Khaosod
Online

วันพฤหัสบดี ที่ 27 ก.พ. 2563

เกษตรร่วมกลาโหมเปิด 10 ค่ายทหาร ปั้นเกษตรกรรุ่นใหม่จากทหารกองประจำการ

27 ก.ย. 2562 - 10:18 น.

กรมส่งเสริมการเกษตร (กสก.) ร่วมกับกระทรวงกลาโหม จัดอบรมหลักสูตรพื้นฐาน “การทำการเกษตรผสมผสาน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ระยะเวลา 5 วัน ให้กับทหารกองประจำการ 200 นาย ในพื้นที่ค่ายทหาร 10 แห่ง เพื่อเข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรรุ่นใหม่ ปั้น Young Smart Farmer (YSF) เตรียมความพร้อมด้านอาชีพก่อนปลดประจำการ

นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยถึงโครงการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น Young Smart Farmer (YSF) ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรได้ร่วมกับกระทรวงกลาโหม โดย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ จัดอบรมหลักสูตรพื้นฐาน “การทำการเกษตรผสมผสาน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ให้กับทหารกองประจำการ จำนวน 200 นาย ในพื้นที่ค่ายทหาร 10 แห่ง รวมระยะเวลา 5 วัน ว่า เป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการดูแลลูกหลานของเกษตรกร โดยการพัฒนาและสร้างคนรุ่นใหม่เข้าสู่ภาคการเกษตรยุคใหม่ ผลิตเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เรียนรู้เรื่องเทคโนโลยี การใช้เครื่องมือ การบริหารจัดการ ขับเคลื่อนชุมชน และมุ่งหวังให้เกษตรกรรุ่นใหม่ มีความรู้ความสามารถด้านวิชาการเกษตรทั้งระบบ ซึ่งทหารกองประจำการนั้นถือเป็นกำลังพลที่มีคุณภาพ ที่ได้รับการฝึกฝนให้มีความพร้อมทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ รวมทั้งยังได้รับการปลูกฝังให้มีระเบียบวินัย มีความประพฤติดี จึงถือเป็นกำลังหลักสำคัญในการพัฒนาประเทศ และส่วนใหญ่ทหารเหล่านี้ก็คือลูกหลานเกษตรกรที่พร้อมจะถูกพัฒนาให้เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ได้ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรกร จะทำการอบรมเพื่อปรับแนวคิด (Mind set) ด้านการทำการเกษตรให้กับทหารที่เข้ารับการอบรม ทั้งยังเสริมในเรื่องของการวิเคราะห์และจัดทำแผนพัฒนาตนเอง การให้ความรู้เกี่ยวกับระบบการทำการเกษตรแบบผสมผสาน การจัดการปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กระบวนการเพาะปลูกพืช การป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน การแปรรูปและเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร การตลาดสินค้าเกษตรในยุคประเทศไทย 4.0 ICT กับการเกษตรเชิงพาณิชย์ รวมทั้งการจัดทำแผนพัฒนาตนเองและแผนพัฒนาอาชีพ และมีการประเมินความรู้ก่อนและหลังการฝึกอบรมด้วย

ด้าน นายสุรสิทธิ์ บุญรักชาติ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการจัดฝึกอบรมในพื้นที่ค่ายทหารมณฑลทหารบกที่ 13 จังหวัดลพบุรี ได้กล่าวถึงประโยชน์ของโครงการนี้ว่า จะสามารถพัฒนาความรู้และทักษะการเกษตรให้แก่ทหารกองประจำการได้นำไปประกอบอาชีพและมีรายได้หลังปลดประจำการได้ และยังเป็นการบ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่ ซึ่งทหารที่เข้ารับการอบรมนี้เมื่อปลดประจำการแล้ว ได้กลับเข้าไปสู่ระบบผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ ทางสำนักงานเกษตรอำเภอก็จะติดตามให้การสนับสนุน และแนะนำเพื่อพัฒนาให้เป็น Young Smart Farmer ซึ่งหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกทหารเข้ามาฝึกอบรมนั้น คือ จะต้องเป็นผู้ที่มีความต้องการที่จะกลับไปทำการเกษตรภายหลังปลดประจำการ หรือเป็นทายาทเกษตรกร ซึ่งในการฝึกอบรมให้กับทหารเหล่านี้เนื่องจากได้ผ่านการฝึกอบรมด้านระเบียบวินัยมาอย่างเข้มข้น เมื่อเข้ามาเรียนรู้ด้านการเกษตร จึงน่าจะเรียนรู้และพัฒนาได้ดี โดยในหลักสูตร 5 วันที่อบรมนั้น เนื้อหาที่มุ่งเน้นก็คือ การถ่ายทอดประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจสู่การเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่สมาร์ทฟาร์มเมอร์

“โครงการนี้ดีมากสำหรับภาคการเกษตร เพราะคนรุ่นเก่ากำลังจะหมดไป เป็นปัญหาของภาคเกษตรตอนนี้ เราจึงต้องสร้างคนรุ่นใหม่ขึ้นมาแทน ซึ่งคนรุ่นใหม่เขาจะรับเทคโนโลยีได้ดีกว่า ทั้งเทคโนโลยีทางการเกษตร เครื่องจักรกลทางการเกษตร เรื่องการตลาดต่างๆ ส่วนการอบรมหลักสูตร “การทำการเกษตรผสมผสาน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” นั้น จะมีประโยชน์คือ เป็นหลักการเกษตรที่มีภูมิคุ้มกัน หมายถึง จะช่วยลดความเสี่ยงจากการประเมินขั้นต้น เช่น คนส่วนมากจะมองว่าทำการเกษตรเหนื่อย ขาดทุน จน และไม่คิดที่จะกลับไปทำการเกษตร แต่เมื่อไรที่ยึดตามหลักการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ก็จะลดความเสี่ยง เพราะไม่ได้สอนให้ทำเกษตรเชิงเดี่ยว แต่ให้มีทั้งพืชผัก ปศุสัตว์ ประมง คือเป็นหลักเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้” ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดลพบุรี กล่าว

ธนินทร์ หมื่นทิพย์ หนุ่มอุตรดิตถ์หนึ่งในทหารกองประจำการที่เข้ารับการอบรม กล่าวถึงโครงการนี้ว่า “ผมสนใจเข้าอบรม เพราะที่บ้านผมทำเกษตรอยู่แล้ว และผมอยากได้ความรู้เพิ่มเติมว่าเกษตรมีอะไรบ้าง ทำอะไรได้บ้าง พอเข้าอบรมก็ได้รู้ว่าพืชชนิดไหนจะเติบโตในที่ดินแบบไหนได้บ้าง ต้องใช้ดินปลูกแบบไหน ใส่ปุ๋ยบำรุงอย่างไร จะลดต้นทุนการผลิตได้อย่างไร แล้วก็ได้เรียนรู้ในหลายเรื่อง เช่น ผักชนิดไหนบ้างสามารถปลูกในน้ำ ปลูกแบบแปลง หรือปลูกแบบผลผลิตได้เยอะ ตอนนี้ที่บ้านผมปลูกมันสำปะหลัง ทำไร่อ้อยและไร่ข้าวโพด ผมได้ความรู้ตรงนี้ก็จะนำไปปรับใช้กับที่เราทำอยู่แล้ว ว่าเราต้องลดต้นทุนได้แค่ไหน ใช้ปุ๋ยแบบไหนให้เหมาะกับสภาพดินที่เราปลูกอยู่ครับ ก่อนหน้านี้ผมไม่ได้คิดจะทำการเกษตร แต่หลังจากที่ได้เข้ามาอบรมทำให้มีความรู้เพิ่มเติม จึงทำให้ผมมีความมั่นใจมากขึ้นในการทำการเกษตรครับ”

เช่นเดียวกับ อานนท์ แย้มชุมพร ชาวลพบุรี ที่มาจากครอบครัวเกษตรกร และได้เข้าร่วมอบรมในครั้งนี้ด้วยกล่าวว่า “บ้านผมที่ลพบุรีปลูกมันสำปะหลังอยู่ แต่ทำออกมาแล้วผลผลิตมันไม่ได้ดี เนื่องจากความรู้ผมก็มีน้อย ผมเลยสนใจเข้ามาร่วมอบรม เพราะอยากได้ความรู้เพิ่ม เรื่องการทำปุ๋ย วิธีที่จะทำให้เราสามารถลดค่าใช้จ่ายให้น้อยลง และอยากจะได้ผลผลิตมากขึ้น ซึ่งในการอบรมผมได้ความรู้หลายอย่าง ได้รู้จักวิธีการดูแลรักษาต้นไม้ และวิธีการทำปุ๋ยอินทรีย์ ช่วยให้สามารถลดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าเดิม และได้ผลผลิตที่ดีกว่าเดิม การอบรมนี้ทำให้ผมมีความมั่นใจมากขึ้นกว่าเดิมครับ จากตอนแรกผมคิดว่าจะไม่ทำแล้ว เพราะว่าเราได้ผลผลิตน้อยมากและมักจะขาดทุน แต่พอได้มาอบรม ได้รู้วิธีและเทคนิคการทำให้ถูกต้อง ก็เลยมีแรงบันดาลใจขึ้นมาอีก เดี๋ยวกลับบ้านไปก็จะกลับไปทำอีกครับ

ความรู้ด้านการเกษตรที่เหล่าทหารกองประจำการได้รับจากการฝึกอบรมครั้งนี้ นอกจากจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับเหล่าทหารที่จะกลับไปสู่ภาคการเกษตรหลังปลดประจำการแล้ว ยังเปรียบเสมือนเป็นการติดอาวุธที่สำคัญให้กับเหล่าว่าที่เกษตรกรรุ่นใหม่ได้นำไปพัฒนาและต่อยอดในอาชีพเกษตรกรของตนเอง เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยศักยภาพของกำลังพลที่มีความเข้มแข็งผ่านการฝึกฝนด้านร่างกายและจิตใจ ควบคู่ไปกับการมีระเบียบวินัย ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการลงมือทำจนประสบความสำเร็จ จึงคาดหมายว่าเหล่าทหารที่จะเป็นเกษตรกรุ่นใหม่ในอนาคตเหล่านี้ จะกลายเป็นอีกหนึ่งกำลังหลักที่สำคัญในการสืบทอดอาชีพเกษตร และพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป


ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ เกษตรร่วมกลาโหมเปิด 10 ค่ายทหาร ปั้นเกษตรกรรุ่นใหม่จากทหารกองประจำการ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง