ฝรั่งเศส คว้าแชมป์โลกสมใจในรอบ 20 ปี หลังเอาชนะ โครเอเชีย 4-2

15 ก.ค. 2561 - 20:30 น.

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย ที่ประเทศรัสเซีย วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง “ตราไก่” ทีมชาติฝรั่งเศส อดีตแชมป์โลก 1 สมัย พบกับ “ตาหมากรุก” ทีมชาติโครเอเชีย ที่ผ่านเข้ามาชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรก มีขึ้นที่ ลุซนิกิ สเตเดียม กรุงมอสโก

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ก่อนการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศจะเริ่มต้นขึ้น ฟิลิปป์ ลาห์ม อดีตกัปตันทีม “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี ผู้ชูถ้วยแชมป์โลกเมื่อ 4 ปีที่แล้ว เป็นผู้นำถ้วยแชมป์ลงสู่สนามแข่งขันร่วมกับ นาตาเลีย โวเดียโนว่า นางแบบซูเปอร์โมเดลของรัสเซีย ขณะที่กล่องใส่ของถ้วยฟุตบอลโลกนั้นถูกออกแบบใหม่โดย “หลุยส์ วิตตอง” แบรนด์ชื่อดังระดับโลก

Soccer Football – World Cup – Final – France fans watch France v Croatia – Paris, France – July 15, 2018 France fans gather to watch the match as the Eiffel Tower is seen in the background REUTERS/Philippe Wojazer

ทีมตราไก่ตบเท้าเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศรายการระดับเมเจอร์ 2 รายการติดต่อกันหลังจาก 2 ปีก่อนผ่านเข้าชิงชนะเลิศยูโร 2016 มาแล้ว ครั้งนี้นับเป็นการเข้าชิงแชมป์โลกเป็นครั้งที่ 3 ของพวกเขา โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อปี 1998 ที่เป็นเจ้าภาพเอง ก่อนที่ในนัดชิงชนะเลิศจะสามารถเอาชนะ “แซมบ้า” บราซิล ไปได้ 3-0 คว้าแชมป์สมัยแรกไปครอง จากนั้นถัดมา 8 ปี เข้าชิงชนะเลิศอีกครั้งในฟุตบอลโลก 2006 ที่ประเทศเยอรมนี แต่ทว่าพ่ายในการดวลจุดโทษให้กับ “อัซซูรี่” อิตาลี 3-5 หลังเสมอในเวลา 120 นาที 1-1

Russian President Vladimir Putin and Croatian President Kolinda Grabar-Kitarovic attend a meeting at the Kremlin in Moscow, Russia July 15, 2018. Sputnik/Alexei Nikolsky/Kremlin via REUTERS ATTENTION EDITORS – THIS IMAGE WAS PROVIDED BY A THIRD PARTY.

Soccer Football – World Cup – Final – France v Croatia – Zagreb, Croatia – July 15, 2018 – Croatia’s fans are seen before the broadcast of the match at the city’s main square. REUTERS/Antonio Bronic

สำหรับรายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงทั้งสองทีมมีดังนี้
ทีมตราไก่ตบเท้าเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศรายการระดับเมเจอร์ 2 รายการติดต่อกันหลังจาก 2 ปีก่อนผ่านเข้าชิงชนะเลิศยูโร 2016 มาแล้ว ครั้งนี้นับเป็นการเข้าชิงแชมป์โลกเป็นครั้งที่ 3 ของพวกเขา โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อปี 1998 ที่เป็นเจ้าภาพเอง ก่อนที่ในนัดชิงชนะเลิศจะสามารถเอาชนะ “แซมบ้า” บราซิล ไปได้ 3-0 คว้าแชมป์สมัยแรกไปครอง จากนั้นถัดมา 8 ปี เข้าชิงชนะเลิศอีกครั้งในฟุตบอลโลก 2006 ที่ประเทศเยอรมนี แต่ทว่าพ่ายในการดวลจุดโทษให้กับ “อัซซูรี่” อิตาลี 3-5 หลังเสมอในเวลา 120 นาที 1-1

