“บี”นันท์ณภัส สาวแกร่งเหินฟ้า ร่มร่อนเอเชียนเกมส์

 

ในการแข่งขันกีฬาทางอากาศ เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 เมื่อเดือนส.ค. ที่ผ่านมา ประเภททีมบินลงเป้าแม่นยำ ประเภทบุคคลหญิง  “น้องบี” น.ส.นันท์ณภัส ภุชฌงค์ ผู้ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ตั้งแต่รอบ 1-8  ลงแข่งขันในรอบ 9 และ 10 ทำผลงานดีต่อเนื่อง มีแต้มเสียเพียงแค่ 77 คะแนน ก่อนคว้าเหรียญทองไปครองได้สำเร็จ ทำให้กลายเป็นทองที่ 2 ของเจ้าตัว หลังก่อนหน้าที่ได้เหรียญทองทีมหญิงมาแล้ว ที่สำคัญ ยังทำให้แฟนๆกีฬาชาวไทยทั้งประเทศที่เฝ้าติดตามข่าวเอาใจเชียร์ทัพนักกีฬาไทย ต้องพากันหันมามองกีฬา”ร่มร่อน” ที่กลายเป็น ม้ดมืด สร้างชื่อให้กับประเทศไทยขึ้นมาทันที พร้อมด้วยผลงานของเจ้าตัวที่จู่ๆ กลายเป็นฮีโร่ให้ทัพนักกีฬาไทย

เราไปลองทำความรู้จักกับกีฬา ชนิดนี้ ดูบ้างเป็นไร..?!?! กีฬาร่มร่อน เป็นหนึ่งในชนิดกีฬาของ สมาคมกีฬาทางอากาศและการบินแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทรงมีพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ทรงเป็นองค์ประธานที่ปรึกษา และทรงเป็นองค์นายกสมาคมกิตติมศักดิ์ โดยมี นาวาอากาศเอก วีระยุทธ   ดิษยะศริน  เป็นนายกสมาคมฯ และรองประธานสหพันธ์กีฬาทางอากาศเอเชียและนานาชาติ  มีวัตถุประสงค์หลักในการส่งเสริมและพัฒนากีฬาทางอากาศฯ ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย และมีมาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน ในนามประเทศชาติไทย  ภายใต้การกำกับดูแลของการกีฬาแห่งประเทศไทย  มีภารกิจดำเนินกิจกรรมกีฬาทางอากาศและการบิน  17 ประเภทกีฬา  อาทิ  ร่มร่อน, ร่มบินบิน, ปีกร่อน, โดดร่ม, เครื่องบินจำลอง, อากาศยานส่วนบุคคล, เครื่องร่อน, อากาศยานเบาพิเศษ (อัลตร้าไลท์/ไมโครไลท์)  และบอลลูน  และมุ่งพัฒนาส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นักกีฬาไทยสามารถพัฒนาทักษะฝีมือให้ทัดเทียมนานาอารยะประเทศ  ตลอดจนเข้าร่วมการแข่งขันได้ในเวทีโลก

สมาคมกีฬาทางอากาศฯ   ได้วางนโยบายในการพัฒนากีฬาทางอากาศฯ และบุคลากรกีฬาทางอากาศฯ จากผู้นำระดับทวีปเอเซียขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกในระดับพื้นฐาน  ระดับประเทศและระดับนานาชาติ  อีกทั้งมีการขยายฐานนักกีฬาฯ เพิ่มขึ้นจากมหกรรมกีฬาชิงแชมป์แห่งประเทศไทย, กีฬาแห่งชาติ, กีฬาเยาวชนแห่งชาติ และการจัดแข่งขันกีฬาทางอากาศนานาชาติเป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง

ผลงานล่าสุด  ในเอเชี่ยนเกมส์  ครั้งที่ 18  ปี 2018  ที่ อินโดนีเซีย  สามารถคว้า 2 เหรียญทอง จาก   ประเภทบุคคลหญิงบินลงเป้าแม่นยำ ,1 เหรียญเงิน      ประเภทบุคคลชายบินลงเป้าแม่นยำ และ 1 เหรียญทองแดง  ประเภททีมบุคคลชายบินลงเป้าแม่นยำ ถือเป็นการประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่และงดงาม   2 เหรียญทองครั้งนี้ มาจาก น.ส.นันท์ณภัส ภุชฌงค์ หรือ “บี” สาวแกร่งวัย 30 ปี ลองมารู้จักปูมหลังของเธอกันสักนิด  “บี” เป็นสาวจังหวัดชัยภูมิ บิดาชื่อ นายสมเพชร เจริญวัย  มารดาชื่อ นางเพ็ญศิริ ภุชฌงค์  พ่อแม่เป็นครู มีน้องชายหนึ่งคน

ปัจจุบัน นันท์ณภัส  กำลังศึกษาปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยปทุมธานี เริ่มเล่นร่มร่อน ก็เพราะไปเห็นกีฬาชนิดนี้ครั้งแรก ที่บ้านฉาง จ.ระยอง  “เห็นเขาโดดเนินเล็กๆ สูงประมาณ 5 เมตร จึงเกิดความสนใจ เพราะลอยได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องยนต์ ตอนเด็กๆบีเองมีความฝันแบบเด็กๆว่าอยากบินได้ เพราะเคยเห็นคุณอานำพารามอเตอร์มาบินที่ชัยภูมิ จึงมีความคิดว่าอยากบินได้จัง แต่พารามอเตอร์มีเครื่องยนต์ตอนนั้นจึงยังไม่ได้สนใจที่จะบินด้วยพารามอเตอร์ พอได้รู้จักกีฬาร่มร่อนที่บินได้โดยไม่มีเครื่องยนต์จึงรู้สึกสนใจและอยากที่จะลองเล่นดู” 

“เมื่ออายุได้ 20 ปี เริ่มฝึกร่มร่อน เริ่มจากการตั้งร่มภาคพื้นดิน เมื่อควบคุมร่มได้ก็โดดเนินเล็กๆเพื่อฝึกการเทคออฟและแลนดิ้ง จากนั้นก็ไปโดดเขาจริงๆ ซึ่งบีไป First Flight ที่เขาสะเดา จังหวัดนครราชสีมา เขาสูงประมาณ 200 ม. ตอนนั้นรู้สึกตื่นเต้นผสมกับกลัวเพราะเป็นการบินสูงครั้งแรก ครูขาว ซึ่งเป็นครูที่ควบคุมบีในวันนั้น ท่านก็บอกว่าถ้าไม่พร้อมก็ไม่เป็นไร วันหลังก็ได้ งั้นดูพี่ๆเค้าบินก่อน ก็มีรุ่นพี่บินออกไปหนึ่งคน เราก็เริ่มรู้สึกอุ่นใจขึ้น และจึงกล้าตัดสินใจที่จะบิน พอเทคออฟออกไปครูก็สั่งเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาและบอกบริเวณที่ให้บินและให้บินเองตัดสินใจเลี้ยวซ้ายขวาเอง ตอนนั้นรู้สึกเราบินได้เหมือนนกจริงๆ ไม่มีเสียงเครื่องยนต์รบกวน ได้ยินแต่เพียงเสียงลม บินตอนเย็น อากาศสมูทๆ เป็นอะไรที่รู้สึกดีและประทับใจมาก”  นันท์ณภัส ฟื้นความทรงจำแห่งการบินครั้งแรกในชีวิตตัวเองให้ฟัง

ส่วนเส้นทางเข้าสู่ทีมชาติ บี เล่าว่า  “หลังจากฝึกเล่นร่มร่อนได้ประมาณ3เดือน ก็มีประกาศจากสมาคมกีฬาทางอากาศฯว่า รับสมัครนักกีฬาทีมชาติชุดเอเชี่ยนบีช 2008 ที่อินโดนีเซีย จึงไปลองสมัครเพื่อหาประสบการณ์ดูว่ากีฬาชนิดนี้เขาแข่งกันอย่างไร คัดตัวครั้งนั้นก็แลนดิ้ง เข้าแต่ป่าอ้อยอย่างเดียวเลยค่ะ ไม่ได้เข้าเป้ากับเขาเลยและไม่ได้ติดทีมชาติค่ะ  แต่โชคดีที่ตอนนั้นสมาคมฯ ก็ยังให้โอกาสเข้าไปเก็บตัวกับทีมชาติได้ จึงทำให้บีได้ฝึกฝนตัวเองและได้ความรู้จากโค้ชและพี่ๆทีมชาติชุดนั้น ทำให้บีได้กลับมาฝึกฝนตัวเอง จนสามารถติดทีมชาติชุดซีเกมส์ 2011 ที่อินโดนีเซีย”

หลังผิดหวังในบันไดทีมชาติครั้งแรก เธอก็หาได้ละความพยายาม จนสามารถติดทีมชาติได้สำเร็จ แถมยังทำผลงานได้อย่างน่าทึ่ง กวาดเหรียญรางวัลต่างๆ อาทิ  ซีเกมส์ 2011 ที่อินโดนีเซีย คว้า 3 เหรียญเงิน จากประเภทลงเป้าแม่นยำทีมหญิง,เหรียญเงินประเภทบินเดินทาง Elapsed time ทีมหญิง และ  เหรียญเงินประเภทบินเดินทาง Race to goal ทีมหญิง/ เอเชี่ยนบีชเกมส์ 2014 ที่ประเทศไทย ได้เหรียญทองประเภทบินลงเป้าแม่นยำทีมหญิง  กระทั่งล่าสุด ในเอเชี่ยนเกมส์ 2018 ที่อินโดนีเซีย สามารถคว้า 2 เหรียญทอง  จากประเภทบินลงเป้าแม่นยำบุคคลหญิง และ บินลงเป้าแม่นยำทีมหญิง

สาวสวยร่มร่อนจากชัยภูมิ เผยถึงความสำเร็จครั้งสำคัญ จากผลงานล่าสุดใน เอเชียนเกมส์ “จาการ์ต้า และ ปาเล็มบัง” ที่เพิ่งผ่านพ้นไปว่า “เราเก็บตัวกันนานถึง 8 เดือน ฝึกซ้อมกันหลายที่ค่ะ ตามฤดูกาลและทิศทางลม มีที่เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เขาสะเดา จังหวัดนครราชสีมา ผาตากเสื้อ จังหวัดหนองคาย เขื่อนป่าสักชลสิทธ์ เขตจังหวัดสระบุรี และเขาสน จังหวัดราชบุรี เพราะต้องตามทิศทางลมของฤดูกาลนั้น และเพื่อให้ได้ฝึกในสภาพอากาศที่ต่างกัน เพิ่มประสบการณ์การแก้ไขปัญหาเมื่อเจอลมแบบต่างๆ ในการฝึกซ้อมแต่ละวันเราไม่มีแผนที่ตายตัว เราจะปรับเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศในตอนนั้นๆ อย่างเช่น ถ้าพยากรอากาศบอกว่าวันนี้ลมแรง เราก็จะเริ่มทำการบินตั้งแต่6โมงเช้าเพราะลมยังไม่แรงมาก พอสายๆลมแรงเราก็จะเปลี่ยนเป็นการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ จิตวิทยาการกีฬา และฝึกทักษะการเหยียบ โดยการนั่งเหมือนนั่งชิงช้าแล้วแกว่งมาเหยียบเป้า และถ้าอากาศดีทั้งวันเราก็จะบินตั้งแต่เช้าจนพระอาทิตย์ตกดิน”

ผลงานความสำเร็จจาก 2 เหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ บี เปิดใจอีกว่า“รู้สึกภูมิใจ และดีใจมาก ที่ตัวเองสามารถควบคุมจิตใจตัวเองได้ และทำออกมาได้อย่างเต็มที่ จนได้เหรียญทองถึง2เหรียญมาให้คนไทยทุกคนได้ และยังทำให้กีฬาร่มร่อนเป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งก่อนไปแข่งก็ยอมรับว่ารู้สึกกดดันพอสมควร ด้วยเป็นครั้งแรกที่กีฬาร่มร่อนเข้าเอเชี่ยนเกมส์ และมีดีกรีแชมป์โลกทุกคนก็ต่างตั้งความหวังว่าน่าจะได้เหรียญทองกลับมา ซึ่งเป็นการแข่งนี้เป็นทั้งหน้าที่ที่ต้องรับใช้ชาติ และเป็นข้อพิสูจน์ว่าแชมป์โลกที่ได้มานั้นจะมาสามารถทำได้ในเอเชี่ยนเกมส์รึเปล่า บ้างก็ว่าเขาเห็นแชมป์โลกเดินลงสนามเขาก็กลัวแล้ว บ้างก็อาจจะเห็นบีชนะมาบ่อยๆแล้วมองว่าชัยชนะได้มาง่ายๆ ซึ่งบีขอบอกเลยว่า แชมป์โลก2สมัย และเหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ที่ได้มา ไม่ใช่ง่ายๆเลย ใช่

