SMEs
จากร้านข้าวสารเป็นที่รู้จักเพียง 3 อำเภอในจังหวัดชลบุรี ธุรกิจที่พ่อแม่สร้างขึ้นด้วยความขยันและอดทนมาตั้งแต่ปี 2527 แม้จะบอกกับลูกว่าเป็นงานหนัก งานร้อน และไม่ได้สร้างกำไรมากนัก แต่สำหรับ ธีรินทร์ ธัญญวัฒนกุล หรือ “คุณกอล์ฟ” ทายาทรุ่นสองของ “ข้าวตราไก่แจ้” กลับมองเห็นโอกาสในธุรกิจที่ตัวเองคลุกคลีมาตั้งแต่วัยเด็ก เขาจึงเลือกกลับมาสานต่อธุรกิจนี้หลังเรียนจบจากอเมริกา พร้อมสร้างการเปลี่ยนแปลงจาก “ระบบเถ้าแก่” สู่ “การบริหารแบบมืออาชีพ” จนกลายเป็นแบรนด์ข้าวไทยที่ส่งออกไปกว่า 40 ประเทศทั่วโลก และมียอดขายเติบโตแตะ 2,500 ล้านบาท ในคอนเทนต์ชุด “โอกาส” ธุรกิจเกษตร พาไปพูดคุยกับ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุนทรธัญทรัพย์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวตราไก่แจ้ ถึงเส้นทางการเติบโต การเปลี่ยนแปลงท่ามกลางความท้ายทาย และการต่อยอดธุรกิจที่ไม่หยุดแค่การจำหน่ายข้าสาร ร้านข้าวของพ่อแม่ จุดเริ่มธุรกิจพันล้าน คุณกอล์ฟเติบโตมาในร้านข้าวสารของพ่อแม่ตั้งแต่วัยเด็ก ราวปี 2527 กิจการเล็กๆ นี้มี “สุนทร ธัญญวัฒนกุล และ นภา” ภรรยา เป็นผู้บุกเบิกในตำบลกุฎโง้ง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ภาพจำของคุณกอล์ฟ คือไป
“เราอยากทำร้านลาบที่คนเข้ามากินแล้วทำไมรู้สึกเท่จังวะ ร้านแม่งเท่ มาฟังแผ่นเสียง กินกับลาบ” ประโยคสั้นๆ แต่สะท้อนความเป็น “Studio Larb” (สตูดิโอลาบ) ได้อย่างชัดเจน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาไปพูดคุยกับ ตั้ม-กฤตวัฒน์ สุริย์ หนึ่งในเจ้าของร้านที่ชูความเป็น “อีสานป๊อป” ให้โดดเด่น ตั้งแต่การตกแต่งร้าน ที่นำของสะสมมาจัดวางอย่างมีสไตล์ การเปิดแผ่นเสียงที่ช่วยเพิ่มอรรถรสในการกิน ผสมผสานกับอาหารอีสานสูตรนครพนมจากรสมือพ่อแม่ ที่ปรุงอย่างพิถีพิถันก่อนเสิร์ฟทุกจาน ร้านน้องใหม่ใกล้บีทีเอสเสนานิคม Studio Larb คือโปรเจ็กต์ที่ตั้ม กับหุ้นส่วน บอล-อดิศักดิ์ กรรเชียง, เม่น-ศิริยศ เรื่องตังญาณ และ หรั่ง-เทอดภูมิ สมบูรณ์ คิดไว้นานแล้ว ว่าจะสร้างร้านที่มีความแตกต่าง พิเศษ และเท่ในแบบของตัวเอง “เราวางคอนเซ็ปต์แต่แรกแล้วว่าจะขายลาบ เปิดแผ่นเสียง เราเท่ในแบบของเรา มันคือตัวตนเราจริงๆ เพราะของทุกอย่างที่เอามาแต่งร้านเป็นของหุ้นส่วนทุกคน แผ่นเสียงเอย เครื่องเล่นเอย เฟอร์นิเจอร์เอย มันผ่านตัวตนของทุกคนที่มาทำร้านนี้จริงๆ” ตั้ม เล่าเสริมว่า ก่อนจะได้ทำเลในย่านนี้ เขาอยากกลับไปเปิดร้านที่บ้านเก
จาก “ชาเย็น” สู่ “ชาเขียว” สร้างปรากฏการณ์ชาเย็นที่จริงใจเสร็จ แบรนด์ก็หันมาปั้นชาเขียวต่อ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” คือแบรนด์ชาไทยที่เคยสร้างปรากฏการณ์ฮิตบนหน้าฟีดโซเชียลมาแล้ว โดยช่วงนั้นชาไทยเป็นเครื่องดื่มที่กำลังอยู่ในกระแส คนกำลังนิยมอย่างมาก หันไปทางไหนก็เจอเมนูชาไทย ทั้งเค้กชาไทย ไอศกรีมชาไทย ชานมไข่มุกชาไทย และหนึ่งในแบรนด์ที่ทำให้คนรักชาไทยต้องพูดถึงบ่อย ๆ คือ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” ด้วยการทำชาเย็นที่เข้มข้นถึงรสชาเย็นแท้ ทำให้คนรักเมนูนี้ต่างก็ยกให้แบรนด์ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” (everyday.thai.tea) เป็นแบรนด์หนึ่งในดวงใจ เมนูซิกเนเจอร์ของร้านนี้เป็นที่รู้จักกันดี ทั้ง ‘สลัชชี่ชาไทย’ และ ‘ชาเย็นรสเข้มข้น’ ดำเนินการโดย บริษัท เบทเทอร์บีมฟู้ด จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งไปเมื่อ 13 ก.ค. 2566 ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ในปี 2566 รายได้รวม 14 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2.5 ล้านบาท แต่นอกจากฉันจะกินชาเย็นทุกวัน ปีที่ผ่านมายังได้แตกแบรนด์โกโก้-กาแฟ แบรนด์ “เข้ม” เสริมแกร่งให้พอร์ตโฟลิโอ กระทั่งเมื่อ April Fool’s Day แบรนด์ได้ร่วมล้อไปกับกระแสแกล้งผู้บริโภคว่าจะเปิดแบรนด์น้องใหม่ “ฉันจะกินชาเขียว
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หลายคนคงเคยเห็นคลิปวิดีโอที่นำเสนอเรื่องราวอาหารริมทางในไทย ถ่ายทอดผ่านคาแร็กเตอร์ชายชาวญี่ปุ่นในชุดทำงาน เป็นเสื้อเชิ้ตแบบเรียบง่าย ซึ่งภายในคลิปมักจะเดินทางไปลิ้มลองอาหารไทยที่มีรสชาติจัดจ้าน พร้อมกับเครื่องดื่มกระป๋องเขียวที่เป็นซิกเนเจอร์คู่ใจ และต้องพูดคำว่า “โอ้โห” ทุกครั้ง เพราะเป็นเอกลักษณ์ประจำคลิป วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณ Yasuharu Nishio (ยาสุฮารุ นิชิโอะ) ชาวญี่ปุ่นวัย 51 ปี ที่หลงรักในอาหารไทย และได้ท่องเที่ยวทั่วไทยไปแล้วกว่า 70 จังหวัด ในเวลาเพียง 3-4 ปี ปัจจุบันเขาได้ทำธุรกิจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การเขียนบล็อกภาษาญี่ปุ่น แนะนำร้านอาหารท้องถิ่นทั่วไทย ชื่อว่า ‘激旨!タイ食堂’ ต่อมาได้จัดตั้งบริษัททัวร์ที่ให้บริการชาวญี่ปุ่นในการท่องเที่ยวไทย TRIPULL และล่าสุดกับบทบาทอินฟลูเอนเซอร์สายอาหารชื่อดัง เจ้าของช่อง Asia Gourmet Story ที่เน้นถ่ายทอดเรื่องราวผ่านคาแร็กเตอร์มนุษย์เงินเดือนที่ชื่นชอบสตรีตฟู้ดไทย ในรูปแบบคลิปวิดีโอแนว Cinematic ชีวิตบรรณาธิการในโอซาก้า นิชิโอะ เล่าถึงชีวิตในญี่ปุ่นว่า เขาเคยทำงานเกี่ยวกับการทำนิต
หากการเปิดร้านอาหาร ไม่ได้เป็นเพียงการส่งต่อความอร่อย แต่ยังเป็นการส่งต่อ “วัฒนธรรมที่กินได้” ควบคู่ไปกับการ “สร้างคุณค่าและโอกาสให้ผู้สูงวัย” ได้มีอาชีพ มีรายได้ และกลับมามองเห็นคุณค่าในตัวเอง “เราเห็นแววตาเขาเปลี่ยน โฟนว่ามันเป็นมิชชั่นอันหนึ่งคือการทำให้คนกลับมาเห็นคุณค่าตัวเอง มันมีความหมายมากกว่าแค่เปิดร้านอาหารขึ้นมาหนึ่งร้านเพื่อรักษาสูตรที่จะหายไป” นี่คือเรื่องราวของ “Hub-rare” (หาบเร่) ร้านอาหารพื้นบ้านอยุธยาหรือฟาสต์ฟู้ดสไตล์ชาวบ้าน ของ คุณโฟน-เนตรนภางค์ หงษ์อุปถัมภ์ไชย ร้านเล็กที่ให้คุณค่ากับทุกคนที่อยู่เบื้องหลังอาหารทุกจาน “หาบเร่” ฟาสต์ฟู้ดสไตล์อยุธยา คุณโฟนเติบโตมาในจังหวัดอ่างทอง เพราะครอบครัวดำเนินกิจการโรงอิฐอยู่ในอำเภอป่าโมก ขณะเดียวกันยังมีธุรกิจร้านอาหาร Grand Chaopraya (แกรนด์เจ้าพระยา) ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาบ้านเกิดของคุณแม่ที่หลงใหลในการทำอาหาร จึงเปิดให้บริการร้านนี้มามากกว่า 10 ปี จากนั้นได้ต่อยอดธุรกิจสู่โครงการThe Wine Ayudhya (เดอะไวน์ อยุธยา) และ The Artisans Ayutthaya (ดิ อาร์ทิซานส์ อยุธยา) ซึ่งในตอนแรกตั้งใจพัฒนาเป็นโรงแรม แต่ความคิดนั้นได
เรื่องราวของ Isaac Kong และ Pamela Theng คู่รักวัย 54 ปี ผู้ชุบชีวิตตุ๊กตาเก่าในความทรงจำของใครหลายคนให้กลับมามีชีวิตและสวยงามอีกครั้ง โดยเริ่มจากทำเป็นงานอดิเรก ยึดเป็นอาชีพเสริมมายาวนาน 30 ปี ก่อนตัดสินใจลาออกจากงานมาเปิดร้าน Toy Doctor ให้บริการซ่อมแซมตุ๊กตา เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่เขตอนุรักษ์สัตว์ป่ามันได (Mandai Wildlife Reserve) ใกล้กับสวนสัตว์สิงคโปร์ ซึ่งมีลูกค้ายอมบินข้ามประเทศจากกาตาร์มาสิงคโปร์ เพื่อส่งตุ๊กตาตัวโปรดมาซ่อมที่ร้านแห่งนี้โดยเฉพาะ จากงานอดิเรกสู่การซ่อมตุ๊กตานับพันตัว ย้อนกลับไปในปี 1996 จุดเริ่มต้นของไอเดียธุรกิจเกิดขึ้นที่ Fort Canning Park สวนสาธารณะที่พวกเขาไปร่วมงานปิกนิกตุ๊กตาผ้า ซึ่งจัดแสดงผลงานของศิลปินผู้สร้างสรรค์ตุ๊กตาหมี ด้วยความประทับใจในสิ่งที่เห็น ทั้งคู่จึงซื้อหนังสือมาศึกษาและฝึกซ่อมตุ๊กตา ทั้งการเย็บ ยัดนุ่น ทำความสะอาดตุ๊กตาด้วยตัวเองตั้งแต่ศูนย์ ก่อนเริ่มทำเป็นงานอดิเรก และค่อยๆ เติบโตขึ้นเป็นอาชีพเสริมควบคู่ไปกับการทำงานประจำหลายปี โดย Pamela ทำงานในแวดวงวิศวกรรม ส่วน Isaac ทำงานด้านการบริหารจัดการระบบสาธารณสุข 
แฟรนไชส์
ตลาดร้านอาหารบริการด่วน (QSR) หรือฟาสต์ฟู้ดในประเทศไทยมีมูลค่าการตลาดรวมอยู่ที่ประมาณ 45,000 – 70,000 ล้านบาท เซกเมนต์หลักแบ่งออกเป็นตลาดไก่ทอด ตลาดเบอร์เกอร์ และตลาดพิซซ่า เมื่อพูดถึงตลาดเบอร์เกอร์ในประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในเซกเมนต์หลักที่มีสีสันและมีการแข่งขันที่ดุเดือดมากในกลุ่มธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน (QSR) รองลงมาจากตลาดไก่ทอด มีมูลค่าทางตลาดอยู่ที่ประมาณ 12,000 ล้านบาท ซึ่งมีแบรนด์ยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกายึดหัวหาดอยู่แล้ว อย่าง McDonald’s แต่คราฟต์เบอร์เกอร์หรือเบอร์เกอร์โฮมเมด (Craft/Premium Burger) ก็มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน เข้ามาชิงแชร์ส่วนแบ่งตลาดในกลุ่ม ผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงและมองหารสชาติที่แปลกใหม่ LOTTERIA (ลอตเตอเรีย) แบรนด์เบอร์เกอร์ดังของเกาหลี ประกาศเตรียมเปิดตลาดในไทย ผ่านบริษัท เคโทร จำกัด ที่ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางธุรกิจ (MOU) ร่วมกับ LOTTE GRS บริษัทในเครือ Lotte Group ซึ่งดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ร้านอาหารและบริการอาหารระดับสากล (Foodservice & Restaurant) จากประเทศเกาหลีใต้ โดยที่เคโทรจะเป็นผู้พัฒนาและดำเนินธุรกิจร
บริษัท เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ “KEX” ผู้นำด้านการจัดส่งพัสดุด่วนทั่วไทย เดินหน้าขยายเครือข่ายพาร์ตเนอร์ทั่วประเทศอย่างเป็นทางการ เปิดโอกาสให้นักลงทุนและเจ้าของธุรกิจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของระบบโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมทุกภูมิภาค ภายใต้แนวคิด “ลงทุนน้อย คืนทุนไว ได้แบรนด์แกร่ง” สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างโอกาสทางธุรกิจควบคู่กับการเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายการให้บริการทั่วประเทศ ปัจจุบัน ตลาด Social Commerce ของไทยยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง โดยมีแนวโน้มขยายตัวแตะระดับ 5.3–5.5 แสนล้านบาทในปี 2026 จากการเติบโตของรูปแบบธุรกิจใหม่ อาทิ Live Commerce และ Creator Economy ขณะเดียวกัน Social Commerce ยังมีสัดส่วนราว 25–30% ของตลาดอีคอมเมิร์ซไทยทั้งหมด สะท้อนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปสู่การค้นหาและตัดสินใจซื้อสินค้าผ่านโซเชียลมีเดียโดยตรง อีกทั้งยังคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในอัตรา 7–10% ต่อปี โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากคอนเทนต์วิดีโอ การไลฟ์ขายสินค้า และบทบาทของครีเอเตอร์ที่กลาย
หน้าร้อนแบบนี้ ไม่มีอะไรจะขายดีไปกว่าเครื่องดื่มเย็นๆ หรือของหวานที่ช่วยดับกระหายแล้ว ซึ่งตลาดชาในไทยเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2025 มีมูลค่าอยู่ที่ 2.6 หมื่นล้านบาท นับเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มี 6 แฟรนไชส์น่าลงทุนมาแนะนำกัน ราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจชานมไข่มุก โยเกิร์ตปั่น หรือบิงซูเกล็ดหิมะ เป็นต้น เหมาะกับการขายที่ทำเลพลุกพล่าน อย่าง หน้าโรงเรียน ใกล้สำนักงานออฟฟิศ ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น กงสี ทีบาร์ แฟรนไชส์ชานมไข่มุกสัญชาติไทย ราคาเริ่มต้น 20 บาท มีเมนูให้เลือกกว่า 60 เมนู โดยใช้ใบชาจากไต้หวันจะมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานกับความเป็นชาปักษ์ใต้แท้ๆ ของแบรนด์ จนได้รับการตอบรับจากลูกค้ามากมาย รวมถึงไข่มุกที่มีความเหนียว นุ่ม หนึบ ไม่เหมือนใคร และยังมีบุกน้ำตาล บุกน้ำผึ้ง บุกบราวร์ชูการ์ ซอสบราวร์ชูก้า ครีมชีส และเจลลี่ผลไม้ เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย จุดเริ่มต้นของแบรนด์นี้เกิดจากความหลงใหลในการดื่มชา จนอยากพัฒนาสูตรและเปิดแบรนด์ของตัวเอง จึงกลายเป็นกงสี ภายใต้การทำธุรกิจแบบครอบคร
สำหรับใครที่อยากเป็นเป็นเจ้าของธุรกิจ บอกเลยว่าต้องกล้าที่จะลงมือทำ ซึ่งปัจจุบันมีธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้คัดเลือก 6 แฟรนไชส์น่าลงทุนประจำเดือนกุมภาพันธ์ ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจสตรีตฟู้ด ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ไปจนถึงธุรกิจของหวาน ลงทุนน้อย คืนทุนไว พร้อมแนะนำทำเลที่น่าสนใจ ธงไชย ผัดไทย “ผัดไทย” ถือเป็นหนึ่งในซอฟพาวเวอร์อาหารประจำชาติไทย โดย “ธงไชย ผัดไทย” เป็นแฟรนไชส์อาหารสตรีตฟู้ด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2559 เจ้าของคือ คุณชาลี พิยดานนท์ โดยทางร้านจะใช้กรรมวิธีแบบโบราณมากกว่า 60 ปี ทางร้านใช้เส้นจันท์สูตรก๋วยเตี๋ยวแห้งแบบโบราณ มีความเหนียวนุ่ม หอมอร่อย โดยกลยุทธ์ของธงไชย ผัดไทย คือ ไม่ต้องมีประสบการณ์ก็เปิดร้านได้ มีซอสผัดกะเพราและซอสผัดไทยสำเร็จรูปพร้อมใช้งานทันที ปัจจุบันขยายไปแล้วกว่า 989 สาขา ทั้งในไทยและต่างประเทศ สาขาแรกเปิดที่ ซอยเซ็นหลุยส์ ถนนจันทน์ รูปแบบการลงทุน 1. SAVE 9,000 บาท สิ่งที่ได้รับ ได้แก่ เมนูอาหาร, อุปกรณ์การขาย กระทะเหล็กแท้ คุณภาพดี ฯลฯ 2. NORMAL 19,000 บาท สิ่งที่ได้รับ ได้แก่ ป้ายชื่อร้านแบบมาตรฐาน, เมนูอาหาร, อุปก
บทความโดย : อมร อำไพรุ่งเรือง กูรูแฟรนไชส์ ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยยังคงอ่อนแรง หลายบริษัททยอยลดคน ลดสาขา และลดต้นทุน การ “ตกงาน” จึงไม่ได้เกิดเฉพาะกับแรงงานระดับล่างเท่านั้น แต่ลามไปถึงระดับกลางและผู้บริหาร หลายคนอาจไม่เคยคิดมาก่อนว่า วันหนึ่งเราจะต้องกลับมาทบทวนอนาคตของตัวเองโดยไม่มี “บริษัท” อยู่ข้างหลัง เมื่อโอกาสในระบบลูกจ้างหดตัวลง คำถามสำคัญคือ “เราจะเริ่มต้นใหม่อย่างไร” ในขณะที่บางคนเลือกกลับบ้านเกิดเพื่อทำเกษตร บางคนเลือกเรียนต่อเพื่อเลื่อนสายอาชีพ อีกจำนวนไม่น้อยหันมามอง “แฟรนไชส์” เป็นทางออกของชีวิตใหม่ แฟรนไชส์ : จุดเริ่มต้นของผู้ประกอบการมือใหม่ ธุรกิจแฟรนไชส์ไม่ใช่เพียงระบบขายชื่อแบรนด์เท่านั้น แต่คือ “ระบบธุรกิจสำเร็จรูป” ที่ผ่านการทดลอง ซ้ำ และพิสูจน์มาแล้วในตลาดจริง การซื้อแฟรนไชส์จึงเท่ากับได้ซื้อ “สูตรสำเร็จทางธุรกิจ” พร้อมระบบบริหาร การตลาด วัตถุดิบ และการฝึกอบรม ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเริ่มต้นใหม่ได้มาก คนที่ตกงานส่วนใหญ่ไม่ได้ขาด “ความสามารถ” แต่ขาด “ระบบธุรกิจ” ที่จะพาเขาเดินต่อได้ แฟรนไชส์จึงเป็นสะพานเชื่อมระหว่าง “โลกของลูกจ้าง” กับ “โลกของผู้ประกอบการ” เพราะมันส
How to
“นิ้ง…หน่อง มิสทินมาแล้วค่ะ” ประโยคในตำนาน ที่เอ่ยขึ้นพร้อมกับสาวมิสทินที่ยืนรออยู่หน้าบ้าน หากใครเกิดทันก็คงอายุไม่ต่ำกว่า 30 แล้ว ใครเลยจะรู้ว่าธุรกิจขายตรงที่เริ่มจากพนักงานเพียง 4 คนในวันนั้น จะกลายมาเป็นแบรนด์ไทยยอดขายหมื่นล้านบาท และนี่คือเรื่องราวของ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด และแบรนด์ Mistine กรณีศึกษาที่น่าสนใจที่สุดของธุรกิจไทย สู้จากการขายเครื่องสำอางราคาร้อยบาท สู่แบรนด์ที่ได้รับการยอมรับระดับสากล เริ่มจาก Pain Point ของหญิงไทย เมื่อปี พ.ศ. 2531 ตลาดเครื่องสำอางในประเทศไทยยังเต็มไปด้วยสินค้านำเข้าราคาแพง ผู้หญิงจำนวนมากอยากสวย แต่ไม่สามารถเข้าถึงเครื่องสำอางคุณภาพดีได้ง่ายนัก นี่คือ Pain Point ที่ ดร.อมรเทพ ดีโรจนวงศ์ เจ้าของฉายา “ราชาขายตรงเมืองไทย” มองเห็น ดร.อมรเทพ ได้ก่อตั้ง บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ขึ้นด้วยแนวคิดง่ายๆ แต่ทรงพลังคือ สร้างชีวิตที่ดีขึ้นให้คนไทย สมกับชื่อ Better Way ในวันที่ธุรกิจขายตรงยังไม่เป็นที่รู้จักในไทย มิสทินได้เริ่มจากอาคารพาณิชย์เพียง 3 คูหา มีพนักงานเพียง 4 คน และสินค้าน้อยกว่า 100 รายการ แต่สิ่งที่แบรนด์มีมากกว่
“ผมแค่อยากพาครอบครัวไปทานอาหารแล้วไม่ต้องดูราคา ผมแค่อยากใช้ชีวิตสบายๆ แต่คำว่าสบายมันต้องใช้เงิน” ประโยคที่ฟังดูจริงใจ ไม่ปรุงแต่งนี้ คือคำพูดแรกของ คุณจี-จีรภัทร ศรีทองคำ ผู้ก่อตั้ง “พาสต้า อาม่า” เมื่อถูกขอให้เล่าถึงเส้นทางธุรกิจจากศูนย์ ก่อนจะกลายมาเป็นเจ้าของอาณาจักรร้านอาหาร 400 ล้านบาทในปีนี้ จากอดีตพนักงาน HR Business Development ที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง CP ประจำภาคเหนือ เริ่มต้นจากการเป็นพนักงานออฟฟิศที่มีความฝันว่าอยากจะรวย อยากสบาย กลายเป็นสิ่งผลักดันให้เขากล้าลอง กล้าเริ่ม กล้าล้ม คุณจีเริ่มเล่าว่า ตนเองเป็นนักศึกษาคณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งคณะนี้สามารถแบ่งออกได้เป็นนักจิตวิทยาสายคลินิก กับคนที่มาสายองค์กรเพื่อพัฒนาสายธุรกิจ ตอนที่เป็นพนักงานประจำก็ขับมอเตอร์ไซค์ไปทำงานยังไม่มีรถยนต์ขับ ที่บ้านไม่ได้มีธุรกิจ พ่อเป็นข้าราชการ แม่ขายก๋วยเตี๋ยวและอาหารตามสั่ง หลังเรียนจบมาก็มาเป็นพนักงานประจำอยู่ในสาย HR ล้วน 7 ปี “ผมอยากรวยครับ อยากใช้ชีวิตแบบสบายๆ ซึ่งคำว่าสบายๆ นี้มันต้องพึ่งพาสิ่งที่เรียกว่ามันนี่ ถ้าไม่มีตัวนี้ก็ไม่สบาย” เมื่อตอนสิบปีที่แล้วนั้น เงินเดือน
ในโลกของแฟชั่น คนจำนวนมากซื้อเสื้อผ้าเพียงเพื่อใส่ไม่กี่ครั้ง ก่อนจะปล่อยให้มันกลายเป็นขยะ โดยไม่ทันตั้งคำถามว่า สิ่งเหล่านั้นยังมีคุณค่าเหลืออยู่หรือไม่ และสิ่งที่หลายคนแทบไม่หยิบกลับมาใช้อีกเลยคือ “เนกไท” สำหรับบางคน เนกไทอาจเป็นเพียงเครื่องแต่งกายของวัยทำงาน เป็นของที่ถูกเก็บไว้ท้ายตู้ หรือไม่ก็ถูกปล่อยขายต่อในตลาดมือสองราคาหลักสิบ หากใครเคยไปเดินตลาดสินค้ามือสอง ภาพของเนกไทเก่าๆ ที่แม้จะเป็นยี่ห้อดัง แต่ถูกทิ้งแล้วนำมาวางขายอยู่เกลื่อนกลาด สิ่งที่แทบจะเรียกได้ว่า ‘ขยะ’ ที่คนอื่นมองข้ามไปนั้น กลับมีคนคนหนึ่งเลือกมองต่างออกไป คนนั้นคือ “บูม-คมิก วาจาเจริญกิจ” ผู้ก่อตั้งแบรนด์ @re.b0ut หากคุณเลื่อนฟีดในโซเชียลคงคุ้นหน้ากับเขาไม่น้อย คุณบูมคือคนทำคอนเทนต์ “เนกไทติดแกลม” ชุบชีวิตเนกไทมือสองให้กลับมาดูแฟชั่น เต็มไปด้วยเรื่องราว มีเอกลักษณ์จนหลายคนต้องแย่งกันซื้อ ทันทีที่วางขายก็ Sold Out ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที แม้เขาจะเรียนจบด้านแฟชั่นดีไซน์มาโดยตรง แต่หลังเรียนจบกลับไม่ได้ทำงานในสายอาชีพที่เรียนมา เพราะกลัวความกดดันจากวงการแฟชั่นที่แข่งขันกันสูง สุดท้ายจึงเลือกเดินออกไปลองทำหลาย
ซีพี ออลล์ จับมือ กระทรวง พม. เปิดตัว “โครงการผู้ใหญ่ใจดี ซีพี ออลล์” เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตวัยเก๋า เปิดรับสมัครผู้สูงอายุ (อายุ 60-75 ปี) จำนวน 1,000 อัตรา ทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมรายได้และการมีงานทำอย่างยั่งยืน โครงการผู้ใหญ่ใจดี ใส่ใจทุกช่วงวัย ก้าวไปพร้อมๆ กัน ตำแหน่ง : พนักงานดูแลพื้นที่ขาย คุณสมบัติ ตำแหน่ง : พนักงานดูแลลานจอดรถ คุณสมบัติ รายได้ : 400 บาท/วัน สมัครได้ที่ : https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSf6pwN9lkGC4v1X1rzXTpf-LvvVjgfrXX5wxTnYn8xoR5kjXQ/viewform ช่องทางการติดต่อ
การเงิน และการตลาด
ในยุคที่การซื้อขายออนไลน์ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว ส่งผลให้มีจำนวนนักช้อปเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยแนวคิด “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” หรือ Buy Now Pay Later (BNPL) ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z และคนวัยทำงานที่เริ่มต้นชีวิตการเงิน ที่แนวคิดนี้เข้ามาตอบโจทย์ เพราะเป็นการผ่อนชำระที่ง่ายต่อการเข้าถึง ไม่ต้องมีหลักประกัน ไม่มีดอกเบี้ยหากชำระตามเงื่อนไขที่กำหนด จึงตอบโจทย์ความต้องการซื้อสินค้าอย่างสะดวกและรวดเร็ว ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดย วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุ สินเชื่อ BNPL ได้รับความนิยมและมีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สำรวจจากผู้ประกอบการรายใหญ่ 6 แห่ง ระบุว่า ในปี 2564 มีจำนวนบัญชีผู้ใช้บริการเพียงประมาณ 6 แสนบัญชี แต่สิ้นปี 2567 ตัวเลขกลับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 4.91 ล้านบัญชี สะท้อนให้เห็นถึงอัตราการเติบโตที่สูงเกือบ 100% อย่างไรก็ตาม ธปท.ไม่ได้มอง Buy Now Pay Later เป็นคนร้าย แต่หากไม่เข้ามาควบคุม อาจจะเกิดความเปราะบางในบางจุด ทั้งการซื้อโดยไม่ต้องมีเงิน และการที่เด็กกลายเป
เงินเดือนเท่าเดิม แต่ค่าครองชีพสูงขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาที่หลายคนเจอทุกสิ้นเดือนคือ “เงินเข้ามาแล้วก็หายไปทันที” แม้ในใจอยากมีเงินเก็บสักก้อน แต่ก็เริ่มต้นไม่ถูก อย่าเพิ่งท้อ! วันนี้ fintips by ttb จะพาไปรู้จัก “เทคนิค 6 Jars” สูตรออมเงินระดับโลกที่ช่วยควบคุมรายจ่าย และสร้างวินัยการออมได้จริง 6 Jars คืออะไร แนวคิด 6 Jars มาจากหนังสือชื่อดัง Secrets of the Millionaire Mind โดย T. Harv Eker ทีเขียนเกี่ยวกับเรื่องการบริหารการเงินอย่างมีระบบ ผ่านการแบ่งรายได้ออกเป็น 6 ส่วน โดยเปรียบเสมือนมี “โหล 6 ใบ” สำหรับการเก็บเงินแต่ละเป้าหมาย จุดเด่น คือ “ไม่จำเป็นต้องมีรายได้สูงก็เริ่มได้” เพียงแค่แบ่งเงินมาออมทุกครั้งที่มีรายรับ ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน รายได้เสริม หรือโบนัส แล้วทำการจัดสรรตามสัดส่วนที่เหมาะสมกับตัวเอง โหลที่ 1 : ค่าใช้จ่ายที่จำเป็น (55%) เป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าน้ำ ค่าไฟ เป็นต้น เป้าหมายคือ “ใช้เท่าที่จำเป็น” ไม่เกินจากงบที่ตั้งไว้ 55% เพื่อให้เหลือเงินไปลงทุนหรือออมในโหลอื่น หากรู้สึกว่าเงินในส่วนนี้ไม่พอ ควรปรับพฤติกรรมการใช้จ่าย หรือหารายได้เ
ในปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ส่วนใหญ่นิยมเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้ตลาดอีคอมเมิร์ซในไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มีมูลค่ากว่า 9.7 แสนล้านบาท และคาดว่าจะขยายตัวมูลค่าราว 1.8 ล้านล้านบาท ภายในปี 2573 แนวโน้มดังกล่าวยังสะท้อนถึงเทรนด์ “Trade-up” ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในหมู่นักช้อปไทย สอดคล้องกับอินไซต์ของลาซาด้าในช่วงแคมเปญ 12.12 ที่ผ่านมาที่มียอดขายสินค้าแบรนด์บน LazMall เติบโตขึ้นถึง 51% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และยังมีมูลค่าคำสั่งซื้อเฉลี่ย (Average Order Value – AOV) สูงกว่าวันปกติถึง 2.5 เท่า ลาซาด้า ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ขับเคลื่อนด้วยคุณภาพ เผยอินไซต์ตลาดไทยเดินหน้าสู่ยุค “Confidence Commerce” หลังพบว่านักช้อปยุคใหม่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและแบรนด์ที่น่าเชื่อถือเป็นอันดับแรก พร้อมยินดีจ่ายเพิ่มเพื่อความมั่นใจ สอดคล้องกับ รายงาน The Rise of Authenticity-Driven E-Commerce โดย CUBE INSIGHTS บริษัทชั้นนำด้านการวิเคราะห์ข้อมูลอีคอมเมิร์ซ ที่ระบุว่า ตลาดกำลังเติบโตด้วยมูลค่า (Value-driven Growth) สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของสิน
NEWS
กรมการค้าต่างประเทศ ร่วมกับ สสว. จัดโครงการ “BOOST UP SMEs สู่ตลาด FTA” เพื่อผู้ประกอบการ SMEs ไทย เปิดประตูการค้าสู่สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ และอินเดีย กรมการค้าต่างประเทศ ร่วมกับ สสว. ขอเชิญชวนผู้ประกอบการ SMEs ไทย สมัครเข้าร่วมโครงการ “BOOST UP SMEs สู่ตลาด FTA” ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ที่ต้องการพัฒนาศักยภาพและขยายตลาดสินค้าไปยังต่างประเทศ และสามารถใช้สิทธิประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) เป็นแต้มต่อในการลดต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน และเปิดประตูสู่ตลาดสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับสิทธิประโยชน์และการพัฒนาศักยภาพเชิงลึกผ่านกิจกรรมต่างๆ ตลอดทั้งโครงการ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ดังนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 6 กรกฎาคม 2569 สมัครฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครออนไลน์ได้ที่ เว็บไซต์ https://boostupfta.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านสายด่วนดังนี้ 090-699-0239 (กลุ่มต
ใครจะคิดว่าจากผู้ประกอบการสู้ชีวิตที่เริ่มต้นธุรกิจส่ง “มะพร้าวน้ำหอม” ขายในเซเว่นฯ เพียงอย่างเดียว วันนี้ บริษัท ไทย เบสท์ โปรดักส์ จำกัด (TBP) ก้าวสู่การเป็นตัวจริงด้านผลไม้สดครบวงจร ซึ่งเป็นพันธมิตรผู้ร่วมเติบโตเคียงข้าง เซเว่น อีเลฟเว่น ที่นำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมาเดินหน้าขับเคลื่อนผลไม้เศรษฐกิจอย่าง “เงาะ มังคุด และลองกอง” ขึ้นสู่เชลฟ์ ต้อนรับฤดูกาลใหม่ พร้อมขยายกำลังการผลิต และจัดส่งผลไม้สดพร้อมทานสู่หน้าเซเว่นฯ สูงถึง 120 ตันต่อเดือน เพื่อส่งต่อผลผลิตจากสวนให้เข้าถึงมือผู้บริโภคทั่วประเทศ และสร้างรายได้กลับคืนสู่เกษตรกรไทย เบื้องหลังความแกร่ง SME สู่คู่ค้า 10 ปี กระจายผลไม้เกษตรกรไทยเข้าเซเว่นฯ การเดินทางกว่า 10 ปีในการทำธุรกิจ ของ กิตติศักดิ์ พิพัฒน์คณาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย เบสท์ โปรดักส์ โฮลดิ้ง จำกัด เกิดจากความต้องการนำผลไม้สดเข้าสู่ช่องทางที่สามารถกระจายความสดใหม่ไปถึงมือผู้บริโภคได้ในทุกๆ วัน และด้วยความตั้งใจที่อยากโฟกัสกับการพัฒนาคุณภาพสินค้าอย่างเต็มที่ ประกอบกับความเชื่อมั่นในศักยภาพบนช่องทางการจำหน่ายของเซเว่นฯ ที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ทั่วประเทศ จึงตัดสินใ
บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ มติชนอคาเดมี ขับเคลื่อนโครงการ “ไทยประกันชีวิต เสริมโอกาส สร้างอาชีพ” ปี 4 ขยายพื้นที่อบรม 10 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมต่อยอดวัตถุดิบท้องถิ่นสร้างอาชีพและรายได้ให้ชุมชน ตามแนวคิด การสร้างคุณค่าร่วมระหว่างองค์กรกับสังคม (Creating Shared Value: CSV) เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นองค์กรที่พร้อมส่งมอบคุณค่าชีวิตให้กับคนไทยอย่างยั่งยืน ฐิติมา เลี้ยงพาณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่าย กลุ่มสื่อสารและความยั่งยืนองค์กร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ไทยประกันชีวิตเชื่อว่า การสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมต้องเริ่มจากการสร้างโอกาสและเสริมศักยภาพให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ บริษัทจึงมุ่งส่งเสริมทักษะอาชีพควบคู่กับการให้ความรู้ด้านการเงิน เพื่อนำไปต่อยอดสร้างรายได้ และสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตและครอบครัวในระยะยาว ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา โครงการ “ไทยประกันชีวิต เสริมโอกาส สร้างอาชีพ” ได้จัดอบรมแล้วรวม 27 จุดทั่วประเทศ มีผู้เข้าร่วมโครงการมากกว่า 2,000 คน ในปี 2569 ไทยประกันชีวิตขยายพื้นที่จัดอบรมเพิ่มอีก 10 จังหวัด ได้แก่ ศรีสะเกษ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด
ETC.
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ที่สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 งาน “Thailand Healthcare 2026 : Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน” มหกรรมสุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ เข้าสู่วันสุดท้ายของการจัดงาน แต่สาระความรู้ยังอัดแน่นจัดเต็ม กล้อง – อาริยะ คําภิโล CEO & Founder แบรนด์โจนส์สลัด กล่าวบนเวที Health Talk : กินเปลี่ยนเซลล์ – เคล็ดลับอาหารชะลอวัย สไตล์โจนส์สลัด ว่า “สุขภาพดี” ไม่ได้วัดกันที่กล้ามใหญ่ หรือวิ่งได้ไกล แต่คือ “ร่างกายที่ทำงานได้ปกติ” ถ้าตั้งเป้าอยากสุขภาพดีภายในหนึ่งเดือนทุกคนสามารถทำได้ แต่ถ้าตั้งเป้าอยากสุขภาพดีให้ถึงร้อยปี เป็นเรื่องยากและท้าทาย โรค NCDs ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นโรคที่เกิดขึ้นบ่อยในสมัยก่อน เช่นในยุคหินมนุษย์ต้องเดินเป็นสิบกิโลเพื่อหาอาหาร เจอปลากินปลา เจอผลไม้ก็กินไปเรื่อย ทำให้ร่างกายถูกกำหนดให้กินหลากหลาย กระทั่งเข้าสู่ยุคเกษตรกรรม ทำให้มนุษย์กินหลากหลายน้อยลง และกินหลากหลายน้อยลงอีกเมื่อเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม มีการผลิตแป้งและขนมต่างๆ ส่งผลให้ร่างกายติดบั๊ก เพราะกินอาหารที่เป็น Real Food มานาน จึงไม่ชินกับอาหารใหม่ๆ เท่าไหร่&nb
ในยุคที่ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับ “Longevity” หรือการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ การดูแลสุขภาพจึงไม่ได้หมายถึงแค่การเข้ายิมหรือออกกำลังกายหนักเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการดูแลสุขภาพใจ การจัดการความเครียด การนอนหลับที่มีคุณภาพ และการสร้างบาลานซ์ให้กับชีวิต ผ่านศาสตร์แห่งการบำบัด เริ่มต้นด้วย “Ikigai” (อิคิไก) แนวคิดหรือปรัชญาการค้นหาความหมายของชีวิตของชาวญี่ปุ่น มาจากสองคำรวมกัน คือ “อิคิรุ” แปลว่า การใช้ชีวิต และ “ไก” แปลว่า คุณค่า ปรัชญานี้สอนให้มนุษย์ “รู้จักเห็นคุณค่าของชีวิต” รู้จักชื่นชมความงามของสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไรหรือเป็นใครก็ตาม โดยเฉพาะในยุคที่เต็มไปด้วยความกดดัน หลายคนเกิดความเครียด และหมดไฟในการทำงาน ปรัชญานี้สามารถเข้าไปช่วยเติมพลังใจ สร้างความสุขให้เราได้ ผ่านหลักการ 4 ข้อ 1. อะไรคือสิ่งที่เรารัก 2. อะไรคือสิ่งที่เราทำได้ดี 3. สิ่งที่ทำให้เกิดรายได้ และ 4. สิ่งที่สังคมต้องการ ซึ่งในชีวิตคนเราสามารถพบอิคิไกได้เยอะมาก เช่น รู้สึกดีใจที่เรายังมีชีวิตอยู่ ได้มานั่งทานขนมหรืออาหารอร่อยที่แม่ตั้งใจทำ แค่นี้ก็เกิดเป็นความสุขเล็กๆ ในแต่ละวัน
ทุกวันนี้ “การออกกำลังกาย” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมดูแลสุขภาพ แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้ หลายคนเปลี่ยนจากการนัดกินข้าวหรือสังสรรค์ ปาร์ตี้หลังเลิกงาน มาเป็นการชวนกันวิ่ง หรือชวนกันเข้าคลาส สิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้คนไม่ได้มองการออกกำลังกายเป็นแค่เครื่องมือสร้างความฟิตหรือความแข็งแรงให้ร่างกาย แต่มองเป็นพื้นที่สร้างความสัมพันธ์ เป็น “คอมมูนิตี้” ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้พบปะ พูดคุย และเชื่อมต่อกับคนที่มีความสนใจคล้ายกัน รวมเทรนด์คอมมูนิตี้สายเฮลท์ เทรนด์ออกกำลังกายที่เติบโตควบคู่ไปกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่มีด้วยกันหลากหลาย เริ่มตั้งแต่ “Run Club” คอมมูนิตี้ที่พัฒนามาจากกลุ่มวิ่งเล็กๆ ของคนรักการวิ่ง ด้วยรูปแบบกิจกรรมที่ “เข้าถึงง่าย” ไม่ได้จริงจังเรื่องความเร็ว ความเก่ง หรือการแข่งขันเพื่อสร้างสถิติ แต่เป็นการวิ่งที่เน้นการเข้าสังคม ความสนุก ใครจะวิ่งช้าหรือเร็วก็สามารถไปด้วยกันได้ ดังนั้นจึงไม่จำกัดว่าต้องเป็นนักวิ่งมืออาชีพ แต่มือใหม่ก็สามารถเข้าร่วมได้เช่นกัน ตามด้วย “HYROX” การแข่งขันฟิตเนสระดับโลกที่ผสมผสานการวิ่งกับฐานออกกำลังกายสุดโหดที่ใช้ร่างกายครบทุกมิ
