เดียร์ฝ่าตำรวจ-วางดอกไม้จุดเทียนรำลึก “เสธ.แดง” ถูกลอบยิงครบ 7 ปี

 
“บิ๊กจิ๋ว”เปิดบ้านวันเกิด พร้อมชำแหละ 3 ปีรัฐบาลคสช. โพลชี้ชาวบ้านอยากฟังแนวทางแก้เศรษฐกิจมากที่สุด แนะนายกฯเดินตามโรดแม็ป โฆษกรัฐบาลชง”บิ๊กตู่”เคาะรูปแบบแถลงผลงาน ชทพ.ท้าพูดความจริง 3 ปี”เสียของ”หรือไม่ ตร.ยอมเปิดทาง”เดียร์-ขัตติยา” วางดอกไม้จุดเทียนรำลึกจุด”เสธ.แดง”ถูกลอบยิงเมื่อปี 53 ผ่านมา 7 ปีคดีไม่คืบ จี้เร่งหาตัวคนผิดมาลงโทษ รัฐบาลเตือนคนใช้คอมพ์ระวังมัลแวร์เรียกค่าไถ่ สั่งกระทรวง”ดีอี”เฝ้าระวัง เครือข่ายพยาบาลออกแถลงการณ์ จี้ครม.บรรจุเป็นข้าราชการ ไม่เช่นนั้นจะรณรงค์นัดลาออกพร้อมกัน 30 ก.ย.

 

รอ”ตู่”เคาะรูปแบบแถลงผลงาน

เมื่อวันที่ 13 พ.ค. พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการแถลงผลงานรัฐบาลครบรอบ 3 ปีว่า หลังจากเชิญสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และกรมประชาสัมพันธ์ หารือร่วมกันเพื่อกำหนดรูปแบบว่าการแถลงผลงานรัฐบาล 3 ปีนั้น โดยจะนำเสนอรูปแบบให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาในวันที่ 15 พ.ค.นี้ แต่ยังบอกรายละเอียดไม่ได้ ต้องรอนายกฯพิจารณาก่อน เพื่อเตรียมแถลงผลงานรัฐบาล ในช่วงปลายเดือนมิ.ย.หรืออย่างช้าต้นเดือนก.ค.นี้ แต่ยังไม่ได้กำหนดวันที่แน่นอน ส่วนการแถลงผลงานของคสช.จะแยกไปดำเนินการเองโดยจะเผยแพร่ข้อมูลในรูปแบบวีดิทัศน์ ในช่วงปลายเดือนพ.ค.หรือต้นเดือนมิ.ย.นี้

 

“ตือ”ท้ารัฐบาล-คสช.พูดความจริง

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงการทำงานรัฐบาลและคสช.ครบรอบ 3 ปีว่า คิดว่าคสช.และรัฐบาลจะเป็นคนตอบคำถามได้ดีที่สุด ถ้ากล้าที่จะไม่หลอกลวงในปัญหาต่างๆ ที่คสช.พูดไว้ 3 ปีก่อนนี้ที่จะเข้ามาแก้ไข ตั้งแต่เรื่องปรองดอง การปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ซึ่งมีเครื่องไม้เครื่องมือ มีข้อมูลข่าว รัฐบาลและคสช.ต้องกล้าพูดความจริง ประชาชนเพียงแต่ให้กำลังใจ ฝากความหวังว่าจะไม่เสียของในสิ่งที่ลงทุนสูง เอาประชาธิปไตยเข้าแลก สิ่งที่จะได้มาต้องดีกว่า แต่วันนี้ 3 ปีแล้วยังไม่เห็นเลย ที่สำคัญทั้งรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ยังไม่ส่งสัญญาณเลยว่าจะปฏิรูปอย่างไร มีแต่จะเหนี่ยวรั้งถอยหลังเข้าคลอง

 

ผู้สื่อข่าวถามว่าเจตนาทั้งการร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ การตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ สะท้อนได้หรือไม่ว่างานที่วางไว้ยังไม่สำเร็จต้องสานต่อ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ไม่ใช่อยู่เพื่อสานต่อ เพียงแต่ต้องการถือครองอำนาจตรงนี้ไว้ จริงๆ แล้วถ้าตามเจตนารมณ์ที่วางไว้ เขาต้องปล่อยมือหมดแล้ว และวางเอาไว้ให้โดยเห็นเป็นรูปเป็นร่าง และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงจริงๆ แต่ถามว่าวันนี้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีใครยอมรับบ้าง และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญยังไม่ออกมา เพียงแต่ร่างผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เห็นแล้วว่าวาระแรกเสียงเป็นอย่างไร วันนี้ฟังเสียงรอบข้างไหม ที่เป็นเสียงประชา ชน โดยเฉพาะคนบ้านนอกเป็นอย่างไร

 

วอนเปิดใจรับฟังเสียงรอบข้าง

“ผมว่าสิ่งเหล่านี้ ถ้ารัฐบาลเปิดหู เปิดตา เปิดใจ จะเห็นความจริงว่าอะไรเกิดขึ้น 3 ปีที่คสช.เข้ามายึดอำนาจอยู่ ทำอะไรให้กับประเทศ ส่งผลให้กับประเทศอย่างไร และเชื่อว่าไม่มีใครกล้าให้คะแนนผ่านหรือไม่ผ่าน ไม่อย่างนั้นจะกลายเหมือนดิสเครดิตรัฐบาล สร้างความไม่พอใจได้ แค่อยากให้รัฐบาลเปิดหู เปิดตา เปิดใจ ฟังเสียงรอบข้างที่เป็นเสียงประชาชนบ้าง” นายสมศักดิ์กล่าว

 

เมื่อถามว่าปัญหาปากท้องเป็นปัญหาอันดับหนึ่งที่ประชาชนเรียกร้องแก้ไขมากที่สุด นายสมศักดิ์กล่าวว่า ปัญหาปากท้องถือเป็นหัวใจสำคัญของทุกรัฐบาล วันนี้ลำบากยากแค้นมาก ผลผลิตทางการเกษตรและราคาเป็นอย่างไร เวลาที่เหลือจากนี้ของรัฐบาลก่อนสู่การเลือกตั้ง ตนคิดว่าช่วงเวลาที่เหลือนี้อย่าไปเล่น อย่าไปมองการเมือง อย่าไปมองเอาใครหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมาเป็นศัตรู หรือเป็นข้อจำกัด มาเป็นอุปสรรค และลงมือทำอย่างจริงจัง องคาพยพรัฐบาลมีอยู่แล้ว น่าจะทำได้ เพียงให้กำลังใจและฝากความหวัง

 

ปชป.ซัด 3 ปี แก้ทุจริตไม่ได้

นายถวิล ไพรสณฑ์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการทำงานครบ 3 ปีของรัฐบาลและคสช.ว่า ที่ผ่านมาการปฏิรูประบบราชการ นับตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามา มีการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ระบบราชการทั้งหมด ตรงนี้เป็นที่มาของการคอร์รัปชั่นเพราะรัฐบาลทำการลดอำนาจของประชาชน โดยไม่มีการปฏิรูปแก้ไขในส่วนนี้อย่างจริงจัง สิ่งที่รัฐบาลต้องทำกับระบบราชการคือลดอำนาจข้าราชการและข้าราชการการเมือง แล้วไปเพิ่มอำนาจให้กับประชาชน แต่ตลอด 3 ปี การแก้ไขกฎหมายสำคัญต่างๆ รัฐบาลให้อำนาจข้าราชการการเมืองเป็นผู้แก้ปัญหา โดยไม่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งแก้ปัญหาในระยะยาวไม่ได้ รัฐบาลต้องสร้างพลังประชาชนให้เข้มแข็ง ให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบอำนาจรัฐ

“ยุคการเมืองที่มีอำนาจพิเศษ การทุจริตคงมีพอๆ กับยุครัฐบาลปกติ เพราะมีจุดอ่อนที่ถือเป็นจุดใหญ่มาก คือไม่มีอำนาจใดสามารถตรวจสอบรัฐบาล คสช.ได้ แม้รัฐบาล คสช. ชอบพูดว่ามีการวางนโยบาย หรือการ บูรณาการอยู่ตลอด 3 ปี แต่ในความเป็นจริงนั้น การบูรณาการที่เขาว่าเป็นการให้อำนาจข้าราชการและข้าราชการการเมืองทั้งสิ้น นอกจากนี้การป้องกันและปราบปรามการทุจริต รัฐบาลได้วางกฎหมายที่มีบทลงโทษรุนแรงขึ้น เช่น การตั้งศาลทุจริต แต่การบังคับใช้กฎหมายเราไม่เห็นภาพที่ชัดเจนเลย ดังนั้นตราบใดที่ไม่ให้อำนาจประชาชนตรวจสอบอำนาจรัฐและข้าราชการ เราก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาการทุจริตได้” นายถวิลกล่าว

 

สปท.ป้องคสช.ดีกว่ารบ.เลือกตั้ง

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงฝ่ายการเมืองโจมตีรัฐบาล และคสช.ที่บริหารประเทศ 3 ปี แต่ไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันว่า คนที่ออกมาส่วนใหญ่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับ คสช. โจมตีแบบไม่มีเหตุผล จึงไม่ควรให้ราคาค่างวดคนเหล่านั้น บางคนออกมาโจมตีเพราะไม่ได้ดั่งใจ บางคนผิดหวังเพราะไม่ได้อย่างที่อยากได้ ทั้งที่สมัยตนเองเป็นรัฐบาล ก็ไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

“ถ้ามองด้วยใจเป็นธรรม รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.ทำได้ดีกว่าสงบกว่า ปราบทุจริต เรียบร้อยกว่ารัฐบาลเลือกตั้งทุกชุดที่ผ่านมา คนเหล่านี้จ้องทำลาย ติเตียน ดิสเครดิตให้สะใจเขา แต่ไม่ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองบ้าง ทั้งเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ เทียบไม่ได้กับรัฐบาลนี้ มาโจมตีเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจว่าคนเดือดร้อนแต่ไม่ยอมมองภาพรวมทั่วโลก ในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าเป็นรัฐบาลอื่น คงทำไม่ได้เหนือกว่ารัฐบาลพล.ประยุทธ์” นายวันชัยกล่าว

โพลเผยอยากฟังแนวกระตุ้นศก.

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสำรวจเรื่อง “แถลงผลงาน 3 ปี รัฐบาลอย่างไร? จึงจะถูกใจประชาชน” เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนที่สนใจติดตามการทำงานของรัฐบาลที่จะจัดแถลงผลงานครบรอบ 3 ปี ในช่วงต้นเดือนมิ.ย.นี้ โดยสำรวจจากประชาชน 1,185 คน ระหว่างวันที่ 8-12 พ.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ร้อยละ 75.95 อยากฟังแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การค้าและการลงทุน ร้อยละ 73.92 อยากฟังเรื่องการบริหารบ้านเมืองและการใช้งบประมาณ ร้อยละ 68.61 เรื่องนโยบายการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ร้อยละ 66.58 เรื่องเกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้ง และร้อยละ 55.44 เรื่องความรู้สึกส่วนตัวหรือความในใจของนายกฯ

สิ่งที่ประชาชนอยากบอกกับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ กับการก้าวสู่ปีที่ 4 ร้อยละ 83.80 เน้นแก้ปัญหาปากท้อง ความเดือดร้อนของประชาชน ร้อยละ 81.01 เร่งสร้างผลงานให้เป็นรูปธรรม อยากเห็นบ้านเมืองดีขึ้น ร้อยละ 70.13 เดินหน้าตามโรดแม็ป สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ร้อยละ 65.82 การใช้อำนาจในทางที่เหมาะสม ยุติธรรม และร้อยละ 49.87 ขอเป็นกำลังใจให้รัฐบาล อยู่ทำงานจนครบวาระ

เย้ยคนเขียนกม.ไม่ได้มาจากปชต.

นายชัยเกษม นิติสิริ อดีตรมว.ยุติธรรมและแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาการสรรหาคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ตามคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 23/2560 ว่า เรื่องนี้เป็นอีกบทพิสูจน์ที่ทำให้เห็นว่าคนคิดคำสั่งกับการปฏิบัติไปกันไม่ได้ ถ้าคนคิดไม่เป็นหรือคิดอะไรที่เกินเลย ถึงเวลาปฏิบัติก็ทำได้ยาก มีความยุ่งยากก็จะเกิดปัญหาเช่นในตอนนี้

“อยากให้คอยดูว่ารัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติแล้ว ผมทำนายล่วงหน้าเลยว่าจะมีปัญหาตามมามาก เพราะคนคิดไม่เข้าใจในส่วนของคนที่ต้องปฏิบัติ นี่คือปัญหาของการเขียนกฎหมายโดยผู้ที่ไม่ได้มาจากประชาชน ถ้าคนเขียนมาจากประชาชนก็คงถูกลงโทษ แต่คนพวกนี้ใครจะไปลงโทษเขาได้ เรื่องที่เกิดจะเป็นการทิ้งปัญหาให้กับสังคมและประชาชน ขอให้ติดตามดูเป็นเรื่องๆ ผมเชื่อว่าปัญหาเรื่องนี้เกิดขึ้นอีกเยอะ” นายชัยเกษมกล่าว

หวั่นกม.เลือกส.ส.เจอปัญหา

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรมว.ต่างประเทศกล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วงการใช้รัฐธรรมนูญ ที่เริ่มต้นใช้ก็ปรากฏว่าตัวบทกฎหมายที่เขียนเอาไว้ดีมากจนเกิดปัญหาในการปฏิบัติตามข้อกำหนด เช่น กรณีคุณสมบัติของคณะกรรมการสรรหาคตง. ที่มีปัญหาอยู่ขณะนี้ว่าไม่สามารถสรรหาคนเข้ามาเป็นกรรมการสรรหาได้ตามสเป๊ก หรือหาผู้ที่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดเอาไว้ได้ จนนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ต้องมาหาทางออกอยู่ และไม่ทราบว่าจะพบเจอปัญหาอะไรในอนาคตอีกหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายการเลือกตั้งส.ส.ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ กฎหมายที่มาของส.ว. กฎหมายพรรคการเมือง กฎหมายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญอื่นอีกหลายฉบับ จึงรู้สึกเป็นห่วงเพราะอาจจะทำให้เกิดปัญหาตามมาอีก

จี้รัฐ-คสช.เร่งศึกษารธน.ใหม่

นายสุรพงษ์กล่าวว่า อยากให้รัฐบาล คสช. รีบศึกษาบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญให้ละเอียดรอบคอบเพราะตอนทำประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ ประชาชนไม่มีโอกาสได้อ่านและทำความเข้าใจกับบทบัญญัติต่างๆ ได้อย่างละเอียดถี่ถ้วน และเมื่อรัฐธรรมนูญปี 2560 มีผลใช้บังคับแล้ว ทุกคน ทุกหน่วยงานและส่วนราชการต่างๆ ในภาครัฐต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมาย อีกทั้งรัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องมีการตราพ.ร.บ.ที่สำคัญขึ้นอีกหลายกรณีเพื่อให้ภาครัฐนำมาใช้ประกอบในการพิจารณา ตัดสินใจ อนุมัติในการดำเนินการของส่วนราชการ และเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและเงินแผ่นดิน

นายสุรพงษ์กล่าวว่า หวังว่ารัฐบาลคสช. ต้องเร่งรีบดำเนินการให้ถูกต้อง ครบถ้วนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ อย่างเคร่งครัด และต้องทำความเข้าใจบทบัญญัติให้ถ่องแท้ด้วยว่ารัฐบาลจะทำอะไรได้บ้างหรือทำอะไรไม่ได้ ต้องตรากฎหมายใดขึ้นมาต้องผ่านความเห็นชอบของประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

เดียร์ฉุน-โพสต์ถาม”บิ๊กตู่”

น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า วันที่ 13 พ.ค. 2553 คือวันที่พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง พ่อของตนถูกลอบยิง และวันนี้(13 พ.ค.) คือวันครบ 7 ปีที่ถูกลอบยิง ซึ่ง 7 ปีที่คดียังไม่มีอะไรคืบหน้า เป็น 7 ปีที่คิดถึงพ่อทุกวัน แต่เป็น 7 ปีที่ทำให้รู้ว่าอย่างน้อยครั้งหนึ่ง เคยมีทหารที่จบจากโรงเรียนนายร้อย จปร. ต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพและอำนาจอธิปไตยให้เป็นของประชาชนจริงๆ ขอใช้โอกาสครบ 7 ปีวันนี้ ฝากถึงนายทหารที่จบ จปร. ในฐานะที่พล.ต.ขัตติยะ เป็นอดีตนักเรียนจปร. ที่โดนลอบสังหารใจกลางเมืองกรุงเทพฯ

“อยากถามคุณลุงและคุณอาทุกคน ถึงเรื่องที่โฆษกคสช. ชี้แจงว่าเจ้าหน้าที่ห้ามเดียร์ไปวางดอกไม้และไหว้พ่อตรงจุดที่คุณพ่อถูกยิงว่าใครคือผู้ที่สั่งห้าม หวังว่าเรื่องนี้คงไม่ถูกโยนไปที่นายทหารชั้นผู้น้อย เพราะการออกนโยบายเช่นนี้ควรเป็นการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชาระดับสูง ไม่ใช่ให้นายทหารยศพันเอกออกมาชี้แจง โดยไม่บอกว่าเป็นคำสั่งของใคร ขอถือโอกาสนี้ถามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. เพราะพล.อ.ประยุทธ์ ก็มีลูกสาว 2 คน ถ้าลูกสาวถูกห้ามไปกราบพ่อ เขาจะรู้สึกอย่างไร และมันถูกต้องหรือไม่ ขอถามพล.อ.ประยุทธ์เลยว่า คุณพ่อเดียร์ถูกยิงตาย แค่เดียร์จะไปกราบตรงจุดที่ท่านโดนยิง ขออนุญาตอาตู่ตรงนี้ อาตู่จะอนุญาตหรือไม่” น.ส.ขัตติยาระบุ

ยันไปวางดอกไม้รำลึกเสธ.แดง

น.ส.ขัตติยาให้สัมภาษณ์ถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่อนุญาตให้วางดอกไม้เพื่อรำลึกถึงวันที่พล.ต.ขัตติยะถูกลอบยิงเสียชีวิตครบ 7 ปีว่า ไม่เข้าใจและไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมจึงมีคำสั่งไม่อนุญาต เนื่องจากที่ผ่านมา 6 ครั้ง ตนและบุคคลใกล้ชิดนำดอกไม้และจุดเทียนรำลึกถึงบิดาเป็นการส่วนตัว ไม่ได้นัดใครเพื่อจัดกิจกรรม ยืนยันว่าจะนำดอกไม้ไปวางเหมือนเช่นทุกปีในช่วงเย็นวันนี้ ส่วนบุคคลอื่นๆ ที่มีน้ำใจคิดถึงพล.ต.ขัตติยะ จะเดินทางมาร่วมคงไม่สามารถควบคุมได้