ฝรั่งเศส (4-2-3-1) : 1.อูโก โยริส – 2.แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์, 4.ราฟาเอล วาราน, 5.ซามูเอล อุมติตี, 21.ลูกาส์ เอร์น็องเดซ – 6.ปอล ป๊อกบา, 13.เอ็นโกโล ก็องเต – 10.คีลิย็อง เอ็มบัปเป, 7.อ็องตวน กรีซมันน์, 14.แบลส มาตุยดี – 9.โอลิวิเยร์ ชิรูด์
โครเอเชีย (4-2-3-1) : 23.ดานิเยล ซูบาซิช – 2.ซิเม เวอร์ซัลจ์โก, 6.เดยัน ลอฟเรน, 21.โดมากอย วิดา, 3.อิวาน สตรินิช – 7.อิวาน ราคิติช, 11.มาร์เซโล โบรโซวิช – 18.อันเต เรบิช, 10.ลูกา โมดริช, 4.อิวาน เปริซิช – 17.มาริโอ มานด์ชูคิช

Soccer Football – World Cup – Final – France v Croatia – Luzhniki Stadium, Moscow, Russia – July 15, 2018 General view as singers Era Istrefi and Will Smith perform during the closing ceremony REUTERS/Maxim Shemetov

Soccer Football – World Cup – Final – France v Croatia – Luzhniki Stadium, Moscow, Russia – July 15, 2018 Former footballer Ronaldinho and performers during the closing ceremony before the match REUTERS/Damir Sagolj

หลังเสร็จสิ้นพิธีปิด การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นตามเวลา ทั้งสองทีมใส่ชุดเก่งของตน และเป็นโครเอเชียที่มีโอกาสเปิดบอลเข้าใส่กรอบเขตโทษฝรั่งเศสก่อนเป็นการทักทาย ทีมตราไก่ยังคงใช้สไตล์ตั้งรับแล้วรอสวนกลับ ผ่านไป 7 นาที โครเอเชียได้เตะมุม แต่บอลถูกสกัดพ้นอันตรายออกมา ถึงนาที 17 ฝรั่งเศสได้ฟรีคิกบ้าง เมื่อ กรีซมันน์ โดน โบรโชวิช ทำฟาว์ลนอกกรอบ กริซมันน์ รับหน้าที่เปิดบอลโค้งมาทางเสาสอง มาริโอ มานด์ซูคิช โดดสกัดผิดเหลี่ยมบอลเสยแฉลบเข้าประตูตัวเอง กลายเป็นสอร์ให้ฝรั่งเศส ขึ้นนำก่อน 1-0 ประตู ในนาทีที่ 18

Soccer Football – World Cup – Final – France v Croatia – Luzhniki Stadium, Moscow, Russia – July 15, 2018 Croatia’s Luka Modric in action with France’s N’Golo Kante REUTERS/Damir Sagolj

นาที 28 จังหวะโครแอตได้ฟรีคิก กองหลังฝรั่งเศสเคลียร์บอลไม่ขาด ลุกมาเข้าทาง อิวาน เปริซิซ หักหลบหนึ่งจังหวะก่อนตวัดยิงเต็มข้อด้วยเท้าซ้ายบอลพุ่งเสียบเสาไกล กลายเป็นประตูตีเสมอ 1-1

Soccer Football – World Cup – Final – France v Croatia – Luzhniki Stadium, Moscow, Russia – July 15, 2018 France’s Hugo Lloris punches the ball REUTERS/Carl Recine

Soccer Football – World Cup – Final – France v Croatia – Luzhniki Stadium, Moscow, Russia – July 15, 2018 Croatia’s Mario Mandzukic scores an own goal and the first for France. REUTERS/Pawel Kopczynski/Pool


เกมล่วงถึงนาที 34 กริซมันน์ เตะมุมเปิดบอลโค้งมาหน้าประตู แบลส มาตุยดี โดดโหม่งบอลแต่วืด บอลลอยไปโดนแขน เปริซิซ กองหน้าโครแอต มีการประท้วงต้องใช้วีเออาร์ ช่วยตัดสิน ก่อนกลายเป็นลูกจุดโทษ

อ็องตวน กริซมันน์ รับหน้าที่สังหาร แปเรียดไม่พลาดเป้ากลายเป็นสกอร์ให้ฝรั่งเศสขึ้นอีกครั้ง 2-1 นาที ในนาที 38 จบครึ่งแรกยังคงสกอร์เดิม

Soccer Football – World Cup – Final – France v Croatia – Luzhniki Stadium, Moscow, Russia – July 15, 2018 France’s Antoine Griezmann scores their second goal from the penalty spot REUTERS/Michael Dalder

เริ่มครึ่งหลัง โครเอเชียเปิดเกมเร็วเข้าใส่มีโอกาสวูบวาบหลายครั้ง ฝรั่งเศสใช้ความเร็วจากเอ็มบัปเป ลากบอลจากริมเส้นกราบซ้ายเข้ากรอบเขตโทษ แต่ ดานิเยล ซูบาซิซ นายทวารโครแอตสกัดลูกอันตรายไว้ได้หวุดหวิด จังหวะเกมกำลังดุเดือด แฟนบอลจำนวนหนึ่งก็สร้างความปั่นป่วนวิ่งลงมาในสนาม ต้องให้เจ้าหน้าที่ต้องเบรกเกมไล่จับตัวกันจ้าละหวั่น ก่อนเกมจะดำเนินต่อไป ฝรั่งเศสปรับทัพ ส่ง สตีเวน เอ็นซงซี แทน เอ็นโกโล ก็องเต

ถึงนาที 59 ด้วย ความเร็วจากเกมโต้กลับของฝรั่งเศส จึงสัมฤทธิ์ผล ด้วยการโยนยาวไปให้เอ็มบัปเป ลากเข้ารอบโทษ ก่อนบอลโดนสกัดมาเข้าทาง ปอล ป๊อกบา ที่เติมมาแถวสองหวดด้วยซ้ายตุงตาข่ายกลายเป็นประตูให้ฝรั่งเศส หนีห่างเป็น 3-1

Soccer Football – World Cup – Final – France v Croatia – Luzhniki Stadium, Moscow, Russia – July 15, 2018 France’s Paul Pogba celebrates scoring their third goal REUTERS/Carl Recine

ทิ้งห่างเพียงหกนาทีถัดมา ด้วยเกมรุกอย่างหนักเป็นระลอกของฝรั่งเศส เอ็มบัปเป ได้บอลหน้าเส้นกระโหลกก่อนสับไกยิงไม่เหลือซาก ย้ำชัยให้ ฝรั่งเศส หนีห่างเป็น 4-1 ประตู

Soccer Football – World Cup – Final – France v Croatia – Luzhniki Stadium, Moscow, Russia – July 15, 2018 France’s Paul Pogba celebrates scoring their third goal REUTERS/Kai Pfaffenbach

นาทีถัดเมา ฝรั่งเศสประมาท จากจังหวะ ส่งบอลคืนกลับหลังให้ผู้รักษาประตู มาริโอ มานด์ซูคิซ ขยันวิ่งตามเข้าไปชาร์จบอล อูโก โยริส นายทวารตราไก่แตะบอลคิดจะหลอก ทว่ามานด์ซูคิซ ไม่หลงตามสกิดบอลเข้าประตูกลายเป็นสกอร์ให้ โครเอเชีย มีฮึดไล่ขึ้นมา 2-4 ประตู

Soccer Football – World Cup – Final – France v Croatia – Luzhniki Stadium, Moscow, Russia – July 15, 2018 France’s Kylian Mbappe celebrates scoring their fourth goal with Lucas Hernandez and Blaise Matuidi REUTERS/Carl Recine

จากนั้นต่างฝ่ายทำอะไรเพิ่มไม่ได้ จบเกม ฝรั่งเศส เอาชนะ โครเอเชีย 4-2 ประตู คว้าแชมป์โลกไปครองสมใจ กลายเป็นแชมป์โลกสมัยที่สองของทีมตราไก่ ครบรอบ 20 ปี พอดี หลังจากเคยคว้าแชมป์มาแล้วในปี 1998 และ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ผู้จัดการทีม ยังกลายเป็น คนที่สามของโลกที่คว้าแชมป์เวิลด์คัพ ทั้งตอนที่ตนเองเป็นนักเตะ และ ผู้จัดการทีม ต่อจาก มาริโอ ซากัลโล ของบราซิล และ ฟรานซ์ เบ๊กเค่นบาวร์ ของเยอรมนี

 

 

 

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ฝรั่งเศส คว้าแชมป์โลกสมใจในรอบ 20 ปี หลังเอาชนะ โครเอเชีย 4-2
ข่าวที่เกี่ยวข้อง