นายกรัฐมนตรีกล่าวปาฐกถาในงานสัมมนา “Thailand 2024 : The Great Challenges เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส” ที่จัดโดยเครือมติชนตอนหนึ่งว่า

รัฐบาลให้ความสำคัญกับนโยบายการท่องเที่ยว สร้างแรงจูงใจและอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยให้มากขึ้น

จุดประสงค์คือหวังสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจ การใช้จ่ายภายในประเทศให้กลับมามีความคึกคักเหมือนช่วงก่อนวิกฤตจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

หนึ่งในนั้นคือการยกระดับพาสปอร์ตประเทศไทยให้ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกและฟรีวีซ่าถาวรกับต่างประเทศ ตลอดจนการอำนวยความสะดวกลดขั้นตอนด้านการเข้าเมือง

ล่าสุด นายหวังอี้ ผอ.สำนักงานคณะกรรมการกลางด้านการต่างประเทศพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรมว.ต่างประเทศจีน เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกกระทรวงการต่างประเทศ

เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน ความมั่นคง วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และแลกเปลี่ยนความเห็นในประเด็นภูมิภาคและระหว่างประเทศที่อยู่ในความสนใจร่วมกัน

ในโอกาสนี้ รัฐบาลไทยได้ยืนยันถึงวิสัยทัศน์ของประเทศต่อความสัมพันธ์ไทย-จีนที่จะครบรอบ 50 ปีในปี 2568 โดยย้ำท่าทียึดมั่นในนโยบายจีนเดียวไม่เปลี่ยนแปลง

ที่สำคัญคือร่วมลงนามความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราซึ่งกันและกันสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาและหนังสือเดินทางกึ่งราชการเป็นการถาวร มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมเป็นต้นไป

สำหรับการยกระดับหนังสือเดินทางของไทยและฟรีวีซ่ากับต่างประเทศอื่น นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าได้พบปะหารือกับนายกรัฐมนตรีเบลเยียมและประธานสภายุโรปเพื่อพูดคุยและเจรจาในประเด็นนี้ด้วยเช่นกัน

ทั้งระหว่างการเจรจาหารือกับนายฟรังค์-วัลเทอร์ ชไตน์ไมเออร์ ประธานาธิบดีสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยล่าสุดก็ได้พูดคุยและขอความสนับสนุนฟรีวีซ่าไทย-อียูด้วย

สำหรับความร่วมมือกับต่างประเทศในเรื่องนี้ แม้จะยังไม่เกิดผลและประสบความสำเร็จในทันที แต่ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี จะต้องเจรจาหาข้อสรุปเพื่อตกลงกันให้ได้ต่อไป

ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีไทยได้แสดงบทบาทบนเวทีโลกได้อย่างโดดเด่นและเป็นที่ยอมรับ ส่วนสำคัญคือเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง โดยความเห็นชอบของประชาชน จึงเป็นที่ยอมรับของนานาอารยประเทศไปด้วยอย่างสำคัญ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน