4 เยาวชนไทยสุดปลื้ม กระทบไหล่แข้งดังเมืองเบียร์ “อลิอันซ์ จูเนียร์ ฟุตบอล”

“อลิอันซ์ จูเนียร์ ฟุตบอล”

4 นักเตะเยาวชนไทยสุดปลื้ม กระทบไหล่แข้งดัง ที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี  ในโครงการ “อลิอันซ์ จูเนียร์ ฟุตบอล แคมป์ 2018”

“อลิอันซ์ จูเนียร์ ฟุตบอล” – เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ที่โรงแรมโกลเดนท์ ทิวลิป ซอฟเฟอริน พระราม 9 นางสาวพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบริหารการตลาดและสื่อสารองค์กร บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต พร้อมด้วย 4 นักเตะเยาวชนไทย “นาย” วรรุจน์ นามเวช, “ฟิล์ม” พัชรพล พงศ์ปัญญา “บอย” เกียรติศักดิ์ สนิทขำ และ “โต้ง”ศักดา นนท์ภักดี ร่วมแถลงข่าวความสำเร็จ โครงการ “อลิอันซ์ จูเนียร์ ฟุตบอล แคมป์ 2018”

“อลิอันซ์ จูเนียร์ ฟุตบอล”

นางสาวพัชรา เปิดเผยว่า โครงการ “อลิอันซ์ จูเนียร์ ฟุตบอล แคมป์” จัดขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต ต่อยอดแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนจากทั่วโลก กระตุ้นให้พวกเขากล้าที่จะออกมาทำอะไรใหม่ๆ และเดินตามความฝันบนเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ ปีนี้จัดภายใต้แนวคิด “อยากได้คนไม่กลัวแพ้” เพื่อสื่อสารและกระตุ้นให้เยาวชนมุ่งมั่นในการเดินตามความฝัน ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคและกล้าที่จะเดินหน้าคว้าโอกาสที่มีอยู่ตรงหน้า โดยมี อลิอันซ์ อยุธยา เป็นผู้สนับสนุนตลอดรายการ ซึ่งปีนี้ถือเป็นการแข่งขันที่ดุเดือดมาก จนในที่สุดก็ได้ 4 คนที่ไม่กลัวแพ้ ซึ่งได้ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ นานา แม้น้องหลายคนจะผ่านความพ่ายแพ้มาหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ยังกัดฟันสู้ ฝ่าด่านหินมาได้ในที่สุด จนกลายเป็น 4 แข้งตัวแทนประเทศไทยไปร่วมค่าย “อลิอันซ์ จูเนียร์ ฟุตบอล แคมป์” ที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี

“อลิอันซ์ จูเนียร์ ฟุตบอล”

“ทั้ง 4 คนถือเป็นเยาวชนคุณภาพคับแก้ว และพวกเขาก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง เพราะทุกคนได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจจริงที่ฉายแววออกมาอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะทักษะทางฟุตบอลที่โดดเด่นน่าประทับใจ เราหวังอย่างยิ่งว่าเยาวชนทั้ง 4 คนนี้จะนำประสบการณ์อันทรงคุณค่าที่ได้รับจากค่ายมาต่อยอดพัฒนาตนเองจนกลายเป็นนักเตะอาชีพที่มีคุณภาพ เดินไปตามความฝันของตนสำเร็จ และเป็นกำลังสำคัญต่อวงการฟุตบอลไทยต่อไปในอนาคต” นางสาวพัชรา กล่าวเสริม


นางสาวพัชรา กล่าวอีกว่า สำหรับกิจกรรมในโครงการ “อลิอันซ์ จูเนียร์ ฟุตบอล แคมป์ 2018” ที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนีในปีนี้มีความพิเศษกว่าทุกปี เพราะจัดขึ้นภายใต้ชื่อค่าย Allianz Explorer ที่กิจกรรมโดยส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นเรื่องของการฝึกซ้อมฟุตบอลเท่านั้น แต่ได้สอดแทรกกิจกรรมเสริมความรู้เพื่อการพัฒนาตนเองด้านอื่นๆ ไปด้วย เพื่อให้เยาวชนได้แลกเปลี่ยนมุมมอง เปิดรับความคิดเห็นและวัฒนธรรมการใช้ชีวิตระหว่างกัน ไปจนถึงรู้จักทัศนคติการทำงานร่วมกันเป็นทีม ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการทำงานกับคนหมู่มาก การดำเนินชีวิต และการเล่นฟุตบอลอาชีพในอนาคต

“อลิอันซ์ จูเนียร์ ฟุตบอล”

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 1 สัปดาห์ที่อยู่ร่วมค่ายกับเยาวชนตัวแทนจากทั่วโลกของ 4 เยาวชนไทยวัย 16 ปี พวกเขาได้เรียนรู้หลากหลายเรื่องราวผ่านกิจกรรมที่ถือเป็นไฮไลต์สำคัญสำหรับปีนี้ อาทิ การฝึกซ้อมทักษะฟุตบอลโดยคณะผู้ฝึกสอนทีมเยาวชนสโมสรบาเยิร์น มิวนิค การเข้าเยี่ยมชมสนามอลิอันซ์ อารีน่า พบปะนักเตะซุปเปอร์สตาร์ของทีม และที่สำคัญอีกเหตุการณ์หนึ่งคือได้ชมการแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษที่จัดขึ้นเพื่ออำลา บัสทีอัน ชไวน์ชไตเกอร์ ระหว่างทีมเสือใต้ บาเยิร์น มิวนิคกับ ทีมชิคาโก ไฟร์ ที่สนามอลิอันซ์ อารีนา ซึ่งทีมบาเยิร์น มิวนิคชนะไป 4-0

“นอกเหนือจากประสบการณ์ด้านฟุตบอลแล้ว ค่ายปีนี้ยังมุ่งเน้นไปที่หัวข้อการค้นหาแรงบันดาลใจ ได้แก่ การเสริมสร้างความมั่นใจในตนเอง การเตรียมตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกันในทีม นอกจากนี้ ยังได้เชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิอีกหลายคนที่น่าสนใจมาบรรยายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและแบ่งปันประสบการณ์ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง อาทิ Oliver Kahn ตำนานผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมัน ซึ่งมาถ่ายทอดแรงบันดาลใจในเรื่องการเสริมสร้าง “ความเชื่อมั่นในตนเอง” ขณะที่ Valeria Cagnina สาวน้อยชาวอิตาเลียนวัยเพียง 17 ปี แต่มีความสนใจและเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Robotic มาสร้างแรงบันดาลใจเรื่องความเปลี่ยนแปลง และ Gerhard Thiele นักฟิสิกส์และนักบินอวกาศจาก European Space Agency ก็ได้รับเชิญให้มาแบ่งปันประสบการณ์และถ่ายทอดความรู้ในเรื่องความไว้วางใจ ซึ่งเป็น ทักษะสำคัญในการทำงานเป็นทีม เหมือนกับที่นักฟุตบอลต้องให้ความไว้วางใจสมาชิกในทีมของตนด้วย

“โครงการ อลิอันซ์ จูเนียร์ ฟุตบอล แคมป์ ได้เสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในหมู่เยาวชนที่ร่วมกิจกรรม ซึ่งหลายคนยังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันหลังจากที่แยกย้ายกันกลับบ้านไปแล้ว นอกจากนั้น ค่าย Allianz Explorer ยังเป็นเสมือนห้องเรียนบนสนามฟุตบอลขนาดยักษ์ที่มอบทั้งความรู้และบทเรียนการใช้ชีวิตที่แสนล้ำค่า เป็นการจุดประกายแรงบันดาลใจให้เด็กๆ ทุกคนได้ซึมซับประสบการณ์จากผู้รู้ที่มาถ่ายทอดประสบการณ์จริง ซึ่งเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง สร้างความประทับใจและส่งต่อเคล็ดลับความสำเร็จให้เด็กๆ ได้นำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และสานฝันไปสู่อนาคตที่พวกเขาได้วาดไว้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเราหวังอย่างยิ่งว่าจะสานต่อภารกิจที่สำคัญนี้ผ่านโครงการนี้ต่อไป เพื่อสร้างอนาคตให้แก่เยาวชนนักเตะของไทยอย่างต่อเนื่อง” นางสาวพัชรา กล่าวสรุป