สนามนี้เคยไปแข่งเคยไปได้แชมป์มา แต่เจ้าภาพได้เปลี่ยนแปลงสนามไปมาก และไม่เปิดโอกาสให้ชาติอื่นได้ซ้อมเลย และพอเริ่มแข่งคะแนนบีก็ไม่ได้นำมาตั้งแต่แรก รอบแรกถึงรอบ4 บีมาเป็นที่3 ตามเกาหลีและอินโด จนมารอบที่5 บีขึ้นมาเป็นที่2 ซึ่งตามอินโดนีเซียอยู่เพียง1แต้ม รอบที่ 6-7ก็ยังตามอินโดอยู่ 1 แต้ม ตอนนั้นก็กดดันพอสมควรเพราะมันแค่1แต้ม แต่โชคดีที่อินโดมาพลาดรอบที่8 และบีก็ยังรักษามาตรฐานตัวเองไว้ได้ จึงได้ชัยชนะมาได้ ซึ่งก็ต้องขอบพระคุณอาจารย์พิชิต เมืองนาโพธิ์ นักจิตวิทยาการกีฬา ที่สอนวิธีการควบคุมจิตใจ วิธีคิด จนทำให้บีสามารถควบคุมตัวเองไม่ให้ตื่นเต้น และกำจัดความกดดันต่างๆได้ ในสนามที่สำคัญอย่างเอเชี่ยนเกมส์นี้ได้ และขอบพระคุณท่านนายกสมาคม ท่านนาวาอากาศเอก วีระยุทธ ดิษยะศริน ที่ท่านคอยดูแลเอาใส่ใจนักกีฬาตลอด จนสังเกตเห็นว่าบีมีปัญหาตั้งแต่ตอนซีเกมส์คะแนนบีนำมาตลอดและมาพลาดตอนรอบสุดท้าย ท่านจึงจัดให้บีเรียนจิตวิทยาการกีฬาและทำให้บีมีวันนี้ได้ค่ะ”

“ฝากถึงแฟนกีฬาชาวไทย  ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกแรงเชียร์จากคนไทยทุกคน ที่เชียร์พวกเรา และขอบคุณแรงเชียร์จากคนชัยภูมิที่ให้กำลังใจและคอยติดตามการแข่งขันของบีโดยตลอด พวกเราตั้งใจฝึกซ้อมและมั่นฝึกฝนตัวเองเพื่อการแข่งขันครั้งนี้มาพร้อมเต็มที่ แต่สิ่งสำคัญที่จะขาดไม่ได้เลยในการแข่งขันคือกำลังใจจากคนไทยทุกคนที่ทำให้พวกเรามีแรงสู้ขึ้นมา และลงแข่งอย่างเต็มความสามารถด้วยกำลังใจที่เต็มเปี่ยม ขอบคุณแฟนกีฬาชาวไทยทุกคนค่ะ และขอให้ติดตามพวกเราต่อไปเรื่อยๆเลยนะคะ

สำหรับท่านไหนที่สนใจอยากมาเล่นกีฬาร่มร่อน ก็ติดต่อมาที่สมาคมกีฬาทางอากาศและการบินแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ Facebook : Rasat Fai Thailand ได้เลยค่ะ ทางสมาคมมีผู้ฝึกสอนที่ขึ้นทะเบียนและผ่านการอบรมอย่างถูกต้อง ที่จะสามารถแนะนำและสอนท่านได้ และฝากถึงน้องๆรุ่นใหม่ อยากให้ลองเข้ามาสัมผัสเข้ามาเรียนรู้กีฬาร่มร่อนดูค่ะ ตอนนี้ก็มีน้องๆที่เริ่มเล่นตั้งแต่อายุ 14 ปี กีฬานี้ให้อะไรหลายอย่าง ทั้งฝึกความอดทน ฝึกสมาธิ ไม่อันตรายอย่างที่คิดค่ะ อย่างน้อยก็มาศึกษาดูว่าไม่มีเครื่องยนต์แต่สามารถบินได้เป็นร้อยๆกิโลได้อย่างไร และยังได้บรรจุในกีฬาเยาวชนแห่งชาติและกีฬาแห่งชาติอีกด้วย อยากให้ลองมาสัมผัสกับกีฬาร่มร่อนกันค่ะ และจะรู้ว่าการบินได้มันมีความสุขมากแค่ไหน”

นั่นคือความในใจของ “บี” นันท์ณภัส  ภุชฌงค์ สาวแกร่งเหินฟ้า 2 เหรียญทองเอเชียนเกมส์ ขวัญใจชาวไทยคนล่าสุด

บทความก่อนหน้านี้สัตวแพทย์หญิง ยังผวาไฟคลอก ไม่รู้สามี ลูกสาว 2 คน สิ้นใจแล้วจากไฟไหม้บ้าน
บทความถัดไปFootNote:เปรียบเทียบภาพ‘พลังดูด’พลังประชารัฐ กับ ภูมิใจไทย