“ได้รับโทรศัพท์จากตำรวจสน.ลุมพินี ว่ามีการประสานจากทางทหารไม่อนุญาตให้ไปวางดอกไม้ จึงชี้แจงไปว่าไปวางดอกไม้เหมือนทุกปี ไม่มีกิจกรรม แต่ตำรวจยืนยันว่าให้เข้าไปวางไม่ได้ ถ้าจะเข้าไป ต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูแล ซึ่งตอบไปว่าจะทำอะไรก็ทำเพราะไม่สามารถไปห้ามมวลชนที่เขาจะมากันเองได้” น.ส.ขัตติยากล่าว

ตร.อนุญาตให้แค่คนเดียว

ต่อมาเวลา 18.45 น. น.ส.ขัตติยา พร้อมญาติ 1 คน ได้เดินทางมายังบริเวณด้านหลังสถานีรถไฟใต้ดินสีลม ซึ่งเป็นจุดที่พล.ต. ขัตติยะถูกลอบยิงเสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจอนุญาตให้น.ส.ขัตติยา เข้าไปวาง ช่อดอกไม้ได้เพียงคนเดียว และขอความร่วมมือผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องให้รออยู่บริเวณรอบนอก ท่ามกลางการดูแลรักษาความสงบของ เจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบประมาณ 1 กองร้อย ซึ่งเหตุการณ์เป็นไปอย่างสงบ

ทั้งนี้ น.ส.ขัตติยาได้วางช่อดอกไม้และ จุดเทียนรำลึกถึงพล.ต.ขัตติยะ ใช้เวลา 5 นาที พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “การมาครั้งนี้เพื่อรำลึกถึงคุณพ่อ ปีหนึ่งจะมีแค่ครั้งเดียวและเป็นการจากกันโดยไม่ได้ร่ำลา จึงใช้โอกาสนี้มารำลึกถึง”

จี้หาตัวคนผิดมาลงโทษ

จากนั้นน.ส.ขัตติยาให้สัมภาษณ์ว่า การมาวันนี้ไม่ได้ต้องการจัดกิจกรรมอะไร แต่อยากจะมาหาเพื่อรำลึกถึงคุณพ่อเท่านั้น และวันนี้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจและหวังว่าในปีหน้าจะได้มาวางดอกไม้เพื่อนึกถึงพ่ออย่างนี้อีก ส่วนเรื่องคดีความที่ยังไม่มีอะไรคืบหน้านั้น เหลืออีก 10 กว่าปีก็จะหมดอายุ จึงอยากทวงถามถึงความคืบหน้ากับผู้ที่รับผิดชอบคดี เพราะต้องการให้หาตัวคนผิดมาลงโทษต่อไป ขอให้ใช้กฎหมายที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช้กฎหมายเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง

“บิ๊กจิ๋ว”โชว์ฟิตเปิดบ้านฉลอง 85 ปี

พล.ท.พิรัช สวามิวัศดุ์ อดีตนายทหารคนสนิทพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 14 พ.ค. พล.อ.ชวลิต เปิดบ้านให้นักการเมือง นักธุรกิจ และนายทหารเข้าอวยพรในวันคล้ายวันเกิดครบ 85 ปี ที่บ้านพักปิ่นประภาคม ซ.ติวานนท์ 18 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี ตั้งแต่เวลา 08.00 น.เป็นต้นไป ซึ่งขณะนี้พล.อ.ชวลิต มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ภายหลังเกิดอุบัติเหตุหกล้มในห้องน้ำและเข้ารักษาอาการพร้อมทำกายภาพบำบัดอยู่ระยะเวลาหนึ่ง เนื่องจากเกิดสภาวะประสาทขาด้านซ้ายอ่อนแรง

“พล.อ.ชวลิต คงตอบทุกคำถาม ทุกข้อสงสัยที่สื่อสอบถามมา ร่วมถึงการบริหารประเทศของรัฐบาลและคสช. ที่จะครบ 3 ปี ในวันที่ 22 พ.ค.นี้ด้วย ตลอดจนสุขภาพร่างกายของท่านเอง ตอนนี้ท่านความจำดี พูดคุยได้ปกติ เดินได้แล้ว แต่ยังมีสภาวะขาซ้ายอ่อนแรงอยู่บ้าง แต่ไม่มีปัญหา พล.อ.ชวลิตพร้อมต้อนรับทุกคนที่เข้ามาอวยพร” พล.ท. พิรัชกล่าว

พล.ท.พิรัชกล่าวว่า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. จะส่งตัวแทนนำการ์ดอวยพรพร้อมกระเช้าดอกไม้มาอวยพรวันเกิดเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่าน ในส่วนของนักการเมือง คงต้องรอดูว่าจะมีใครบ้าง เบื้องต้นยังไม่ได้รับการประสานมา แต่ทุกๆ ปีจะมีนักการเมือง บุคคลสำคัญ ร่วมอวยพรวันเกิดของพล.อ.ชวลิตอยู่แล้ว

กมธ.แขวน 3 ปมร่างกม.พรรค

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) พิจารณาร่างพ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงความคืบหน้าว่า กมธ.พิจารณาใกล้เสร็จในรอบแรกแล้ว ขณะนี้ผ่านไปแล้ว 130 มาตรา จาก 142 มาตรา มีประเด็นที่แขวนไว้ 2-3 มาตราที่ยังไม่ได้ข้อยุติ ได้แก่ ทุนประเดิมการตั้งพรรคการเมือง การเก็บค่าสมาชิกพรรค และกรณีการฟ้องร้องคดีทุจริตเลือกตั้งโดยที่ยังไม่ได้ตัวผู้กระทำผิด ซึ่งกมธ.จะนำประเด็นที่ไม่ได้ข้อยุติไปหารือเพื่อรับฟังความเห็นจากสมาชิกสนช.ในการสัมมนาที่จ.จันทบุรี ระหว่างวันที่ 20-21 พ.ค.นี้ จากนั้นจะนำความเห็นของสนช. มาพิจารณาเพื่อหาข้อยุติในประเด็นเหล่านั้น คาดว่าจะได้ข้อสรุปทั้งหมดประมาณปลายเดือน พ.ค. เพราะกมธ.ต้องพิจารณาร่างพ.ร.บ.พรรคการเมืองให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ภายในวันที่ 6 มิ.ย.นี้

เล็งหาวิธีช่วยเก็บค่าสมาชิก

พล.อ.สมเจตน์กล่าวว่า ในประเด็นทุนประเดิมการตั้งพรรค ตามร่างที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เสนอมา ระบุให้การตั้งพรรคมีทุนประเดิม 1 ล้านบาทนั้น ยังมีความเห็นต่างจาก กมธ. และสมาชิกสนช.ที่ขอแปรญัตติ ซึ่งมีทั้งที่มองว่าควรลดทุนประเดิมตั้งพรรคเหลือเพียง 5 แสนบาท และไม่ควรมีทุนประเดิมตั้งพรรค ส่วนประเด็นการเก็บค่าสมาชิกพรรคขั้นต่ำปีละ 100 บาท ยังมีความเห็นต่างว่าไม่ควรเก็บเกินปีละ 100 บาท รวมทั้งกมธ.ยังเห็นว่าหากมีการเรียกเก็บค่าสมาชิกพรรคแล้ว ควรให้สมาชิกพรรคมีบทบาทในพรรคด้วย ไม่ใช่เสียเงินเฉยๆ แต่ไม่มีบทบาทในพรรค

“กมธ.ยังเห็นว่า ควรหาวิธีอำนวยความสะดวกช่วยพรรคเรียกเก็บค่าสมาชิก เพราะบางพรรคมีสมาชิกเป็นล้านๆ คน การเรียกเก็บค่าสมาชิกพรรคจะมีขั้นตอนยุ่งยากมาก จึงต้องหาวิธีอำนวยความสะดวกช่วยพรรคการเมืองเรียกเก็บค่าสมาชิกพรรค เพื่อให้พรรคทำงานได้ ไม่เจออุปสรรคยุ่งยากเกินไป” พล.อ.สมเจตน์กล่าว