นักวิชาการดัง ถูกฟ้อง! “ละเมิดศาล” หลังเขียนวิจารณ์คำตัดสิน กรณี ส.ส.ถือหุ้นสื่อ

“สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการดัง” ถูกฟ้องละเมิดอำนาจศาล หลังเขียนบทความ วิจารณ์คำตัดสิน กรณี ส.ส.ถือหุ้นสื่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 28 ส.ค. นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ นักเขียน นักแปลชื่อดัง โพสต์ลงบนเฟซบุ๊ก “Sarinee Achavanuntakul – สฤณี อาชวานันทกุล” มีเนื้อหาระบุว่า

ใครจะไปคิดว่า คดีแรกในชีวิตที่ตกเป็น “ผู้ถูกกล่าวหา” ผู้ฟ้องจะเป็นศาลฎีกา ได้รับหมายเรียกและเอกสารเหล่านี้จากศาลฎีกาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานะคะ เพิ่งโพสต์เพราะเพิ่งได้มีโอกาสปรึกษาทนาย ขอยืนยันสั้นๆ ตรงนี้ก่อนว่า ตัวเองเขียนบทความเพื่อวิจารณ์คำตัดสินที่ออกมาแล้วเท่านั้น ด้วยความสุจริตใจและด้วยเจตนาดีต่อกระบวนการยุติธรรมและสังคมไทย เหมือนกับบทความทุกชิ้นที่เขียนตลอดมา

นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ นักเขียน นักแปลชื่อดัง

แต่กังวลว่าการตีความข้อหาละเมิดอำนาจศาลโดยอนุมานว่าผู้วิจารณ์หมายถึงคดีอื่นๆ ในอนาคตด้วย อาจส่งผลให้การวิจารณ์คำตัดสินของศาลเป็นไปไม่ได้เลยในอนาคต เนื่องจากไม่ว่าจะคดีอะไร กฎหมายอะไร ก็ย่อมมีคดีลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นอีกได้ในอนาคตทั้งสิ้น ทั้งนี้ยังระบุอีกว่า เช้าวันที่ 9 เดือนกันยายน ถ้าใครสนใจ มาเจอกันที่ศาลฎีกาได้นะคะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ในหมายเรียกนั้น ได้มีบันทึกข้อความแนบมาด้วย ซึ่งลงนามโดย นายสุประดิษฐ์ จีนเสวก เลขานุการในแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา โดยในบันทึกดังกล่าวระบุว่า “นางสาวสฤณี ได้เขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 14 พ.ค. 2562 เรื่อง”อันตรายภาวะนิติศาสตร์ล้นเกิน ( อีกที ) กรณีหุ้นสื่อของผู้สมัครส.ส.” ซึ่งเลขาฯศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เห็นว่า บางตอนมีการใช้ถ้อยคำไม่เป็นความจริงและกล่าวหาศาล จึงเห็นว่าศาลควรไต่สวนเรื่องดังกล่าว โดยนายสุประดิษฐ์ ได้ระบุบางช่วงบาตอนหนึ่ง ไว้ในบันทึกข้อความ ซึ่งแนบมาพร้อมหมายเรียกว่า

“ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมักง่ายในการตีความกฎหมายเกี่ยวกับลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรณีบุคคลผู้นั้นเป็นเจ้าของหรือถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อสารมวลชนใดๆ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (3) ว่ารวมความถึงผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วน

หรือบริษัทซึ่งปรากฏในหนังสือบริคณห์สนธิระบุวัตถุประสงค์ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ แม้ความเป็นจริงห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทไม่ได้ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ แต่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งยังได้ตีความไปว่า เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ แล้วผู้ประพันธ์ได้แสดงความเห็นว่า การตีความเช่นนี้ มักง่าย และอันตรายอย่างยิ่ง

นอกจากนี้บทความดังกล่าว ยังได้กล่าวหาว่า ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งใช้กฎหมายแบบตะพึดตะพือ ตีความอย่างเกินเลยโดยไม่คำนึงถึงข้อเท็จจริง และไม่คำนึงถึงเจตนารมณ์ของกฎหมาย ผู้เขียนบทความไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งโดยสุจริต แต่มีเจตนาโจมตีหรือด่าว่าศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตีความกฎหมายมักง่ายและใช้อย่างตะพึดตะพือ

การที่ผู้ประพันธ์เขียนบทความดังกล่าวจึงมีอิทธิพลเหนือความรู้สึกของประชาชน หรือเหนือศาล หรือเหนือคู่ความ หรือเหนือพยานในระหว่างการพิจารณาคดีเกี่ยวกับสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. เรื่องอื่นๆ ในอนาคต ซึ่งอาจมีประเด็นอย่างเดียวกันกับคดีที่ผู้ประพันธ์ได้กล่าว หรือแสดงในบทความ”

ด้านนายพนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ Panat Tasneeyanond ถึงกรณีนี้เช่นกันว่า การกล่าวหรือแสดงข้อความที่เข้าลักษณะเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามกฎหมายมาตรานี้ จะต้องเป็นการกระทำในระหว่างการพิจารณาคดีไปจนมีคำพิพากษาเป็นที่สุด เรื่องนี้ สฤณีเขียนบทความวิจารณ์คำพิพากษาของศาลฎีกา ภายหลังที่ศาลได้มีคำพิพากษาเป็นที่สุดแล้ว จึงไม่เป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามกฎหมายมาตรานี้

เกาะติดข่าวการเมือง แอดไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

ส่วนจะเป็นความผิดฐานดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาทผู้พิพากษาในการพิจารณาพิพากษาคดี ซึ่งเป็นความผิดอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 198 หรือไม่ จะต้องมีการแจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้มีการสอบสวนดำเนินคดีอาญากับผู้ถูกกล่าวหาว่าได้กระทำความผิดดังกล่าวตามขั้นตอนและกระบวนการที่กำหนดโดยบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญา กล่าวคือ จะต้องมีการสอบสวนโดยพนักงานสอบสวนแล้วส่งให้พนักงานอัยการพิจารณาว่าเป็นความผิดตามข้อกล่าวหาหรือไม่

“ไม่ใช่ออกหมายเรียกตัวไปไต่สวนว่ากระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ ดังเช่นในกรณีนี้ เพราะกรณีไม่เป็นการละเมิดอำนาจศาลดังกล่าวข้างต้น”อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวปิดท้าย


 

 

บทความก่อนหน้านี้บั๋นตาม-ขนมเล็บมือนาง
บทความถัดไปฉู่ฉี่ปลาปิ่นแก้ว