ระลึกถึง‘พอสซิเบิลแมน’ วิชัย ศรีวัฒนประภา จากใจเยาวชนฟ็อกซ์ฮันต์

ระลึกถึง‘พอสซิเบิลแมน’

ระลึกถึง ‘พอสซิเบิลแมน’

วิชัย ศรีวัฒนประภา

จากใจเยาวชนฟ็อกซ์ฮันต์ 

ระลึกถึง‘พอสซิเบิลแมน’ วิชัย ศรีวัฒนประภา จากใจเยาวชนฟ็อกซ์ฮันต์ – ความสูญเสียของ ครอบครัวศรีวัฒนประภา และ สโมสรฟุตบอล เลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ.2561 ในอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกใกล้สนามของสโมสร ผ่านมาเกือบครบ 5 เดือนแล้ว

ระลึกถึง‘พอสซิเบิลแมน’

ภาพการวางดอกไม้ ผ้าพันคอหน้าสนามคิง เพาเวอร์ ของเลสเตอร์ ซิตี้เพื่อร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของ วิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรฟุตบอลที่เปลี่ยนทีมจิ้งจอกสยาม ยังคงอยู่ในความทรงจำอันแสนเศร้า

แต่ก็แทรกด้วยความของสำเร็จอันน่ายกย่องของบุรุษที่ได้ฉายาว่า The Possible Man ผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างปาฏิหาริย์ให้ทีมเลสเตอร์ จิ้งจอกสยาม คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก แบบหักปากกาเซียน

ความอาลัยถึง เดอะ พอสซิเบิล แมน จึงไม่มีเพียงแค่คนไทยเท่านั้น ยังรวมไปถึงชาวเมืองเลสเตอร์และผู้คนในวงการกีฬา

ระลึกถึง‘พอสซิเบิลแมน’

“เจ้าสัว” บริหารเลสเตอร์อย่างอบอุ่นต่างจากชาวตะวันตก เพราะดูแลเอาใจใส่แฟนบอล เจ้าหน้าที่ และนักฟุตบอลเหมือนเป็นญาติสนิทมิตรสหาย ทำให้วิชัยกลายเป็นที่รักของคนที่นั่นเป็นอย่างมาก ไม่ใช่แค่สโมสร แต่เมืองเลสเตอร์รักวิชัยสุดหัวใจ

ในแง่ของฟุตบอล เจ้าสัววิชัยได้สร้างคุณูปการมากมายมหาศาลเหลือเกิน เพราะเจ้าสัวได้สร้างโอกาสให้กับนักฟุตบอลไทยในเลสเตอร์ ที่ไม่ใช่การใช้เส้นสายของการเป็นเจ้าของทีม แต่เป็นการสร้างเด็กฟุตบอลเลือดใหม่ให้ได้ซึมซับวิธีการ สไตล์การเล่น ทัศนคติของฟุตบอลอาชีพ

ระลึกถึง‘พอสซิเบิลแมน’

รวมทั้งการศึกษากับโครงการ “ฟ็อกซ์ ฮันต์” ที่สร้างนักเตะเลือดใหม่ขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ

หลายต่อหลายคนได้ก้าวสู่ความฝันในการเป็น นักฟุตบอลอาชีพ บางคนได้ไปต่อในฟุตบอลอังกฤษ บางคนก็ยังอยู่ในเส้นทางที่เบลเยียม ซึ่งคุณวิชัย ดูแลในทุกๆ รายละเอียดเพื่อสรรค์สร้างพวกเขา อย่างจริงจัง

ระลึกถึง‘พอสซิเบิลแมน’
เซคันด์-ธาวิน มหจินดาวงศ์

“เซคันด์” ธาวิน มหจินดาวงศ์ นักเตะหนุ่มที่ปัจจุบันอยู่กับ โอเอช ลูเวิน ทีมในเบลเยียม เล่าว่า “ผมเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่ 7 ขวบ พยายามฝึกฝนทักษะต่างๆ อย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือครอบครัวผมแม้ว่าจะมีฐานะปานกลาง แต่ทั้งพ่อและแม่ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ พาไปหาประสบการณ์ตามสนามแข่งต่างๆ ประกอบกับได้มีโอกาสเข้าไปเรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญ กรุงเทพฯ ทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เปรียบเสมือนประตูบานแรกในการก้าวสู่บรรยากาศของวงการฟุตบอล”

“หลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้ระดับหนึ่ง จึงได้เข้าไปทดสอบกับโครงการฟ็อกซ์ ฮันต์ของสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ แต่ไม่ได้คาดหวังว่าจะผ่านการคัดเลือก เพียงหวังนำทักษะและการเรียนรู้จากโค้ช สุดท้ายประกาศรายชื่อปรากฏว่ามีชื่อผมด้วย ตอนนั้นรู้สึกดีใจมาก อยากขอบคุณ ทั้งพ่อและแม่ที่ให้โอกาสจนผมประสบความสำเร็จ และที่ได้ไปซ้อมรวมถึงเรียนที่อังกฤษ ทำให้ผมได้เปิดโลกทัศน์ เปิดประสบการณ์เกี่ยวกับฟุตบอลในระดับโลกจริงๆ”

ระลึกถึง‘พอสซิเบิลแมน’

“ต้องขอบคุณท่านวิชัย ที่สร้างโครงการนี้ขึ้นมา ทำให้เยาวชนไทยได้ออกมาหาประสบการณ์ฟุตบอลที่ต่างแดน และที่อังกฤษเป็นที่ยอมรับว่ามีฟุตบอลอาชีพระดับโลก การมาใช้ชีวิตที่อังกฤษเปรียบเสมือนการเปิดประตูเส้นทางฟุตบอลบานที่สองของผม ช่วงนี้จะทุ่มเทให้กับการเรียนและฝึกซ้อมอย่างเต็มที่แต่ยังไม่คาดหวังว่าจะได้เป็นฟุตบอลอาชีพที่ต่างประเทศหรือไม่ โครงการนี้ทำให้ผมและเพื่อนๆ ได้เรียนรู้กับฟุตบอลอาชีพที่แท้จริง หากไม่ได้เป็น นักเตะอาชีพสามารถนำองค์ความรู้ทั้งหมดกลับไปพัฒนาวงการฟุตบอลไทย”

“ตอนแรกที่มาอยู่อังกฤษรู้สึกเหงาและมีปัญหาบ้าง แต่ท่านวิชัยส่งคนเข้ามาคอยเป็นพี่เลี้ยง ถามสารทุกข์สุกดิบอย่างดี หากเป็นเพียงปัญหาเล็กน้อยพวกเราจะแก้ไขกันเอง แต่ถ้าปัญหาใหญ่คุณวิชัยจะให้คนเข้ามาสะสางให้ทุกอย่างผ่านไปได้อย่างดี ดังนั้นหากเปรียบแล้วคุณวิชัยเสมือนพ่อคนที่สอง ขณะที่คุณอัยยวัฒน์เปรียบเหมือนผู้ปกครองที่คอยเป็นห่วงเป็นใยเสมอ”

“โครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมากช่วยสานฝันเด็กไทย ทั้งยังเป็นการพัฒนาวงการฟุตบอลไทยในอีกรูปแบบหนึ่ง ผมมั่นใจว่าท่านวิชัย คิดโครงการนี้ขึ้นเพื่อต้องการให้เด็กไทยได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในระดับมืออาชีพให้ได้มากๆ เพราะเชื่อว่าลึกๆ ท่านคงอยากเห็นฟุตบอลไทยไปฟุตบอลโลก และเด็กทุกคนที่ผ่านโครงการนี้จะเป็นกำลังสำคัญในอนาคตให้กับวงการฟุตบอลไทย และเชื่อว่าในอนาคตฟุตบอลไทยจะประสบความสำเร็จดั่งที่ท่านวิชัยตั้งใจไว้”

“ส่วนช่วงเหตุการณ์ที่เฮลิคอปเตอร์ตก ผมติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง เมื่อทราบว่าผู้ที่ประสบเหตุเป็นท่านวิชัย ผมถึงกับร้องไห้น้ำตาไหล เปรียบเสมือนการสูญเสียญาติผู้ใหญ่ที่รักมากคนหนึ่ง หากผมยังมีกำลังและยังอยู่บนเส้นทางนักฟุตบอล ผมจะพยายามศึกษาหาความรู้ ฝึกซ้อมเพื่อพัฒนาตัวเองรวมถึงกลับมาพัฒนาวงการฟุตบอลไทยให้ได้”

ระลึกถึง‘พอสซิเบิลแมน’
โบ๊ต-อนนต์ สมากร

“โบ๊ต” อนนต์ สมากร หนึ่งในนักเตะโครงการฟ็อกซ์ฮันต์ รุ่นที่ 1 ซึ่งปัจจุบันกลับมาค้าแข้งกับสโมสรฟุตบอลการท่าเรือ เอฟซี ในศึกโตโยต้า ไทยลีก เผยว่า “ก่อนที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งใน โครงการฟ็อกซ์ฮันต์ รุ่นที่ 1 ตนรู้แค่ว่า คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา เป็นเจ้าของ คิง เพาเวอร์ และเจ้าของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กระทั่งได้เข้าไปเป็นฟ็อกซ์ฮันต์ ก็ยังไม่ค่อยมีโอกาสพูดคุยกับท่านเป็นการส่วนตัว เจอกันทีก็เป็นตอนที่ท่านมาเยี่ยม ในสนามและพูดรวมๆ กับเรา ทุกคนมากกว่า ซึ่งคำสอนของท่านที่บอกกับทุกคนวันนั้นคือ เมื่อมีโอกาสแล้วจงทำให้เต็มที่ เวลา 2 ปีที่จะฝึกซ้อมฟุตบอลในอังกฤษมันเร็วมาก เก็บเกี่ยวสิ่งที่เป็นประโยชน์ทุกอย่างกลับไปให้มากที่สุด”

“แม้ผมจะไม่เคยได้พูดคุยเป็นการส่วนตัวกับคุณวิชัย แต่สิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้เลยคือท่านเป็นคนที่มีแต่ให้จริงๆ เพราะนอกจากจะพาพวกผมไปฝึกถึงอังกฤษแล้ว ตอนที่ไปเล่นอยู่กับโอเอช ลูเวิน ในเบลเยียม คุณวิชัยก็จะฝากขนมมาให้ตลอด รวมถึงเทศกาลสำคัญอย่างปีใหม่ก็จะมีของขวัญมาให้เสมอ”

อนนต์เผยถึงวินาทีที่ทราบข่าวการจากไปของนายวิชัยด้วยว่า “ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่ผมไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น แล้วก็ได้เห็นข่าวในเฟซบุ๊กว่าเฮลิคอปเตอร์ของเลสเตอร์ตกที่ข้างสนาม วินาทีนั้นส่วนตัวลึกๆ แล้วรู้ดีอยู่แก่ใจว่า คุณวิชัยคงอยู่ข้างในเพราะเคยใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นมาก่อน รู้ว่าส่วนใหญ่แล้วหลังจบเกมคุณวิชัย จะใช้เฮลิคอปเตอร์บินออกจากสนาม รวมถึงมีการประโคมข่าวมากมาย หากคุณวิชัยไม่ได้อยู่บนนั้นจริงคงออกมาแก้ข่าวแล้ว อย่างไรก็ตามช่วงที่ยังไม่มีข่าวอย่างเป็นทางการยืนยัน ตัวผมเองก็ได้แต่หวังว่าคุณวิชัยจะไม่ได้อยู่บนนั้นจริงๆ”

“หลังจากทราบข่าวการจากไปของคุณวิชัย แม้จะไม่มีน้ำตาออกมาแต่ผมรู้สึกอึ้งไปพักใหญ่ รู้สึกเสียใจมากว่าทำไม คนดีๆ อย่างคุณวิชัยต้องมาเจออะไรแบบนี้ พอกลับมาจากญี่ปุ่น ก็รีบถามข่าวจากทุกคนที่เกี่ยวข้อง และมีโอกาสได้เดินทางไปพิธีสวดพระอภิธรรมของคุณวิชัยด้วย”

“โบ๊ต” อนนต์ปิดท้ายว่า “หากคุณวิชัยรับรู้ได้ก็อยากจะขอบคุณท่านเหลือเกิน ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณวิชัยมอบให้กับคนอย่างผมมันเกินกว่าจะตอบแทนได้หมด ผมคงทำได้แต่เพียงตั้งใจฝึกซ้อมให้มาก พยายามทำผลงานพัฒนาฝีเท้าตัวเองให้ดีที่สุด และแน่นอนว่าจะตั้งเป้าไปที่การไปค้าแข้งต่างประเทศ เหมือนกับที่คุณวิชัยสร้างโครงการฟ็อกซ์ฮันต์ เพราะอยากเห็นนักเตะไทยไปค้าแข้งในต่างประเทศ

ระลึกถึง‘พอสซิเบิลแมน’
แฟรงก์-สุวิจักขณ์ มูลแก้ว

เช่นเดียวกับ “น้องแฟรงก์” สุวิจักขณ์ มูลแก้ว วัย 17 ปี ที่กำลังก้าวตามรอยรุ่นพี่อยู่ที่เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ในโครงการฟ็อกซ์ ฮันต์ รุ่น 2

“จุดเริ่มต้นของผมคือ การที่โรงเรียนวชิราลัย ส่งทีมฟุตบอลเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลคิงเพาเวอร์ คัพ ทีมผมได้แชมป์ระดับภาค พร้อมคว้าสิทธิ์เข้าแข่งขันระดับประเทศต่อ ซึ่งในรอบนี้จะมีแมวมองดูฟอร์มนักเตะฝีเท้าดีเพื่อติดเป็น 33 คนสุดท้ายเข้าแคมป์เก็บตัวที่เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งผมติดหนึ่งในนั้นด้วย” แฟร้งเปิดฉากเล่าเรื่องราว

แฟรงก์กล่าวต่อไปว่า “หลังจากเก็บตัวเป็นเวลา 10 วัน ในการลงทีมครั้งสุดท้าย ได้ประกาศชื่อคนที่จะได้ไปอังกฤษ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีผมด้วย ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนความฝันที่กำลังจะเป็นจริง ผมได้ไปเล่นฟุตบอลที่ประเทศอังกฤษแล้ว แม้ว่าจะไม่ได้ไปค้าแข้งแต่ก็ถือเป็นจุด เริ่มต้นที่ดีครับ กระทั่งปัจจุบันผมเป็น นักฟุตบอลโครงการฟ็อกซ์ ฮันต์ รุ่น 2 และผมเรียนที่โรงเรียน Ratcliffe college ครับ ตอนนี้ผมอยู่ที่ประเทศอังกฤษและเล่นฟุตบอลที่ประเทศอังกฤษให้กับสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ครับ”

ระลึกถึง‘พอสซิเบิลแมน’

หนุ่มวัย 17 ปี เล่าต่อไปว่า “ผมคิดว่าโครงการฟ็อกซ์ ฮันต์ เป็นโครงการที่ให้โอกาสเด็กไทยทุกๆ คนได้พิสูจน์ตัวเอง ในความคิดผม ผมว่าโครงการนี้ให้อะไรหลายๆ อย่างกับผมครับ ทั้งเรื่องฟุตบอล ภาษาอังกฤษ ประสบการณ์ใหม่ๆ และ ฝึกให้ผมมีความอดทนที่สูงมากๆ ครับ เพราะต้องเจอกับสิ่งใหม่กับการใช้ชีวิตใหม่อยู่ประเทศอังกฤษ

“แน่นอนคนที่จะไม่สามารถลืมได้เลยคือ คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ตอนผมรู้ข่าวว่าท่านเสียชีวิตตอนแรกผมตกใจมากๆ ผมรู้สึกเสียใจมากๆ ครับ เหมือนเสียคนสำคัญของชีวิต เหมือนเสียคนในครอบครัวของผมไปอีกหนึ่งคน”

“ผมคิดว่าท่านคือผู้ที่ให้โอกาสกับคนที่ไม่มีโอกาสครับ ท่านเป็นผู้ที่มีนํ้าใจมากๆ ท่านเป็นผู้ที่ให้โอกาสคนไทยทุกๆ คนได้พิสูจน์ตัวเอง ให้โอกาสกับนักฟุตบอลไทยทุกคน ท่านทำอะไรหลายๆ อย่าง เพื่ออยากให้ฟุตบอลไทยไปบอลโลก ต้องขอบคุณท่านที่ให้โอกาสดีๆ กับคนไทยทุกๆ คน รวมถึงตัวผมด้วย”

ระลึกถึง‘พอสซิเบิลแมน’

ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของอีกหลายๆ โครงการที่คุณวิชัยริเริ่มและสนับสนุน เพื่อหวังให้คนไทยได้แสดงศักยภาพ ได้โชว์ของ และเป็นที่ยอมรับในเวทีโลกต่อไป

แม้วันนี้คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา จะไม่อยู่แล้ว แต่แน่นอนว่าเจตนารมณ์และ การให้ของเขาจะคงอยู่ในใจทุกคนเสมอ และถูกปลูกฝังจากรุ่นสู่รุ่นต่อไป

อ่าน : 60ปีวิชัย ศรีวัฒนประภา 30 ปีคิงเพาเวอร์ พลังคนไทยผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ในใจคนทั่วโลก

อ่าน : ฟ็อกซ์ ฮันท์ รุ่นที่ 4 ติวเข้มต่อเนื่อง เฟ้น 10 แข้งฝีเท้าดีไป เลสเตอร์ ซิตี้

บทความก่อนหน้านี้‘เจินเจิน’ ทุบหน้าใหม่ – ได้งบ 7 ล้าน โต้‘ทอย’แอ๊บ-ยันหลานชายมีโลกส่วนตัวสูง
บทความถัดไปด่วน! ศาลพิพากษาคุก 16 เดือน ‘เปรมชัย’ ชดใช้กรรมคดีฆ่าเสือดำ