ตลท. เล็งเปิดศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ชี้ประกาศวันเลือกตั้งดันบรรยากาศลงทุนดีขึ้นทันตาเห็น

เล็งเปิดศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล

ตลาดหลักทรัพย์เตรียมเปิดศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ชี้ประกาศวันเลือกตั้งดันบรรยากาศการลงทุนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน

เล็งเปิดศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล – นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ในสิ้นเดือนม.ค.นี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมแถลงทิศทางการดำเนินงานปี 2562 ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างกำหนดกรอบแนวคิดการทำ ดิจิทัล แอสเสท เอ็กเชจน์ หรือศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล โดยจะทำเป็นอีโคซิสเต็ม ซึ่งคาดว่าจะมีต้นแบบออกมาช่วงครึ่งปีหลังนี้ เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจต่างๆ ที่ต้องการบริหารต้นทุนลดขั้นตอน และเพื่อตอบโจทย์ผู้ลงทุนทั้งด้านการลงทุนที่มีคุณภาพและการเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการเงินต่างๆ

นายภากร ยังกล่าวถึงการประกาศวันเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. 2562 ทำให้การเมืองในประเทศมีความชัดเจนและมีเสถียรภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนให้ความสำคัญ เพราะนักลงทุนชอบความชัดเจน ขณะที่ในส่วนของทิศทางการดำเนินงานของตลาดในปี 2562

ด้านนายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการดูแลงานด้านผู้ออกหลักทรัพย์ ตลท. กล่าวว่า การที่การเมืองมีเสถียรภาพ ทำให้บรรยากาศการลงทุนโดยรวมในตลาดหุ้นไทยดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน แต่มีปัจจัยต่างประเทศที่ยังกดดันการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก ทั้งเรื่องสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ที่มีความไม่ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงยังมีปัจจัยที่ต้องติดตามในเรื่องร่างข้อตกลงการแยกตัวของประเทศอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (เบล็กซิท) ที่ทั่วโลกจับตามอง

นายแมนพงศ์ ยังกล่าวถึงแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและกระทบมาถึงกำไรบริษัทจดทะเบียนนั้น ซึ่งถ้าดูข้อมูล 3 ไตรมาสแรก ปี 2561 บจ.มีการเติบโตของรายได้ กำไรจากการดำเนินงาน และความสามารถในการทำกำไรอยู่ที่ประมาณ 10% ซึ่งคาดว่ากำไรบจ. ก็น่าจะขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากนี้รัฐบาลยังมีนโยบายที่มากระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายส่งเสริมการลงทุนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี ถึงแม้ว่าจะใช้เวลาถึง 5 ปีกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ ผลบวกต่อเศรษฐกิจไทย

ส่วนในปีนี้จะหลายบริษัทที่มีแผนจะเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ซึ่งหนาแน่นกว่าปี 2561 ที่มีจำนวนบริษัททั้งหมด 18 บริษัท มูลค่าหลักทรัพย์ (มาร์เก็ตแคป) กว่า 180,000 ล้านบาท โดยเฉพาะในปีนี้จะมีบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ถึง 3 บริษัท ที่มีมาร์เก็ตแคปประมาณ 10,000 ล้านบาทขึ้นไป

อย่างไรก็ดี กรณีช่วงที่ผ่านมีหุ้นไอพีโอเข้าซื้อขายในราคาต่ำกว่าราคาจอง เป็นผลกระทบจากภาวะตลาดโดยรวมปรับลดลง โดยเฉพาะไตรมาส 4 ปี 2561 ที่ได้รับกระทบจากปัจจัยสงครามการค้าสหรัฐ-จีน กดดันการลงทุนและมีผลต่อราคาหุ้นไอพีโอ แต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นเริ่มปรับตัวดีขึ้น และบรรยากาศการลงทุนเริ่มดีขึ้นหลังมีประกาศวันเลือกตั้ง

บทความก่อนหน้านี้เอสปันญอล เซ็นคว้าตัว อู๋ เหล่ย หัวหอกทีมชาติจีนร่วมทัพ
บทความถัดไปประตูเหล็กล้มทับ ครูหญิง ตะโกนให้ช่วยไม่มีใครได้ยิน นอนหายใจรวยรินก่อนสิ้นใจ