตมาก ต้องผ่าคลอด น้ำหนัก 4100 กรัม นอนตู้ไปสัปดาห์นึงก็กลับบ้านได้ พอมาถึงบ้านปรากฏว่า เสื้อผ้าทารกที่ปู่ ย่า ตา ยาย ซื้อกันมา ตอนนี้เล็กไป ใส่ไม่ได้ซะครึ่งนึง

เพราะเขาซื้อมาไซส์เด็กปกติ ลูกเราอ้วนตัวโตนำชุดไปแล้ว ถุงมือ ถุงเท้าก็ไม่ได้ใส่ รองเท้าทารกก็งงมากเพราะลูกยังไม่ได้เดิน เลยเอาไว้ใส่ถ่ายรูปเฉยๆ ชุดสวยๆส่วนใหญ่ไม่ได้ใส่เลย หรือแค่ใส่ถ่ายรูปครั้งเดียวแล้วถอดเก็บ เพราะลูกใส่แล้วไม่สบายตัว ใส่แต่ชุดผ้าฝ้ายเรียบๆนอน


เวลานอนลูกติดแม่มาก ร้อง แล้วกินนมเต้าตลอด เลยเอามานอนด้วยกันที่ห้องนอนใหญ่ ไปไหนก็ต้องติดตัวตลอดเลยใช้เป้อุ้ม สรุปห้าเดือนผ่านไป ห้องเด็กที่แฟนเตรียมไว้กลายเป็นคลังสินค้าเด็กอ่อน เปล เตียงเด็ก รถเข็น ไม่ได้ใช้เลย เราว่าจะทยอยขายระบายของไปบ้าง จะได้เคลียร์ห้องไว้ให้ลูกในอนาคต แฟนก็บอกว่า เอาชิ้นเล็กๆก่อนแล้วกัน ชิ้นโตๆเดี๋ยวผู้ใหญ่เขาจำได้ ทักขึ้นมาจะงอนกันอีก

จริงๆ แล้วการที่มีคนมารุมรักลูก อยากซื้อนั่นนี่ให้ มันก็ดีนะคะ แต่ถ้าเป็นไปได้เราว่าคุยวางแผนกันก่อนว่าอะไรจำเป็นไม่จำเป็น และควรซื้อแค่ไหน ถึงเวลาที่ต้องใช้จริงๆก็จะได้ไม่ต้องมากองทิ้งแบบบ้านเราค่ะ

คุณแม่ท่านหนึ่ง กรุงเทพมหานคร
ที่มาภาพ Pixabay

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line


ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ เป็นแม่ไม่ง่าย โดย...ขึ้นหนึ่งค่ำ - ตอนของจำเป็น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง