วิถีแห่งอำนาจโลซก : ปราบหองจอ ตามยุทธศาสตร์ (14)

“เสถียร จันทิมาธร”

สามก๊กสำนวน เจ้าพระยาพระคลัง(หน) บรรยายว่า แลเมื่อครั้งพระเจ้าเหี้ยนเต้เสวยราชสมบัติได้ 7 ปี นั้น โจโฉจัดแจงทหารไปตีเมืองอ้วนเสี้ยว จึงได้มีหนังสือไปถึงซุนกวนมีใจความว่า

“ให้ส่งบุตรมาถวายพระเจ้าเหี้ยนเต้ให้ทำราชการในเมืองหลวงเป็นความชอบ”

นั่นก็ตรงกับสามก๊กสำนวน วรรณไว พัธโนทัย ที่ว่า ในปีที่ 7 ศักราชเจี้ยนอัน เมื่อ โจโฉกำจัดอ้วนเสี้ยวได้แล้วแต่งทูตไปหาซุนกวนที่กังตั๋ง

ให้ซุนกวนส่งบุตรเข้ามารับราชการอยู่ในพระเจ้าเหี้ยนเต้

ซุนกวนลังเลใจไม่รู้จะทำอย่างไร นางงอฮูหยิน มารดาของซุนกวน จึงให้หาเตียวเจียวกับจิวยี่มาปรึกษา

เตียวเจียวกล่าวว่า “ซึ่งโจโฉอยากให้เราส่งบุตรไปรับราชการอยู่ในพระเจ้าเหี้ยนเต้ นั้นเป็นวิธีผูกมัดฝ่ายเราให้อยู่กับโจโฉตลอดไป ถ้าเราไม่ยอมส่ง โจโฉคงจะยกทัพมาปราบเรา ซึ่งคงจะเป็นเรื่องใหญ่ไม่เบาเลย”

จิวยี่พูดกับซุนกวนว่า “อันตัวท่านว่าการบ้านเมืองสืบต่อจากบิดาและพี่ชายมีหัวเมืองใหญ่ขึ้นถึง 6 หัวเมือง ทหารดีมีฝีมือก็มาก เสบียงอาหารก็สมบูรณ์มั่งคั่ง เหล่าทหารก็มีระเบียบวินัยเยี่ยม เหตุไฉนจึงจะต้องส่งบุตรไปเป็นตัวจำนำด้วยเล่า แม้นว่าท่านส่งบุตรไปแล้ว จะไม่ร่วมกับโจโฉย่อมไม่ได้ โจโฉมีคำสั่งอันใดมาท่านก็ต้องปฏิบัติตาม เราจะต้องถูกผูกมัดไว้ด้วยประการฉะนี้

ข้าพเจ้าจึงคิดว่าเราอย่าส่งไปดีกว่า คอยดูเหตุการณ์แล้วสู้กันไปจนกว่าจะสิ้นความคิดเถิด”

นางงอฮูหยินกล่าวว่า “ท่านจิวยี่พูดถูกแล้ว”

ซุนกวนเห็นชอบด้วยจิวยี่ จึงออกไปแสดงความขอบคุณทูตของโจโฉ และไม่ยอมส่งบุตรไปให้ นับแต่นั้น โจโฉก็หมายมั่นจะกำจัดกังตั๋งเสียให้จงได้ แต่เนื่องจากกองทัพฝ่ายเหนือก่อการกำเริบขึ้น จึงยังไม่สามารถยกลงมาตีเมืองทางใต้ในปกครองของซุนกวนได้

ท่าทีของโจโฉเช่นนี้ยิ่งทำให้ “นโยบายบนยี่ภู่” หรือ “หลี่ฉวนจิน” เรียกว่า “แผนการบนตั่ง” ตามสำนวนแปลของ ถาวร สิกขโกศล อันนำเสนอโดยโลซกทรงความหมายมากยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “บทวิเคราะห์” ที่ว่า “การซึ่งเราคิดจะกำจัดโจโฉในขณะนี้นั้นยังทำไม่ได้ ท่านควรจะบำรุงรักษาฐานะของท่านไว้ให้มั่นคง และถือโอกาสในขณะที่ทางด้านเหนือของเรากำลังวุ่นวายยกทัพไปกำจัดหองจอกับเล่าเปียวเสียก่อน ท่านก็จะเป็นใหญ่ตลอดลำน้ำนี้”

สามก๊กสำนวน วรรณไว พัธโนทัย ว่า ครั้นถึงเดือน 11 ปีที่ 8 ศักราชเจี้ยนอัน ซุนกวนยกทัพเรือไปตี หองจอ รบพุ่งกันที่แม่น้ำต้าเจียงเป็นสามารถ หองจอแตกพ่าย เล่งโฉทหารของซุนกวนลงเรือเร็วไล่ติดตามไปถึงปากคลองเข้าเมืองกังเฮ ถูกเกาทัณฑ์ของกำเหลงทหารของหองจอถึงแก่ชีวิต

ซุนกวนเห็นทิศทางลมไม่เอื้อแก่ฝ่ายตนจึงเลิกทัพกลับเมืองต๋องง่อ

นับแต่พวกโจรก่อความไม่สงบขึ้นทางภาคตะวันออกของแคว้นง่อและถูกปราบราบคาบไปแล้วนั้น ซุนกวนยังมีเรือรบอยู่ในแม่น้ำแยงซีเกียงกว่า 7,000 ลำ

จึงตั้งให้จิวยี่เป็นแม่ทัพเรือมีอำนาจควบคุมรักษาน่านน้ำโดยสิทธิ์ขาด

ครั้นถึงเดือน 10 ปีที่ 12 ศักราชเจี้ยนอัน เข้าฤดูหนาว นางงอฮูหยิน มารดาของซุนกวนเจ็บหนัก ให้หาจิวยี่กับเตียวเจียวเข้ามาแล้วสั่งเสีย

“เมื่อจะคลอดซุนเซกลูกคนโต ข้าพเจ้าฝันเห็นพระจันทร์อยู่ในท้อง ต่อมาจะคลอด ซุนกวนก็ฝันเห็นพระอาทิตย์อยู่ในท้อง ผู้ที่ฝันเห็นดวงจันทร์แลดวงอาทิตย์อยู่ในท้องนั้น ลูกจะได้เป็นใหญ่มีอำนาจวาสนา แต่เคราะห์ร้ายซุนเซกตายเร็วเกินไป ทุกวันนี้การบ้านเมืองในกังตั๋งอยู่ในอำนาจของซุนกวน ขอท่านเอาใจใส่ช่วยเหลือการบ้านเมืองแก่ซุนกวนด้วย ข้าพเจ้าตายก็จะนอนตาหลับ”

แล้วสั่งเสียซุนกวนว่า “เจ้าจะทำการใดจงถือจิวยี่กับเตียวเจียวเป็นอาจารย์ อย่ากระทำการโดยอำเภอน้ำใจคนเดียว อนึ่ง ตัวแม่กับน้องสาวเป็นเมียพ่อเจ้าทั้ง 2 น้องแม่ก็เท่ากับเป็นแม่ของเจ้าด้วย เมื่อแม่ตายแล้ว เจ้าจงดูแลรักษาน้องสาวของแม่เหมือนแม่ ส่วนน้องสาวของพ่อเจ้านั้น ก็จงตั้งใจเลี้ยงดูคุ้มครองให้จงดี เมื่อจะให้แต่งงานออกเรือนไปจงเลือกหาคนดีให้แก่นางเถิด”

สั่งเสียความแล้วนางงอฮูหยินก็สิ้นใจ ซุนกวนร่ำไห้อาลัยรักเป็นอย่างยิ่ง แล้วแต่งพิธีศพอย่างสมเกียรติของนางผู้เป็นแม่

ครั้นถึงฤดูใบไม้ผลิ ซุนกวนเรียกขุนนางที่ปรึกษามาหารือพร้อมกับจะยกทัพไปปราบ หองจอ เจ้าเมืองกังแฮ เตียวเจียวท้วงว่า “ไว้ทุกข์ยังไม่ทันข้ามปีหาควรจะเคลื่อนทัพไม่”

จิวยี่พูดว่า “จะล้างแค้นศัตรูทั้งที ต้องคอยวันเวลาด้วยหรือ”

ซุนกวนลังเลไม่กล้าตัดสินใจในเบื้องต้น

แต่ในที่สุดซุนกวนก็ตั้งจิวยี่เป็นนายทัพใหญ่ บังคับบัญชาทั้งทัพบกทัพเรือ ส่วนซุนกวนคุมทัพใหญ่ 10 หมื่นยาตราทัพไปปราบหองจอ

บทความก่อนหน้านี้แรงงานโคราชคึกคัก แห่สมัครงานหลังรัฐขึ้นค่าแรง ฝั่งเจ้าของกิจการแบกภาระไม่ไหวทยอยปลดลูกจ้าง
บทความถัดไปคอลัมน์ หลอน : หนูแดง