ในหลวงถวายนํ้ามหาสังข์ ตั้ง”สังฆราช”

ปีติ-วันประวัติศาสตร์ สถาปนา”ประมุขสงฆ์” กว่า4หมื่นวัดไทยทั่วโลกย่ำระฆังดังกังวาน20หนประกาศในราชกิจจาฯ มีพระฐานานุกรม15รูป

ปีติวันประวัติศาสตร์สถาปนาประมุขสงฆ์ องค์ที่ 20 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินการพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม กว่า 4 หมื่นวัดทั่วโลกเจริญชัยมงคลคาถาและ ย่ำระฆัง ช่วงเช้าก่อนสถาปนา สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานอุทิศถวายอดีตเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ ท่ามกลางพุทธศาสนิกชนเนืองแน่น เมตตาให้เข้าถวายสักการะจากเดิมไม่มีกำหนดการ ส่วนที่วัดพระแก้ว ประชาชนเข้าจับจองที่นั่งแน่นขนัดตั้งแต่เช้า รอรับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสักการะสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ ด้านเจ้าคณะจังหวัดราชบุรี พระเทพสุเมธี เจ้าอาวาสวัดศรีสุริยวงศ์ พระอนุชา เล่าช่วงชีวิตวัยเยาว์และการติดตาม สมเด็จฯ เผยเป็นพระยอดกตัญญู และใช้ชีวิตสมถะเรียบง่าย

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จราชพิธี

เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ในการพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง โดยเข้าทางประตูวิเศษไชยศรี

เวลา 18.34 น. รถยนต์พระที่นั่งเทียบที่ประตูเกย หลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เสด็จเข้าพระอุโบสถ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระสัมพุทธพรรณี พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พระพุทธเลิศหล้านภาลัย จากนั้นเสด็จฯ ไปที่อาสน์สงฆ์ ทรงประเคนผ้าไตรแด่สมเด็จพระราชาคณะ 6 รูป และพระราชาคณะที่ดำรงตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคม 12 รูป รวม 18 รูป

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ประทับพระราชอาสน์ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ลงจากอาสน์สงฆ์ไปครองผ้าที่ในพระฉาก จากนั้นออกจากพระอุโบสถไปครองผ้าที่พระระเบียงข้างพระอุโบสถ เมื่อครองผ้าเสร็จแล้ว กลับเข้ามานั่งยังอาสน์สงฆ์

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย ทรงกราบ ประทับพระราชอาสน์ที่เดิม เจ้าหน้าที่กองศาสนูปถัมภ์ กรรมการศาสนา นิมนต์พระกรรมการมหาเถรสมาคมไปนั่งที่อาสน์สงฆ์กลางพระอุโบสถ ทรงศีล สมเด็จพระราชาคณะถวายศีลจบ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์ กองอาลักษณ์ และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอ่านประกาศกระแสพระราชโองการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช เสด็จไปประทับที่อาสน์สงฆ์ซึ่งปูลาดไว้ด้านหน้า สมเด็จพระวันรัตกล่าว “สงฺฆราชฏฺฐปนานุโมทนา” แล้วสมเด็จพระธีรญาณมุนีนำสวด “โส อตฺถลทฺโธ” แล้วสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปประทับที่อาสน์สงฆ์ พร้อมด้วยพระกรรมการมหาเถรสมาคม ณ ท่ามกลาง สังมณฑล ซึ่งมีเจ้าคณะใหญ่ เจ้าคณะภาคและเจ้าคณะจังหวัด สวดรับพร้อมกันจบแล้ว

สมเด็จพระสังฆราชเสด็จจากอาสน์สงฆ์กลางพระอุโบสถไปประทับ ณ อาสนะซึ่ง ปูลาดไว้ข้างพระแท่นเศวตฉัตร อาสน์สงฆ์สังฆมณฑล อธิบดีกรมการศาสนาเป็นผู้กราบทูลนำเสด็จไปประทับ พระกรรมการมหาเถรสมาคมตามไปนั่งที่อาสน์สงฆ์สังฆมณฑลพร้อมแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปถวายน้ำพระมหาสังข์ทักษิณาวัฏ แด่สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระสังฆราชทรงแบพระหัตถ์ โดยมีพานแก้วรองรับ ขณะนั้นพระสงฆ์ในสังฆมณฑลเจริญชัยมงคลคาถา โหรหลวงลั่นฆ้องชัย พราหมณ์เป่าสังข์ ภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์ เจ้าพนักงานประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ พระสงฆ์ตามพระอารามทั่วราชอาณาจักรซึ่งชุมนุมในพระอุโบสถเจริญชัยมงคลคาถา และย่ำระฆัง

ย่ำระฆังวัดพระแก้วฉลองสถาปนา

โดยมีนายปรีชาญ อินทรไพโรจน์ ผู้อำนวยการพระคลังข้างที่ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการวัดพระศรีรัตนศาสดาราม รับหน้าที่ย่ำระฆัง ณ หอระฆังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง การย่ำระฆังครั้งนี้ใช้ไม้เหง้าไผ่ตง ตี 3 ลา จังหวะจากช้าไปเร็ว เมื่อจบการตีแล้วจะย่ำระฆังเป็นจังหวะสม่ำเสมอจำนวน 20 ครั้ง ฉลองโอกาสสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

เจ้าหน้าที่กองอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นผู้เชิญทูลเกล้าถวายสมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระสังฆราชทรงรับแล้ว เจ้าหน้าที่กองศาสนูปถัมภ์ กรมการศาสนาเชิญไปตั้งไว้บนพระแท่นเศวตฉัตร ถวายพระตราตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นผู้เชิญทูลเกล้าถวาย สมเด็จพระสังฆราชทรงรับแล้ว เจ้าหน้าที่กองศาสนูปถัมภ์กรมการศาสนาเชิญไปตั้งไว้บนพระแท่นเศวตฉัตร ถวายพัดยศ ไตรแพร เครื่องยศสมณศักดิ์ เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเป็นผู้เชิญทูลเกล้าถวาย สมเด็จ พระสังฆราชทรงรับแล้ว เจ้าหน้าที่กอง ศาสนูปถัมภ์กรมการศาสนาเชิญไปตั้งที่โต๊ะเคียงข้างพระแท่นเศวตฉัตร ประทับพระอาสน์ที่เดิม

พระสงฆ์ในสังฆมณฑลเจริญชัยมงคลคาถาจบ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปถวายใบปวารณาแทนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่สมเด็จพระราชาคณะซึ่งนั่งอยู่ที่อาสน์สงฆ์ ประทับพระอาสน์ที่เดิม ส่วนพระราชาคณะในสังฆ มณฑลจะได้ลงจากอาสน์สงฆ์ เดินเข้าไปรับตามลำดับจำนวน 171 รูป สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ในสังฆมณฑลถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก จบแล้ว อธิบดีกรมการศาสนากราบทูลนำสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ไปประทับ ณ อาสน์สงฆ์ กลางพระอุโบสถ พระพักตร์ตรงพระทวารกลางพระอุโบสถ เพื่อทรงรับเครื่องสักการะ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระมหาเถระผู้ใหญ่ฝ่ายคณะธรรมยุต (สมเด็จพระวันรัต) และพระมหาเถระผู้ใหญ่ฝ่ายมหานิกาย (สมเด็จพระพุทธชินวงศ์) ประธานองคมนตรี นายกรัฐมนตรี ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานศาลฎีกา ถวายเครื่องสักการะแด่สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก แล้ว สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงหันพระองค์กลับไปทรงกราบพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเชิญพัดยศนำเสด็จออกจากพระอุโบสถลงทางพระทวารกลาง พระสงฆ์ในสังฆมณฑลออกจากพระอุโบสถตามสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ลงทางพระทวารท้ายอาสน์สงฆ์

สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลงทางพระทวารกลางพระอุโบสถ ทรงรับเครื่องสักการะของบรรพชิตญวนและจีน แล้วเสด็จจากพระอุโบสถไปประทับรถยนต์พระประเทียบที่ประตูเกย หน้าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เสด็จไปยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

เมื่อสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จพ้นพระอุโบสถไปประทับรถยนต์พระประเทียบแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จออกจากพระอุโบสถไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูเกย หลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เสด็จฯ กลับ

ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

วันเดียวกัน ราชกิจจานุเบกษามีประกาศสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรมีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า โดยที่ตําแหน่งสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ว่างลง สมควรที่จะสถาปนาสมเด็จพระราชาคณะขึ้นดํารงตําแหน่งสมเด็จพระสังฆราช เพื่อจักได้บริหารการพระศาสนา ให้สมบูรณ์สืบไป

จึ่งทรงพระราชดําริว่า สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เป็นพระเถระผู้เจริญในสมณคุณยินดีในเนกขัมมปฏิบัติสมบูรณ์ด้วยศีลสมาจารวัตร รัตตัญญูมหาเถรกรณธรรม ดํารงสถาพรอยู่ในสมณพรหมจรรย์ตลอดมาเป็นเวลาช้านาน ได้ประกอบกรณียกิจเป็นหิตานุหิตประโยชน์แก่พุทธจักรและราชอาณาจักรอย่างไพศาล ดังมีอรรถจริยาปรากฏเกียรติสมภาร ในประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ เป็นสมเด็จพระราชาคณะมหาสังฆนายกเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2552 แล้วนั้น

ครั้นต่อมา สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ ยิ่งเจริญด้วยอุตสาหวิริยาธิคุณ สามารถรับภารธุระพระพุทธศาสนา เป็นพาหุลกิจนิตยสมาทานมิได้ท้อถอย ยังการพระศาสนาให้เรียบร้อยและเจริญมั่นคงยิ่งขึ้นเป็นลําดับตลอดมา ในการบริหารและการปกครองคณะสงฆ์ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม แม่กองงานพระธรรมทูต และที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14-15 (ธรรมยุต) ประธานกรรมการคณะธรรมยุต กรรมการเถรสมาคมธรรมยุต เป็นพระอุปัชฌาย์ นายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยและนายกกรรมการบริหารมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์

คุณูปการสาธารณูปการ

ด้านการศึกษา รับเป็นอาจารย์สอนธรรมวินัยแก่พระภิกษุสามเณร เป็นกรรมการสนามหลวงแผนกธรรมและแผนกบาลี เป็นประธานศูนย์ธรรมศึกษาในสํานักเรียนวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และเป็นองค์อุปถัมภ์โรงเรียนวัดราชบพิธ ด้านการศึกษาสงเคราะห์ เป็นกรรมการฝ่ายการศึกษาสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม ได้จัดมอบทุนสนับสนุนและส่งเสริมแก่นักเรียนที่มีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ทั้งสามัญศึกษาและปริยัติศึกษา เพื่อให้ศิษยานุศิษย์มีโอกาสได้รับการศึกษาชั้นสูงยิ่งขึ้น

ด้านสาธารณูปการ เป็นประธานกรรมการควบคุมดูแลการปฏิสังขรณ์เสนาสนะวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามให้มีสภาพมั่นคงสง่างามดังที่ปรากฏในปัจจุบัน นอกจากนั้นยังได้อุปการะการสร้างและปฏิสังขรณ์เสนาสนะให้แก่วัดต่างๆ เป็นจํานวนมาก

ด้านการสาธารณสงเคราะห์ ได้รับเป็นประธานมูลนิธิพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร และสนับสนุนช่วยเหลือทางราชการในการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยต่างๆ ตามเหตุการณ์ทุกครั้ง

ด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ได้รับอาราธนาแสดงธรรมเทศนาในวันธรรมสวนะให้แก่ผู้มารักษาศีลปฏิบัติธรรม เป็นผู้บุกเบิกนําพระพุทธศาสนาไปเผยแผ่ที่นครซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ เครือรัฐออสเตรเลีย รวมทั้งได้วางรากฐานการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างมีรูปแบบ ทําให้พระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทมีความมั่นคงในไพรัชประเทศ มีวัดและพระสงฆ์ไทยอยู่ประจําที่เครือรัฐออสเตรเลีย หลายแห่ง

รวมทั้งเป็นผู้แทนมหาเถรสมาคมในคราวที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานวันวิสาขบูชาวันสําคัญสากลของโลก ณ สํานักงานใหญ่ องค์การสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐ อเมริกา

พระราชโองการโปรดสถาปนา


บัดนี้ เป็นที่ประจักษ์ว่า สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เป็นผู้เจริญยิ่งด้วยพรรษายุกาล รัตตัญญูมหาสถาวีรธรรม ยินดีในเนกขัมมปฏิบัติ ทั้งคันถธุระและวิปัสสนาธุระ เป็นอจลพรหมจริยาภิรัต ดํารงมั่นในไตรสิกขามิได้เสื่อมถอย มีจริยาการสํารวมเรียบร้อย ไม่หวั่นไหวต่อโลกามิส เป็นคุรุฐานียบัณฑิตผู้มีกิตติประวัติอันผ่องแผ้ว สงเคราะห์พุทธบริษัท ปกครองคณะสงฆ์ เป็นอุปัธยาจารย์ของมหาชนมากมาย มีศิษยานุศิษย์แพร่หลายไพศาล เป็นที่เคารพสักการแห่งมวลพุทธศาสนิกบริษัททั่วสังฆมณฑลตลอดจนประชาราษฎรทั่วไป สมควรจะได้สถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกประธานาธิบดีแห่งสังฆมณฑล เพื่อเป็นศรีศุภมงคลแห่งพระบวรพุทธศาสนาสืบไป

จึงมีพระราชโองการโปรดสถาปนา สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช มีพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สุขุมธรรมวิธานธํารง สกลมหาสงฆปริณายกตรีปิฎกธราจารย อัมพราภิธานสังฆวิสุต ปาพจนุตตมสาสนโสภณ กิตตินิรมลคุรุฐานียบัณฑิตวชิราลงกรณนริศรปสันนาภิสิตประกาศ วิสารทนาถธรรมทูตาภิวุฒ ทศมินทรสมมุติปฐมสกลคณาธิเบศรปวิธเนตโยภาสวาสนวงศวิวัฒ พุทธบริษัทคารวสถาน วิบูลสีลสมาจารวัตรวิปัสสนสุนทร ชินวรมหามุนีวงศานุศิษฏบวรธรรมบพิตร สมเด็จพระสังฆราช เสด็จสถิต ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร พระอารามหลวงกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในสังฆมณฑลทั่วราชอาณาจักรขออาราธนาให้ทรงรับธุระพระพุทธศาสนา เป็นภาระสั่งสอน ช่วยระงับอธิกรณ์ และอนุเคราะห์พระภิกษุสามเณรในสังฆมณฑลทั่วไป โดยสมควรแก่พระอิสริยยศซึ่งพระราชทานนี้ ทรงเจริญพระชนมายุ วรรณ สุข พล ปฏิภาณ คุณสาร สิริสวัสดิ์ จิรัฏฐิติวิรุฬหิไพบูลย์ ในพระพุทธศาสนา เทอญ

ให้ทรงมีพระราชาคณะและพระครูฐานานุกรมประดับพระอิสริยยศ 15 รูป คือ พระมหาคณิสร พุทธศาสนิกนิกรปสาทา ภิบาล สกลสังฆประธาน มหาสถาวีรกิจการี นายกบดีศรีรัตนคมกาจารย์

พระราชาคณะปลัดขวา 1 พระจุลคณิศร สัทธรรมนิติธรมหาเถราธิการ คณกิจบรรหารธุรการี สมุหบดีศรีธรรมภาณกาจารย์ พระราชาคณะปลัดซ้าย 1 พระครูวินยาภิวุฒิ 1 พระครูสุตตาภิรม 1

พระครูวิจารณ์ธรรมกิจ พระครูพระปริต 1 พระครูวิจิตรธรรมการ พระครูพระปริต 1 พระครูวินัยธร 1 พระครูธรรมธร 1 พระครูโฆสิตสุทธสร พระครูคู่สวด 1 พระครูอมรสรนาท พระครูคู่สวด 1 พระครูพิลาสบรรณวัตร 1 พระครูพิพัฒบรรณกร 1 พระครูสังฆวิธาน 1 พระครูสมุห์ 1 พระครูใบฎีกา 1 ขอให้พระคุณผู้ได้รับตําแหน่งทั้งปวงนี้ มีความสุขสิริสวัสดิ์สถาพรในพระบวรพุทธศาสนา เทอญ

ประกาศ ณ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2560 เป็นปีที่ 2 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

เผยความหมายพระนาม

ในหนังสือพระประวัติสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งคณะสงฆ์วัดราชบพิธฯ จัดพิมพ์ถวาย ระบุความหมายพระนามสมเด็จพระสังฆราชว่า “สมเด็จพระผู้มีญาณสืบมาแต่วงศ์พระอริยเจ้า ทรงเป็นผู้มีธรรมวิธีอันละเอียดอ่อน ทรงเป็นผู้นำพระสงฆ์หมู่ใหญ่ทั้งปวง ทรงเป็นอาจารย์ผู้ทรงไว้ซึ่งพระปริยัติธรรม คือ พระไตรปิฎก ปรากฏพระนามฉายาในทางสงฆ์ว่า อมฺพโร ทรงงดงามในพระศาสนาด้วยทรงพระปรีชากว้างขวางในพระอุดมปาพจน์ คือพระธรรมวินัย ทรงดำรงพระเกียรติโดยปราศจากมลทิน และทรงเป็นครู สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาด้วยเหตุที่ทรงพระราชศรัทธาเลื่อมใส ทรงเป็นที่พึ่งผู้แกล้วกล้าและมีพระปรีชาฉลาดเฉลียว ทรงเป็นผู้ยังความเจริญแก่กิจการพระธรรมทูต ทรงเป็นใหญ่ในสงฆ์ทั้งปวง (คือทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราช) พระองค์แรกที่ได้รับพระราชทานสถาปนาในรัชกาลที่ 10 ทรงยังแสงสว่างแห่งแบบอย่างอันดีงามให้บังเกิด โดยเจริญรอยตามสมเด็จพระอุปัชฌาย์ คือ สมเด็จพระสังฆราช (วาสนมหาเถร) ทรงเป็นที่ตั้งแห่งความเคารพของพุทธบริษัท ทรงงดงามในพระวิปัสสนาธุระ ทรงพระศีลาจารวัตรอันไพบูลย์ ทรงเป็นอนุศิษย์ผู้สืบวงศ์สมณะมาแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวง ชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ทรงเป็นเจ้าผู้เจริญในทางธรรม ทรงเป็นราชาแห่งหมู่สงฆ์”

เครื่องยศสมณศักดิ์

ทั้งนี้เครื่องยศสมณศักดิ์ของสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประกอบด้วย พระตราตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช พัดยศ ไตรแพร บาตรพร้อมด้วยฝาและเชิงบาตรถมปัด พานพระศรี (มังสี 2 ตลับพู่ 1 จอก 1 ซองพลู 1 พร้อมพลู) ขันน้ำพานรองมีจอก ถาดสรงพระพักตร์ ขันน้ำพานรองมีจอก คลุมตาดรูปฝาชี หีบตราจักรี (หีบหลังเจียด) หีบพระโอสถหลังนูน คนโท กาทรงกระบอก หม้อลักจั่น ปิ่นโตกลม 4 ชั้น สุพรรณราช และสุพรรณศรี

กว่า 4 หมื่นวัดทั่วโลกย่ำระฆัง

นายบุญเชิด กิตติธรางกูร ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม รองโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่มหาเถรสมาคมมีมติให้วัดทั่วประเทศและทั่วโลกประชุมสงฆ์เพื่อเจริญชัยมงคลคาถาและย่ำระฆัง เนื่องในพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ในช่วงเวลา 18.00 น. ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม นั้น ขณะนี้วัดไทยทั่วประเทศและทั่วโลก จำนวน 40,000 กว่าวัด ได้เตรียมความพร้อมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้เชิญหัวหน้าส่วนราชการและพุทธศาสนิกชนในจังหวัดร่วมในพิธีดังกล่าวด้วย คาดว่าเสียงสาธุการจะดังกระหึ่ม และเสียงระฆังจะดังกังวานก้องไปไกล เป็นการบ่งบอกว่าขณะนี้ได้มีการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 20 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ประชาชนสักการะที่วัดราชบพิธ

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ในช่วงเช้าวันเดียวกัน สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อัมพโร) เจ้าอาวาส เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานอุทิศถวายอดีตเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ ที่พระอุโบสถ โดยตลอดสองข้างทางที่สมเด็จพระมหามุนีวงศ์เดินมาจากตำหนักอรุณมาจนถึงพระอุโบสถ มีพุทธศาสนิกชนจำนวนมากรอถวายสักการะ และเมื่อสมเด็จพระมหามุนีวงศ์เดินทางมาถึง พุทธศาสนิกชนทุกคนพร้อมใจกันลงกราบลงบนพื้น ขณะที่บางคนนำพวงมาลัยดอกไม้ถวาย และหลังจากสมเด็จพระมหามุนีวงศ์เข้ายังพระอุโบสถแล้ว พุทธศาสนิกชนนั่งเฝ้ารอจนเต็มโดยรอบพระอุโบสถ โดยทางวัดราชบพิธฯ ได้จัดโรงทานเลี้ยงอาหารประชาชนด้วย

จากนั้น เวลา 09.00 น. สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานอุทิศถวายอดีตเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ ที่พระอุโบสถ โดยนิมนต์พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 30 รูป สวดมาติกา สดับปกรณ์ บังสุกุล กระทั่งเวลาประมาณ 09.40 น. จึงเสร็จพิธี โดยสมเด็จพระมหามุนีวงศ์เห็นว่ามีพุทธศาสนิกชนมารอถวายสักการะจำนวนมาก จึงให้พุทธศาสนิกชนบางส่วนที่มาเฝ้ารอได้เข้าถวายสักการะ จากเดิมที่ในช่วงเช้าไม่มีกำหนดการให้ถวายสักการะ ทั้งนี้ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ให้พุทธศาสนิกชนได้ถวายสักการะอย่างใกล้ชิดเป็นเวลาประมาณ 30 นาที จึงกลับไปยังตำหนักอรุณ

รอร่วมพิธีแน่นที่วัดพระแก้ว

ส่วนที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาจับจองพื้นที่ริมทางเสด็จพระราชดำเนินของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทางเสด็จของสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ในการพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยส่วนมากมารอตั้งแต่เวลา 08.30 น. หลังเจ้าหน้าที่เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดา ราม ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ของสำนักพระราชวังได้อำนวยความสะดวกด้วยการจัดเตรียมเสื่อปูให้ประชาชนได้สำรองที่นั่งและรับเสด็จอย่างเป็นระเบียบ

พระอนุชาเผยจริยวัตรงดงาม

วันเดียวกัน พระเทพสุเมธี สุปฏิปันโนราชบุรี (ไสว วัฑฒโน) เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี ฝ่ายธรรมยุต เจ้าอาวาสวัดศรีสุริยวงศ์ พระอารามหลวง ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี พระอนุชาของสมเด็จพระสังฆราช เปิดเผยว่า สมเด็จฯ ท่านเป็นพระที่มีความกตัญญู รักครอบครัว รักพี่รักน้อง

“วัยเด็กเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน ท่านไปเรียนหนังสืออยู่กับคุณลุง ส่วนอาตมาอยู่บ้าน ห่างไกลกัน ตอนท่านกลับมาจึงได้ใกล้ชิด ต่อมาท่านบวชเป็นสามเณร อาตมายังเรียนหนังสืออยู่ สนิทสนมกัน ภายหลังต่างคนต่างแยกกันอยู่ก็เลยห่างกัน แต่ยังติดต่อกัน สมเด็จฯท่านรักพี่รักน้อง ช่วยเหลือน้องๆ อยู่เสมอ ครอบครัวของอาตมาไม่ใช่ครอบครัวที่ร่ำรวยอะไร พี่น้องมีหลายคน รุ่นอาตมาเรียนไม่สูงหรอก แต่น้องได้เรียนสูง เพราะสมเด็จฯท่านเมตตาส่งน้องๆ เรียนหนังสือ ตอนนั้นท่านเข้าไปอยู่กรุงเทพฯแล้ว อยู่ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร แต่ท่านคิดถึงน้องๆ ก็เอาเข้าไปอยู่ด้วยและส่งเสียให้เรียนหนังสือจนสำเร็จ” พระเทพสุเมธีกล่าว

พระเทพสุเมธีกล่าวด้วยว่า สมเด็จฯ ท่านเป็นคนกตัญญูกตเวที ตั้งแต่โยมพ่อโยมแม่ ทั้งสองยังอยู่ มีโอกาสท่านก็มาเยี่ยมทุกเดือน และคอยส่งเสียญาติโยม รักน้องๆ น้องทุกคนได้รับความอุปการะจากท่าน ไม่เคยทิ้งพี่ น้องเลย

“สมเด็จฯท่านใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ อยู่แบบธรรมดา อะไรก็ได้ไม่พิถีพิถัน แต่ต้องสิ่งที่ถูกนะ ถ้าใครทำอะไรไม่ถูก ทำผิด ท่านต้องสอนต้องว่า น้องๆ ก็เหมือนกันถ้าทำไม่ถูกท่านก็จะสั่งสอน สมเด็จฯท่านไม่นั่งรถหรูหรา แท็กซี่ท่านก็นั่ง อาตมาก็เคยนั่งแท็กซี่ไปงานกับท่าน แม้แต่รถสามล้อก็เคยนั่งเมื่อตอนที่ท่านเป็นพระราชาคณะ” พระเทพสุเมธีกล่าว

พระเทพสุเมธีกล่าวต่อไปว่า ในส่วนการเสด็จมาที่วัดศรีสุริยวงศ์ ท่านจะเสด็จทุกครั้งที่มีงานที่วัด อาทิงานประจำปี งานบำเพ็ญกุศลคณาจารย์ หลวงพ่ออาจารย์ ถ้าท่านไม่มีภารกิจท่านจะมาทุกปี มาเป็นประธาน งานบำเพ็ญกุศลของโยมพ่อและโยมแม่ ท่านจะเสด็จทุกปี ส่วนการจัดรับรองหรืองานสมโภชเป็นหน้าที่ของจังหวัดจะจัดการงานพิธีอย่างไร สำหรับพี่น้องก็มีความปีติยินดีอนุโมทนาสาธุที่ท่านได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 ทุกคนดีใจและยินดี

“ในส่วนตัวอาตมาถือว่าเป็นพระอนุชาที่ใกล้ชิดที่สุด ได้บวชและนอนพักอยู่ด้วยกันกับกุฏิท่านที่วัดตรีญาติ ต.บางป่า อ.เมือง ราชบุรี และมักจะติดตามท่านเสด็จไปทุกที่ สำหรับวันสถาปนา ในช่วงบ่ายก็เดินทางเข้าไปสักการะท่านที่วัดราชบพิธฯ และอยู่ร่วมในพระราชพิธีสถาปนา ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง อย่างไรก็ตาม ยังคงปฏิบัติกิจสงฆ์อย่างปกติที่เคยมาตามคำสั่งสอนของสมเด็จฯท่าน” พระอนุชาสมเด็จพระสังฆราชกล่าว

ให้เฝ้าสักการะหลังรับสถาปนา

เวลา 18.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่วัดราชบพิธฯ หลังเสร็จพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช เวลา 20.13 น. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกเสด็จโดยรถยนต์พระประเทียบถึงหน้าวัดราชบพิธฯ ด้านถนนราชบพิธ มีวงดุริยางค์โรงเรียนวัดราชบพิธบรรเลงเพลงมหาฤกษ์ จากนั้นข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเชิญพระสุพรรณบัฏ พัดยศ และเครื่องประกอบพระอิสริยยศตามเสด็จ ก่อนทรงพระดำเนินผ่านแถวคณะครูและนักเรียนโรงเรียนวัดราชบพิธที่นั่งรายทางรับเสด็จ

จากนั้นเสด็จเข้าสู่พระอุโบสถทางประตูกลาง โดยมีพระสงฆ์ 10 รูป เจริญชัยมงคลคาถา สมเด็จสังฆราชทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธอังคีรส ประธานพระอุโบสถ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ถวายสักการะพระอัฐิและอัฐิอดีตเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ ระหว่างนั้นข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเชิญพระสุพรรณบัฏ พัดยศ และเครื่องประกอบพระอิสริยยศประดิษฐานบนม้าหมู่เคียงซ้ายขวาพระอาสน์

สมเด็จพระสังฆราชเสด็จขึ้นประทับพระอาสน์ ซึ่งทอดอยู่หน้าเบญจา ผินพระพักตร์ออกหน้าพระอุโบสถ จากนั้นพระพรหมมุนี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ เฝ้าถวายเครื่องสักการะ และกราบทูลแสดงภักดีจิตในนามคณะสงฆ์วัดราชบพิธฯ ก่อนที่พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองมนตรีและรัฐบุรุษ เฝ้าถวายเครื่องสักการะในนามคณะพุทธบริษัท ตามด้วยคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และศิษยานุศิษย์ เฝ้าถวายเครื่องสักการะ

สมเด็จพระสังฆราชเสด็จลงจากพระอาสน์ ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ที่เจริญชัยมงคลคาถา ก่อนขึ้นประทับพระอาสน์ หมู่พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ทรงกรวดน้ำ แล้วประทานพระวโรกาสให้ช่างภาพฉายพระรูป ก่อนเสด็จขึ้นตามพระอัธยาศัย