Khaosod
Online

วันจันทร์ ที่ 28 ก.ย. 2563

โหรเตือนศก.-การเมืองครึ่งปีหลัง

4 ก.ค. 2563 - 23:00 น.

โหรเตือนศก.-การเมืองครึ่งปีหลัง

โหรเตือนศก.-การเมืองครึ่งปีหลัง - สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มซา แต่ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องกลับรุนแรง และมีแนวโน้มลากยาว ซึ่งเป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์
ส่วนหลักโหราศาสตร์ เทียบสถิติจากการโคจรของดวงดาว เศรษฐกิจและการเมืองครึ่งปีหลังมีทิศทางอย่างไร มีคำตอบจากโหราจารย์ ดังนี้

ภิญโญ พงศ์เจริญ

นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ

ภาพรวมครึ่งปีหลังจากนี้ ดาวมฤตยูโคจรอยู่ตรงราศีเมษ เป็นดาวที่แสดงถึงภัยอาเพศ ทับลักขณาของดวงเมือง ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง มีการปฏิรูป ส่วนใหญ่ส่งผลร้าย มักนำความยุ่งยากสู่บ้านเมือง และมีการปฏิบัติการนอกรูปแบบ นอกกฎหมาย เกิดความแตกแยก อาจหมายถึงการเกิดกบฏ จนเกิดปัญหาวุ่นวาย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิถีทางของรัฐสภาจะไม่ราบรื่น ประกอบกับมีดาวอังคารโคจรอยู่ราศีมีน เกิดความวุ่นวาย อาชญากรรมแปลกๆ โดยดาวมฤตยูนี้จะอยู่ไปอีก 2 ปี ซ้ำดาวพระศุกร์โคจรถอยหลัง เป็นเรื่องการเงินการคลัง รัฐจะมีปัญหาเรื่องงบประมาณ เงินทอง มีการใช้จ่ายสิ้นเปลือง เกิดประโยชน์บ้างไม่เกิดบ้าง รายได้ตกต่ำแต่รายจ่ายสูงลิบลิ่ว จนเมื่อดาวพระศุกร์เริ่มเดินหน้า การเงินถึงจะคลี่คลาย

แต่ปีนี้น่าสังเกตว่าพระศุกร์สวนทางราหู จะมีปัญหาเรื่องของศิลปะ ดนตรี ดารานักร้อง นักแสดง อาจเกิดการเจ็บป่วยสูญเสียได้

ในตำรากล่าวว่า พระศุกร์มณฑ์ ทายว่าฝนแห้งผาก ให้ระวังเรื่องภัยแล้ง แต่บางพื้นที่จะเกิดน้ำท่วม สิ้นปีนี้พระศุกร์จะโคจรวิปริต ข้าวยากหมากแพง สินค้าอุปโภคบริโภคจะขึ้นราคา พระพุทธสอดคล้องกับพระศุกร์ โคจรวิปริตปีนี้ 3 ครั้ง หมายถึงเยาวชน นักศึกษาคนรุ่นใหม่จะเห็นขัดแย้งกับผู้ปกครอง

พระราหูโคจรอยู่ราศีมิถุนจนถึง 10 ก.ย. 2563 เป็นเรื่องของการคมนาคม การสื่อสาร การติดต่อ จะเกิดปัญหาการขนส่งทางบก เรือ อากาศ จนเข้าสู่ราศีพฤษภ จะเป็นเรื่องการเงินการคลังของประเทศ เรียก “ราหูค้นทรัพย์” ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยจนท้องพระคลังร่อยหรอ

แต่ยังมีข้อดีคือ อายุเมืองที่ย่างเข้าสู่ปี 239 พระราหูเป็นเจ้าเรือนลาภะ นับว่าเป็น “ศรี” แปลว่ารายได้ ความสำเร็จ แสดงว่ายังโชคดีที่มีหนทางหาเงินมาได้ มีรายได้ผลประโยชน์เพียงพอให้ราหูหยิบมาใช้จ่ายได้ แต่ก็เกิดหนี้สินผูกพันต้องชดใช้ในอนาคต ราหูอยู่ตรงนี้ใช้เวลาปีครึ่งคือเศรษฐกิจยังคงมีปัญหา

ดาวที่น่าสนใจและเป็นผลมากๆ คือ “ดาวอังคาร” โคจรเข้ามาใกล้โลกแบบวิปริตอยู่ที่ราศีมีนและเมษ ตั้งแต่ 16 มิ.ย. ถอยหลังย้อนไปถึง 27 ธ.ค. บ้านเมืองจะเกิดอาชญากรรมเพิ่มขึ้น คดีต่างๆจะลึกลับซับซ้อน ยากแก่การสืบสวน ทั้งฆาตกรรม การปองร้าย ก่อวินาศกรรม การวางเพลิง

ทั้งเกิดปัญหายุ่งยากที่เกี่ยวกับเรือนจำ มีการแหกคุก เกิดการเสียชีวิตในเรือนจำ โรงงาน ประเทศจะประสบภัยกับศัตรูลึกลับ อย่างการก่อการร้ายหรือการก่อวินาศกรรม

เกิดการสูญเสีย ธรณีจะดูดกินเลือดคน ระวังเรื่องการสูญเสียผู้ใหญ่ หรือบุคคลสำคัญในเดือนก.ค. เกิดแผ่นดินไหว แผ่นดินแยก ทั้งในความหมายของภัยพิบัติที่รุนแรง และในความหมายการแตกแยกทางความคิดทางการเมือง สุมรวมกับอุบัติภัย พายุและโรคระบาด

จำแนกได้ว่า ระหว่าง 8 ส.ค.-9 ต.ค. พระอังคารโคจรเข้าราศีเมษ พระอังคารหมายถึงการทหาร กองทัพ ฉะนั้นการทหารจะถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษ ในทางที่ดีคือมีการเสริมสร้างกำลัง แต่ทางร้ายคืออาจก่อให้เกิดการกระทบกระเทือนทางการทหารทั้งภายในและภายนอกอาณาจักร มีเรื่องของความขัดแย้ง การปะทะ ความรุนแรง ของกองกำลังฝ่ายต่างๆ

ต้องระวังเรื่องอัคคีภัยด้วย ในตำรายังบอกว่าต้องระวังความตายอันเกิดจากโรคระบาดด้วย

ช่วง 15 ต.ค. พระอังคารโคจรเข้ามาใกล้โลก จะเกิดอุบัติเหตุเพศภัยครั้งสำคัญ ต้องใช้กองกำลังเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ เกิดเหตุชุลมุน ปะทะกัน ซ้ำโรคระบาดต่อเนื่องช่วง 8 ก.ย.-26 พ.ย. 2563 อาจเจอสถานการณ์โควิด-19 รอบสองอีกครั้ง หรืออาจไม่ใช่โควิดก็เป็นได้

พระอังคารปกติจะถอยหลังแบบนี้ทุก 2 ปี 2 เดือน ย้อน 2 ปี 2 เดือนที่แล้ว มีเหตุการณ์ทีมหมูป่าติดถ้ำ ไปจนถึงเรือล่มที่ภูเก็ต จึงต้องระมัดระวังให้มากในกลางเดือน 9 หรือ เดือนก.ย.-ต.ค.

นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์สำคัญจากพระพฤหัสฯ และเสาร์ ซึ่งกำลังโคจรถอยหลังแบบตีคู่กันมาตรงราศีมังกรและธนู เป็นดาวคู่แห่งการเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัย เป็นดาวที่จะมาโคจรอยู่ในแนวเดียวกันทุกๆ 20 ปี แต่ครั้งนี้เป็นปีที่ค่อนข้างสำคัญกว่าปีอื่นๆ ในวงรอบ 397 ปี หรือ 400 ปี โคจรมาซ้อนทับกันวันที่ 23 ก.ค.

แสดงว่าภายในก.ค. และส.ค. จะมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของประเทศ และจะมีอีกครั้งช่วง 20 ต.ค. เพราะฉะนั้น 2 จุดนี้เป็นห้วงเวลาสำคัญที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจสังคมและภัยธรรมชาติ

โดยซ้อนทับจนเป็นดวงเดียวจนแนบสนิทจริงๆ คือ 21 ธ.ค. ทางโหราศาสตร์ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญและยิ่งใหญ่ที่เรียกว่า The Great Conjunction 2020 ทั้งมีเรื่องนักบวช ศาสนา ครูบาอาจารย์ การศึกษา การแพทย์ กฎหมาย จนเมื่อพระเสาร์ซ้อนทับจะมีปัญหาโรคภัยไข้เจ็บในสัตว์ ประชาชนดำเนินชีวิตด้วยความยากลำบาก ส่วนใหญ่ร้ายมากกว่าดี

ทั้งหมดคือแนวโน้มในการเปลี่ยนแปลงที่จะโยงสู่ปี 2564 การเปลี่ยนแปลงมีทั้งดีและไม่ดี ที่ไม่ดีก็มีความแตกแยก ความเสียหาย แต่จะนำมาซึ่งความแปลกใหม่ด้วย ส่วนดีอยู่ที่ราหูเป็นศรี ประเทศแม้มีปัญหาการเงินแต่ยังมีหนทาง มีรายได้แก้เศรษฐกิจได้อยู่ อย่างโควิดเรามีดาวพฤหัสฯ และดาวเสาร์อยู่ในภพที่ดีและให้พลังในการคุ้มครองด้วย

ส่วนดวง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ราศีมังกร จะประสบปัญหาอีกครั้งหนึ่ง พบกับความสับสนวุ่นวายอลหม่านอย่างมาก ตั้งแต่ก.ค.เป็นต้นไป ลักขณาราศีมังกรดาวประจำตัวคือดาวเสาร์ซึ่งกำลังถอยหลังเข้าสู่ราศีธนู ซึ่งเป็นภพวินาศ

ให้จับตามองช่วง 12 ก.ค. 63 อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่จะอยู่ในความวินาศหลายเดือน ถึงวันที่ 5 ธ.ค. ซึ่งค่อนข้างนานอยู่ ฉะนั้นต้องระวัง โดยจะมีพระพฤหัสฯ ที่อยู่ราศีมังกรช่วยคุ้มครอง เช่น การมีโรคระบาดเข้ามาแทรก จากนี้ต้องถนอมตัวหลายๆ เรื่อง ทั้งสุขภาพ ความปลอดภัย อุปสรรคที่ประดังเข้ามา ต้องรู้จักใช้คน ให้คนอื่นออกหน้าบ้างเพราะมีดาวใหญ่ 2 ดวงโคจรอยู่ข้างหลัง ต้องใช้คนให้เป็น

สิ่งสำคัญคือเรื่องพระพฤหัสฯ กับเสาร์ที่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง เพราะจุดดาวที่ซ้อนทับกันอยู่ที่ 21 ธ.ค. มีแนวโน้มจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ส่งผลไปสู่อนาคตอย่างยิ่งใหญ่แห่งยุคสมัย เป็นวัฏฏะ เป็นวงรอบ

บุศรินทร์ ปัทมาคม

นักโหราศาสตร์ชื่อดัง

ปลายปี 2562 ระหว่าง 30 ต.ค. 2562 ถึง 17 มี.ค. 2563 การเมืองเคยแตกความสามัคคีมาแล้ว ระหว่าง 17 ก.ค. 2563 ดาวเสาร์(7) โคจรถอยหลังกลับมาเข้าเรือนศุภะอีกครั้งหนึ่ง จนถึง 14 พ.ย. 2563 ดาวพฤหัสฯ(5) จะร่วมดาวเสาร์(7) ในราศีธนู หรือ เรือนศุภะ ของดวงเมืองบางกอกอีกครั้งหนึ่ง

ครั้งนี้จะเกิดความไม่สงบ ความแตกแยก หรือแตกสามัคคีขึ้นอีกครั้งหนึ่ง จะแตกแยกภายในพรรค หรือระหว่างพรรคช่วงปลายปีนี้ ระหว่าง 8 ส.ค. ถึง 9 ต.ค. 2563 เนื่องจากดาวอังคาร(3) จรโคจรทับลัคนา(ลั) ของดวงเมืองราศีเมษ

และอีกครั้งหนึ่งระหว่าง 27 ธ.ค. 2563 ถึง 24 ก.พ. 2564 ให้เพ่งเล็งที่ดาวอังคาร(3) ซึ่งเป็นเดชเดิมกลายเป็นกาลกิณีจร โคจรเข้าทับลัคนา(ลั) ช่วงกลางปีนี้ เศรษฐกิจของดวงเมืองจะตกต่ำในช่วงปลายปีอีกครั้งหนึ่ง

ให้พิจารณาจากดาวราหู(8) จร โคจรเข้าไปในเรือนกดุมภะ ระหว่าง 10 ก.ย. 2563 ถึง 15 เม.ย. 2565 เป็นระยะเวลายาวนานถึง 1 ปีครึ่ง เศรษฐกิจจะตกต่ำ ข้าวยากหมากแพง สินค้าจะขายไม่ได้ราคา สินค้าบางตัวจะหายากขึ้นด้วย

“กาลเวลา” เรื่องดาวราหู(8) จร โคจรเข้าเรือนกดุมภะเช่นนี้ เคยเกิดมาแล้วในปี พ.ศ. 2489 ดาวราหูล้วงทรัพย์ สมัยนั้นสินค้าฝืดเคือง ถึงขนาดประชาชนต้องรอคอยซื้อข้าวสาร และเสื้อผ้า ดาวราหู(8) เป็นดาววิบากกรรมคอยทำลายเรื่องฐานะการเงิน หรือเศรษฐกิจของดวงเมืองอยู่แล้ว ครั้งนี้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจตกต่ำเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นช่วงปลายปี 2563 นี้

ทักษาจรของดวงเมืองทำให้ดาวอังคาร(3) ซึ่งเป็นเดชเดิมกลายเป็นกาลกิณีจร ปัจจุบันดวงเมืองอายุย่าง 239 ปี จังหวะชีวิตของดวงเมืองจึงต้องระวังดาวอังคาร(3) จร โคจรขึ้นทับลัคนา(ลั) ของดวงเมืองเป็น 2 ช่วงเวลา

(1) ดวงอังคาร(3) จร โคจรเข้าทับลัคนา(ลั) ของดวงเมือง ครั้งแรก ระหว่าง 8 ส.ค. 2563 ถึง 9 ต.ค. 2563 และดวงจะตกรุนแรงขึ้น เมื่อดาวอาทิตย์(1) โคจรเข้าเรือนอริ หรือหลบที่ 2 ระหว่างวันที่ 17 ก.ย. 2563 ถึง 17 ต.ค. 2563

(2) ดาวอังคาร(3) จร โคจรเข้าทับลัคนา(ลั) ของดวงเมืองอีกครั้งหนึ่ง ระหว่าง 27 ธ.ค. 2563 ถึง 24 ก.พ. 2564 จังหวะชีวิตช่วงเวลาดังกล่าวมีแนวโน้มว่าประชาชนจะเดินขบวนต่อต้านรัฐบาล เพราะพระเดชอ่อนตัวลง

สถานการณ์บ้านเมืองช่วงครึ่งปี 2563 ภาพรวมสังคมไทยจะแตกแยก แตกความสามัคคี ทุกส่วนในพรรคการเมืองและระวังพรรคการเมือง เรื่องเศรษฐกิจจะทรุดหนักลงไปจนถึงต้นปีหน้า เรื่องปากท้องจะเลวลง สภาพเศรษฐกิจอย่างนี้จะอยู่ไปนาน 16 เดือน ระหว่าง 10 ก.ย. 2563 ถึง 15 เม.ย. 2565 ส่วนภัยแล้งจะรุนแรง ตั้งแต่ 10 ก.ย. 2563 เป็นต้นไป จนถึงต้นปีหน้า

ความแตกแยกทางการเมืองจะอยู่ระหว่าง 17 ก.ค. 2563 ถึง 14 พ.ย. 2563 และประชาชนจะไม่พอใจรัฐบาล และไม่กลัวรัฐบาล รุนแรงขึ้น ช่วงเวลาที่น่ากลัวที่สุด คือ 8 ส.ค. 2563 ถึง 10 ต.ค. 2563 และระหว่าง 27 ธ.ค. 2563 ถึง 24 ก.พ. 2564

โดยมีแนวโน้มการยุบสภา หรือเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ระหว่าง 18 ก.ย. 2563 ถึง 16 ต.ค. 2563 หรือ 17 พ.ย. 2563 ถึง 16 ธ.ค. 2563 ซึ่งมีแนวโน้มอาจปฏิวัติซ้อนได้

ดวงนายกฯครึ่งปีหลังจะแย่กว่าครึ่งปีแรกอย่างแน่นอน กล่าวคือ ประชาชนจะเกรงกลัวบารมีรัฐบาลน้อยลง

พัฒนา พัฒนศิริ

ผอ.สถาบันพยากรณ์ศาสตร์

ผู้เชี่ยวชาญการวางฤกษ์

ดวงเมืองครึ่งปีหลัง ภาพรวมเรื่องที่กำลังคาราคาซังอยู่คือโควิด-19 เหตุผลทางดวงดาวบอกว่าตั้งแต่ 12 ก.ค. ถึง 5 ธ.ค. โควิด-19 น่าจะเบาบางลงอย่างมาก หรือแทบจะหมดไป สภาพของฟ้าฝนน่าจะดีขึ้น ฝนตกพอเพียงสำหรับอาชีพเกษตรกรรม

แต่หลังจาก 5 ธ.ค.ดาวเสาร์โคจรกลับมาเล็งดาวจันทร์ในพื้นดวงเมืองใหม่ จะทำไห้การเพาะปลูกตอนปลายปีไม่ค่อยดี พืชผลส่วนใหญ่น่าจะเจอความแห้งแล้ง แต่ไม่มากนัก เนื่องจากดาวเสาร์เล็งดาวจันทร์อีกรอบ สิ่งที่จะสวนทางกันคือตอนที่ดาวเสาร์ยกเข้าธนูคือวันที่ 12 ก.ค.- 5 ธ.ค. นั้นการทำมาหากินน่าจะดีขึ้น

ส่วนสถานการณ์บ้านเมืองช่วงครึ่งปี จากนี้ไปจนถึง 9 ส.ค. อาจมีการปรับครม. หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อาจไม่มี พอดาวอังคารกุมลักขณา ทำให้บ้านเมืองเข้มแข็งขึ้น และวันที่ 10 ส.ค.-8 ต.ค. บ้านเมืองจะเรียบร้อยไม่มีปัญหา สถานการณ์ไม่กระเพื่อม รัฐบาลทำงานดีขึ้น บ้านเมืองเรียบร้อยดีขึ้น ทำงานเข้าตากรรมการ สถานการณ์ยังไม่ค่อยมีอะไรตื่นเต้น ประชาชนสบายใจขึ้น

แต่ตั้งแต่ 9 ต.ค. - 26 ธ.ค. ดาวอังคารโคจรเป็นวินาศแก่ลักขณา จะมีความวุ่นวายในเรื่องต่างๆ ในการบริหารราชการ อาจมีการปรับเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี หรือเปลี่ยนตัว ผู้บริหารชั้นสูงกันใหม่อีกครั้ง แต่ไม่ถึงขนาดเปลี่ยนรัฐบาล ไม่ถึงขั้นยุบสภา และไม่ถึงขนาดเกิดการปฏิวัติ เพราะจะแก้ด้วยการปรับครม.

ทั้งนี้ ช่วงครึ่งปีหลังไม่มีช่วงไหนที่น่าห่วงเพราะบ้านเมืองไม่วิกฤต แต่จะเป็นไปตามครรลอง เป็นการเคลื่อนไหวตามปกติ การชุมนุมไม่น่าจะมีแล้ว ส่วนปัญหาปากท้องของประชาชนไม่น่าจะทำให้เกิดการชุมนุม เพราะเมื่อกิจการต่างๆ กลับมาดำเนินการไม่มีอะไรรุนแรง

ส่วนดวงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังแข็งอยู่ ไม่เพลี่ยงพล้ำเท่าไรแต่ก็เป็นไปตามดวงเมือง ที่ดาวอังคารยัง เดินถอยหน้าถอยหลังทับดวงเมืองอยู่ ทำให้การบริหารบ้านเมืองเป๋ไปบ้าง คดเคี้ยวไปบ้าง แต่ตามดวงแล้วพล.อ.ประยุทธ์ ไม่เชย ไม่ทันสมัย อยู่กลางๆ

ดูแล้วรัฐบาลก็น่าอยู่ครบเทอม นอกจากปีหน้านายกฯเห็นว่าน่าเบื่อก็อาจยุบสภาก็ได้

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ โหรเตือนศก.-การเมืองครึ่งปีหลัง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง