อธิบดีกรมอุทยานฯ ส่งทนายฟ้อง ‘ธีทัชฐ์’ เจ้าของวลี ‘เสรีอุ้มผม’ หมิ่นซื้อขายตำแหน่ง 600 ล้าน

อธิบดีกรมอุทยานฯ ส่งทนายฟ้อง ‘ธีทัชฐ์’ เจ้าของวลี ‘เสรีอุ้มผม’
หมิ่นซื้อขายตำแหน่ง 600 ล้าน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 9 ต.ค. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายเสกสรรค์ เสนาชู ทนายความผู้รับมอบอำนาจ จากนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เดินทางมาเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.สพ.ธีทัชฐ์ เกียรติลดารมย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

นายเสกสรรค์ เปิดเผยว่า หลังจาก น.สพ.ธีทัชฐ์ ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 4 ต.ค. ที่รัฐสภา โดยมีเนื้อความกล่าวหาว่า นายธัญญาได้มีการชื้อขายตำแหน่งเป็นเงินจำนวน 600 ล้านบาท และกล่าวหาอีกว่ามีการขึ้นเงินเดือนให้กับภรรยาตนเอง ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ตัวผู้เสียหายจึงต้องออกมาปกป้องสิทธิและชื่อเสียงเกียรติยศ เลยมอบหมายให้ทนายมายื่นฟ้องในวันนี้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

ส่วนเรื่องค่าเสียหายขณะนี้ เรายังไม่ตัดสินใจยื่นฟ้อง รอคดีอาญาดำเนินไปก่อน โดยหลังจากนี้ นายธัญญายังเตรียมการที่จะยื่นฟ้องนายสมัคร ดอนนาปี อดีต ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติฯ ในความผิดนำข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์จากเหตุการณ์กรณีเดียวกันเมื่อถามว่าหากคู่ความประสงค์จะเจรจาไกล่เกลี่ย ทางนายธัญญาจะยอมรับหรือไม่ นายเสกสรรค์ ตอบว่า ต้องดูว่านายธัญญาจะมีความเห็นอย่างไร

สำหรับคำฟ้องโจทก์ระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า จำเลยได้แถลงข่าวที่รัฐสภา ในฐานะประธานสมาพันธ์รักผืนป่าแห่งประเทศไทยและอดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ ใส่ความโจทก์ด้วยข้อความอันเป็นเท็จว่า อธิบดีกรมอุทยานฯ ปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เนื่องจากขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการปลูกป่าไม้ เจตนาจัดทำเรื่องโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณไปเพาะชำกล้าไม้ในช่วงเดือน ส.ค. 2552 จำนวน 2 ครั้ง เป็นเงิน 109,313,100

ทั้งๆ ที่ทราบข้อเท็จจริงอยู่แล้วว่าไม่สามารถเพาะกล้าไม้ได้ตามวัตถุประสงค์ เนื่องจากการจะให้กล้าไม้โตถึง 20 ซม. ในระยะเวลา 30 วัน นั้นเป็นไปไม่ได้ และใส่ความโจทก์ว่ามีการเพิ่มเงินเดือนให้ภรรยาตนเอง 6 เปอร์เซ็นต์ และบุคคลใกล้ชิดสูงเกินความเป็นจริงมากกว่า 10 ราย นอกจากนี้ยังมีข่าวซื้อขายตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานฯ เป็นจำนวนเงิน 600 ล้านบาท

ซึ่งความจริงแล้ว โจทก์ได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการถูกต้อง ไม่มีการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ การใช้เงินงบประมาณไปเพาะชำกล้าไม้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกรมป่าไม้ การเพิ่มเงินเดือนให้ภรรยาและคนใกล้ชิดเป็นไปตามกฎเกณฑ์และระเบียบของทางราชการทุกประการ ตลอดจนการซื้อขายตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานฯ 600 ล้านบาท ก็ไม่เป็นความจริง การกระทำของจำเลยจึงเป็นการใส่ความโจทก์ต่อบุคคลอื่นด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง เป็นความผิดต่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328, 332 และ 91

ภายหลังยื่นฟ้องแล้ว ศาลรับคำฟ้องไว้ในสารบบเป็นคดีหมายเลขดำ อ.2692/2562 และนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 25 พ.ย. 2562 เวลา 9.00 น.

บทความก่อนหน้านี้ฟิลิปปินส์โวยข้าวไทยทะลักงัดมาตรการเซฟการ์ดหวังสกัด-พาณิชย์ลุยแจ้งขัดดับเบิลยูทีโอ
บทความถัดไปสอบแล้ว ผู้ต้องหาคดียาบ้าเมืองสุพรรณ ไม่ใช่ลูกชายอดีต สจ.ตามอ้าง