รำลึก 148 ปีมรณกาลสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) : คอลัมน์ อริยะโลกที่ 6

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

รำลึก 148 ปี – วันจันทร์ที่ 22 มิ.ย.2563 น้อมรำลึกครบ 148 ปี มรณกาล “สมเด็จ พระพุฒาจารย์” (โต พรหมรังสี) เคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ในสมัยรัชกาลที่ 4-5

เป็นพระสงฆ์ที่คนรู้จักมากที่สุด พระชินบัญชรคาถา เป็นบทสวดภาวนาที่ได้รับความศรัทธาสูงสุด แต่ละบทกล่าวสรรเสริญ และอัญเชิญพระบารมีแห่งพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ตลอดทั้งพระอรหันสาวกทั้งหลาย เพื่อการปกป้องคุ้มครองรักษาผู้สวด

ถือกำเนิดเมื่ิอวันพฤหัสบดีที่ 17 เม.ย. 2331 ตรงกับวันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 5 ปีวอก จุลศักราช 1150 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

บิดาไม่ปรากฏนาม มารดาชื่อ “เกศร์” หรือ “เกตุ” บางตำราว่าชื่อ “นางงุด” ดั้งเดิมเป็นชาวอุตรดิตถ์ ก่อนย้ายมาให้กำเนิดท่านที่บ้าน ต.ไก่จ้น อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา บรรพชาที่วัดอินทรวิหาร พระบวรวิริยเถระ (อยู่) เจ้าอาวาสวัดสังเวชวิศยาราม (วัดบางลำพูบน) เป็นพระอุปัชฌาย์ และอุปสมบท ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นนาคหลวง สมเด็จพระสังฆราช (สุก) วัดมหาธาตุฯ เป็นพระอุปัชฌาย์

การศึกษาพระปริยัติธรรม เล่าเรียนจากสำนักสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (นาค) วัดระฆังฯ และได้เรียนต่อกับสมเด็จพระสังฆราช (สุก) วัดมหาธาตุฯ นอกจากนี้แล้วไม่มีบันทึกไว้ชัดเจน

เป็นสามเณร มักได้รับคำชมเชยว่ามีความทรงจำดีเยี่ยม มีปฏิภาณเป็นยอดยิ่ง เมื่อเป็นพระภิกษุเต็มตัว ยิ่งทรงคุณ ทรงความรู้ ทรงภูมิธรรม มีสติปัญญาฉลาดหลักแหลม ฉลาดแตกฉานในวิทยาการต่างๆ วิปัสสนาธุระ คันถธุระ และหรือคุณวุฒิเด่นๆ อย่าง โหราศาสตร์ ไสยศาสตร์ ล้วนเป็นเลิศ

สร้างอะไรใหญ่โตไว้เพื่อให้สมกับนาม งานประติมากรรมที่เป็นอนุสรณ์รู้จักกันดี อาทิ พระพุทธรูปปางไสยาสน์ วัดสะตือ จ.พระนครศรีอยุธยา อนุสรณ์ว่าท่านได้เกิดที่นั่น, พระพุทธรูปยืน วัดอินทรวิหาร กทม. อนุสรณ์ว่ามาหัดเดินและเติบโต, พระเจดีย์นอน วัดลครทำ กรุงเทพฯ สร้างขึ้นเพื่อให้เป็นพระธรรมเจดีย์บรรจุพระธรรม, พระพุทธรูปนั่ง วัดพิตเพียน จ.พระนครศรีอยุธยา, พระพุทธรูปยืน วัดกลางคลองข่อย ฯลฯ

นอกจากจริยาวัตรสมถะอันโดดเด่นแล้ว ยังทรงคุณทางด้านวิทยาคม โดยเฉพาะวัตถุมงคล “พระสมเด็จ” ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชา ถูกจัดเข้าในพระเครื่องเบญจภาคี หรือสุดยอดของพระเครื่องวัตถุมงคล 1 ใน 5 ของไทย ยังปรากฏเกียรติคุณความเป็นพระนักเทศน์ระดับชั้นธรรมกถึก ในอดีตพระเถระผู้ใหญ่ระดับชั้นพระราชาคณะ ต้องผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้าสวดฉันจังหัน และแสดงธรรมเทศนาในพระบรมมหาราชวัง โดยมีในหลวงทรงเป็นประธาน

เทศน์กัณฑ์มัทรีได้ไพเราะจนพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ โปรดเกล้าฯ ให้เป็นนาคหลวง และรัชกาลที่ 2 พระราชทานเรือ กราบกัญญา หลังคากระแชง ซึ่งเป็นเรือทรงในพระองค์เจ้าให้ไว้ใช้ในกิจส่วนตัว

รัชกาลที่ 4 ก็ทรงโปรดการเทศน์ของสมเด็จฯ เป็นอย่างมาก ตรัสว่า “ถ้าไม่ได้เห็นขรัวโตหลายๆ วันครั้งใดรู้สึกเหงาๆ ได้สนทนากับขรัวโตแล้วสบายใจดี”

รัชกาลที่ 4 ทรงแต่งตั้งให้ท่านเป็นพระราชาคณะที่ พระธรรมกิตติ

ถัดมา 2 ปี ทรงสถาปนาให้เป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์รูปที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์สืบแทนสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สน) วัดสระเกศ ในปีที่ 5 แห่งแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จฯ ไปดูการก่อสร้างพระโต วัดบางขุนพรหมใน อาพาธและถึงแก่มรณภาพ ตรงกับวันที่ 22 มิ.ย.2415

สิริอายุ 85 ปี พรรษา 65

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน