ย้อนดู ปฏิบัติการ “ทักษิณ” สั่งด่วน พาคนไทยในเขมรกลับบ้าน หลัง ผบ.ทอ.ออกโรง โต้ แทนบิ๊กตู่

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

จากรณี พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาท ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวถึงกรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง โพสต์ภาพ นายทักษิณ ชินวัตร สมัยเป็นนายกรัฐมนตรี สั่งกองทัพอากาศนำเครื่องซี 130 ไปรับคนไทยที่ประเทศกัมพูชา ในเหตุจลาจลกรุงพนมเปญปี 2546

โดยภาพดังกล่าวถูกสังคมออนไลน์นำมาเปรียบเทียบกับกรณีรัฐบาลปัจจุบันของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถูกวิจารณ์เรื่องความล่าช้าในการช่วยเหลือคนไทยในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน ซึ่งเป็นเมืองต้นกำเนิดของ “ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่” นั้น

หากย้อนไปเมื่อวันที่ 29 ม.ค.2546 หรือ 17 ปี ที่แล้ว เกิดเหตุผู้ชุมนุมชาวกัมพูชาบุกเข้าทำลายสถานเอกอัครราชทูตไทย ตลอดจนทรัพย์สินต่างๆ ของธุรกิจสัญชาติไทยในกรุงพนมเปญ กลุ่มผู้ประท้วงออกตระเวนไล่ล่าหาคนไทยในกรุงพนมเปญ ท่ามกลางเปลวเพลิงที่เผาไห้สถานเอกอัครราชทูตไทย

จากนั้นเวลา 19.00 น. ในวันเดียวกัน นายทักษิณ ชินวัตรนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้เรียกรัฐมนตรี และปลัดกระทรวงกลาโหมเข้าหารือ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในเวลานั้น นายทักษิณ ไม่สามารถติดต่อกับนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชาได้

แต่นายอดิศัย โพธารามิก รมว.พาณิชย์ขณะนั้น ซึ่งกำลังอยู่กับรัฐมนตรีกัมพูชาโทร.เข้ามา นายทักษิณ จึงขอพูดสายกับรัฐมนตรีกัมพูชาคนนั้น และแจ้งว่า หาก 1 ชั่วโมงข้างหน้ายังไม่สามารถคุมสถานการณ์ได้ ผมจะส่งคอมมานโดเข้าไปปกป้องคนไทย” แต่ทางรัฐมนตรีชาวกัมพูชาร้องขอไม่ให้ส่งคอมมานโดเข้ามา

จนในเวลา 22.00 น. สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย นายทักษิณ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ได้เรียกหน่วยงานความมั่นคง และผู้บัญชาการทหารทุกเหล่าทัพ เข้าประชุมฉุกเฉินที่ทำเนียบรัฐบาล นายทักษิณ แต่งตั้งให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเวลานั้น (ประธานองคมนตรีคนปัจจุบัน) เป็นผู้บัญชาการคลี่คลายสถานการณ์นี้

นายทักษิณ ยังสั่งการให้กองทัพอากาศ ส่งเครื่องบินแบบ C-130 พร้อมหน่วยคอมมานโดไปยังกรุงพนมเปญ โดยไม่สนใจว่ารัฐบาลกัมพูชาจะยินดีหรือไม่

นายทักษิณ กล่าวตอนหนึ่งด้วยท่าทีแข็งกร้าว ในเวลานั้น จนเป็นที่กล่าวขานว่า ความสัมพันธ์ว่ากันทีหลัง ผมถือว่าเรื่องศักดิ์ศรีและชีวิตรับไม่ได้!

ต่อมา ที่ประชุมได้อนุมัติแผนช่วยเหลือพลเรือนไทยชื่อว่า “โปเชนตง 1” และนายทักษิณ ยังใช้อำนาจนายกรัฐมนตรี อนุมัติแผนสำรองชื่อ “โปเชนตง 2” เนื่องจากอาจจำเป็นต้องใช้กำลังทหารไทยเข้าควบคุมกรุงพนมเปญ อย่างไรก็ตามปฏิบัติการโปเชนตง 1 เป็นไปด้วยความสำเร็จ ด้วยความช่วยเหลือของรัฐบาลกัมพูชา

จากนั้นเวลา 05.00 น. ของวันที่ 30 ม.ค.2546 เครื่องบิน C-130 ลำแรก และอีก 5 ลำทะยานขึ้นฟ้า มุ่งสู่สนามบินโปเชนตง กรุงพนมเปญ โดยมีคอมมานโดและหน่วยรบพิเศษกระจายอยู่ทุกลำ พร้อมเผชิญสถานการณ์ฉุกเฉิน

REUTERS/Sukree Sukplang SS/PB

เมื่อไปถึงสนามบินโปเชนตง เครื่องบิน C-130 ทั้ง 5 ลำที่ลงจอด ไม่มีการดับเครื่อง หน่วยคอมมานโดและทหารรบพิเศษไม่ต่ำกว่า 100 นาย พร้อมอาวุธครบมือและรถฮัมวี่ วิ่งลงจากเครื่องบินด้วยสมาธิและวินัย ออกกระจายโดยรอบสนามบินเพื่อรักษาความปลอดภัย ขณะที่คนไทยเดินเรียงแถวตอน 1 ขึ้นเครื่อง มีเจ้าหน้าที่ตรวจนับจำนวน

จากนั้น เครื่องบิน C-130 ทยอยออกจากกรุงพนมเปญ กลับมาลงจอดที่สนามบินกองทัพอากาศดอนเมือง ลำเเรกมาถึง เวลาประมาณ 07.50 น. และครบทั้ง 5 ลำ ในเวลา 09.40 น. โดยนายทักษิณ พล.อ.สุรยุทธ์ และคณะ เดินทางมารอรับคนไทยด้วยตนเอง

คนไทยชุดแรก 511 คน และชุดที่ 2 จำนวน 192 คน รวมทั้งเอกอัครราชทูตไทย ผู้ช่วยทูตและเจ้าหน้าที่สถานทูตไทย เดินลงเครื่องอย่างปลอดภัย ท่ามกลางเสียงปรบมือดังกระหึ่มและความดีใจของคนทั้งประเทศ โดยมีนายกรัฐมนตรีมารอรับด้วยตนเอง

หลังเหตุวุ่นวายสงบลง รัฐบาลไทยสั่งปิดพรมแดนประเทศที่ติดกับกัมพูชา และได้เปิดอีกครั้งเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ.2546 หลังรัฐบาลกัมพูชาจ่ายเงิน 6 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นค่าชดเชยสำหรับสถานทูตไทยที่ถูกเผาทำลาย

ขอบคุณข้อมูลจากบางส่วน จาก Voice TV


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน